THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
The Blur : Begins (Read 1622 times)
Topic Description: 3rd: Found it
Rotary02
HUMAN
**
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 38
ค่าพลัง: 6


The Blur : Begins
03.07.11 at 23:17:47
 
3rd: Found it

เสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้อง ทำให้ชายวัยกลางคนค่อยๆลืมตาขึ้น เขาพยายามความหาโทรศัพท์ที่จมอยู่ในกองเอกสารรอบตัวเขา

"ใครกันนะโทรมาในเวลาแบบนี้" เขาบ่นหลังมองนาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียง

เสียงโทรศัพท์ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเขาเจอแล้ว

"มีอะไร คุณศุภฤกษ์" เขาพูด ตามด้วยเสียงหาว

"ดร.ศรัธทา ครับ! เรามีปัญหาแล้วครับ รหัส5" ศุภฤกษ์พูดอย่างตื่นตระหนก

"อะไรนะ! ปัญหาแบบไหน" ดร.ศรัธทาตกใจ เพราะคำว่า"รหัส5" เป็นคำสั่งที่ถูกยกเลิกไปนานแล้ว

"NM-1119900242...."

แค่ศุภฤกษ์พูดเพียงแค่นี้ ดร.ศรัทธา ถึงกับนิ่งชะงัก มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำ สิ่งที่ผิดพลาด และเขาได้ทำให้มันหายไปแล้ว ภาพต่างๆความน่ากลัวและทารุณของสิ่งที่เขาทำมันย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาใหม่อีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าของเด็กผู้ชายที่เขาไม่มีวันลืม

"ดร. ครับ ดร." เสียงศุภฤกษ์ที่ค่อยๆดังขึ้นปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

"อ่ะ...อ่า" ดร.ศรัทธา ส่ายหัวเล็กน้อย ไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป

"ส่งข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้มาที่เครื่องผม และสั่งรื้อค้นแฟ้มในช่วง20ปีที่ผ่านมาด้วยคีย์เวิร์ด NM-XXXXXXX ในนั้นจะมีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บอกพวกเขาว่า Alert 5 ติดต่อพวกเขาให้มาที่นี่ด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากไม่ได้ เราจะส่งคนไปรับมาเอง" ดร.ศรัทธากล่าวสั่งงาน

ศุภฤกษ์ตอบรับอย่างว่องไว หลังจากวางสาย ดร.ศรัทธาเดินออกจากห้องนอนทักทายกับยามที่เฝ้าหน้าห้อง แล้วรีบวิ่งไปตามโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยยามติดอาวุธหนัก เขาขึ้นลิฟท์และมันนำเขามาโผล่ที่ลานจอดรถกว้างขวางท่ามกลางภูเขา ซึ่งรอบๆบริเวณถูกปิดกั้นด้วยถูเขาทั้งหมดมีเพียงถนนเส้นเดียวที่เขามาถึงที่นี่ เขาเดินออกมาจากลิฟท์ที่พายนอกถูกพรางตาให้เป็นเพียงบ้านไม้เล็กๆและวิ่งไปที่ห้องพั
กเล็กๆที่อยู่อีกฟากของลาน ติดต่อขอใช้เฮลิคอปเตอร์กับยามชาวไซบีเรียระบุสถานที่และบัตรประจำตัว และในที่สุดเฮลิคอปเตอร์ ก็พาเขาออกไปจากสถานที่ที่เรียกว่า

"Blackest forest"


X

หลังที่ผ่านเสียงต่อว่าและขอโทษขอโพยกับห้องตรงข้ามเรียบร้อย พูหลับมาจัดห้องใหม่ด้วยความช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพยายามคิดทบทวน แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเขาจำอะไรในช่วงวัยเด็กแทบไม่ได้เลย และช่วงเรียนมัธยมปลาย มันก็ไม่มีอะไรแปลก

"ไอ้หลังหัก...."

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวเขา เขาจำได้ดี เพราะเพื่อนชอบล้อเขาบ่อยๆเนื่องจากเขาเหล็กใส่อยู่ตามแนวสันหลังตลอดตั้งแต่ก้นกบจน
ถึงช่วงกลางหลัง พ่อเขาบอกว่าเพราะอุบัติเหตุ...

หรือว่ามันจะเกี่ยวกัน....

รีบวิ่งเข้าห้องน้ำและเปลือยกายยืนอยู่หน้ากระจก และพยายามมองข้างหลัง เหล็กนั่นไม่อยู่แล้ว เขาโยกเอวไปมาและบิดตัว ไร้ซึ่งอาการเจ็บ แต่มันก็ยิ่งเพิ่มความงุนงงให้เขามากขึ้นไปอีก

"อะไรกันวะเนี่ยย เหล็กหาย เป่าลมได้ มันจะเกี่ยวกันยังไงฟะ" เขาบ่นและเดินออกจากห้องน้ำ และเกือบจะถอนหายใจอีกครั้ง โชคยังดีที่เขายั้งไว้ทัน ไม่งั้นได้จัดห้องใหม่กันอีกรอบเป็นแน่ เขาเดินเข้าห้องนอนและกระโดดลงเตียงเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่ตามมามันไม่เหมือนอย่างเคย

"โครม!"

เสียงโครมดังขึ้น เขาค่อยๆลืมตามองดูรอบตัว เตียงเขาหักเป็นสามท่อนซะแล้ว ท่อนหัวเตียง กลางเตียงที่เขานอนทับ และท้ายเตียง เขาดีดตัวลุกขึ้น

"มันแค่ฝันน่า เราเพี้ยง สลบมากเกิน เมื่อกี้ก็แค่ฝัน.....โธ่เว้ยยยยยย!!!!"

จากคำพูดที่พยายามทำให้ตัวเองใจเย็น มันยิ่งทำให้เขาเครียด เขาตะโกนออกมาและเอาหมัดชกกำแพงสุดแรง และสิ่งที่ตามมาคือ เสียงดังลั่นและรูบนกำแพง แต่เมื่อเขาพยายามดึงแขนออกมากลับทำไม่ได้

"ออกสิ่งเว้ยย ออกสิ ไอ้เ-ย!!"

เขาบ่นและออกแรงเต็มที่ดึงแขนกลับมา เกิดเสียงดังสนั่นอีกครั้งแขนเขาสะบัดออกมาจากกำแพงอย่างรวดเร็วทำให้เขาถึงกับเสียห
ลักล้ม และรูบนกำแพงก็ขยายขนาดใหญ่กว่าเดิมอีก แต่นั่นมันทำให้เขาคิดอะไรออกบางอย่าง

ตอนที่เขาถอนหายใจ เขาต้อง......

ตอนที่เขาเป่าเก้าอี้ เขาต้อง.....

ตอนที่ทิ้งตัวลงบนเตียง เขาต้อง.....

ตอนที่เขาต่อยกำแพง เขาต้อง......

ใช่แล้ว!!!


แค่กลั้นหายใจ!

X X

(pooh's Journal)

"หรือมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ กลั้นหายใจ"

มันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะใช่ เพราะตอนเกิดเหตุการณ์แปลกๆเป็นจังหวะที่ผมกลั้นหายใจตลอด มันต้องหาทางพิสูจน์ซะแล้วผมเดินตรงไปในครัว คุ้ยขยะ เจอล่ะขวดไวตามิลค์

ถ้าเมื่อกี้ผมต่อยกำแพงทะลุได้ง่ายๆเหมือนต่อยฟิวเจอร์บอร์ดละก็ แค่ขวดไวตามิลค์ น่าจะชิวๆ

ผมกลั้นหายใจแล้วค่อยๆกำมัน เป็นไปตามคาด แตกคามือ ผมยิ้มออกมา ตอนนี้ผมเริ่มจะคิดว่ามันจะเกิดมาจากไหนก็ไม่สำคัญแล้วล่ะตอนนี้ผมมีพลังแหล่มนี้ก็เ
จ๋งสิ ต้องลองต่อไป ถ้าต่อยกำแพงทะลุ บีบขวดแก้วกระจาย แสดงว่าหนังต้องเหนียวสินะ ผมคว้ามืดขึ้นมาแล้วปาดไปที่นิ้วชี้ แต่ผมต้องร้อยโอ้ยออกมาทันที ตามด้วยเลือดที่ไหลจากแผลซิบๆ

ไม่คงกระพันเหรอ เออว่ะ ลืมกลั้นหายใจ

ผมเริ่มใหม่อีกครั้ง กลั้นหายใจเตรียมพร้อม แล้วปาดไปที่นิ้วโป้ง มีดบิ่นทันที ผมนึกขึ้นได้ตอนที่ตกรางรถไฟฟ้าตอนนั้นผมเองก็ดึงมีดที่เสียบอยู่ออกง่ายๆและตอนนี้ก
็เผลอกลั้นกายใจ

ไม่น่ามาพิสูจน์ให้เจ็บนิ้วเล่นเล้ยยย

ผมฉีกผ้าขี้ริ้วมาพันนิ้วไว้ ผมเริ่มเข้าใจการทำงานของพลังนี้แล้ว ผมเดินยิ้มออกมาจากครัวเพื่อไปที่ห้องนอน ผมยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นรูบนกำแพงข้างๆประตู ผมเดินเข้าไปที่โต้ะอ่านหนังสือเพื่อหาพลาสเตอร์ปิดแผล

หมดเหรอเนี่ย

ผมฉุดคิดขึ้นมาได้ ตอนนั้นที่ผมเปลือยต่อหน้าปาร์ตี้ จู่ๆผมมาโผล่ที่ห้องนอนชนเข้ากับตู้เสื้อผ้า

วาร์ปเหรอ หรือว่าเราจะวาร์ปได้ ต้องลองล่ะ

ผมกลั้นหายใจและนึกถึงร้านขายยาหน้าปากซอยข้างหอพัก แต่มันก็ไม่ยักกะจะมีอะไรเกิดขึ้นแฮะ เอาใหม่ ผมกลับตากลั้นหายใจตามสเตป แต่มันก็ไม่ยักกะจะเกิดอะไรขึ้น ผมลองใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ยักกะจะมีอะไรเกิดขึ้น ความหงุดหงิดเริ่มเพิ่มขึ้น ตกลงมันคืออเะไรกันแน่นะตอนนั้น ผมพยายามนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น

เปิดประตู......ปาร์ตี้กรี๊ด.....เราตกใจ.....เราหันหลัง....เราก้าว....เห?......ใช
่แล้ว เรากำลังจะออกวิ่งนี่หว่า!


ผมลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ด้วยความมั่นใจสุดๆ

ตอนนี้ ทุ่ม ครึ่งกับอีก สามวิ เอาล่ะ กลั้นหายใจ นึง สอง ซั่ม!


ทันทีที่ผมก้าวเท้า ทุกๆอย่างรอบตัวหยุดหมดโดยสิ้นเชิง ผมผลักประตูห้อง แต่มันดันหลุดกระเด็นออกลอยค้างอยู่กลางอากาศผมวิ่งกลับไปเอามาต่อเข้าที่เดิม ไว้ค่อยมาซ่อมทีหลัง ผมวิ่งลงมาตามบันได จนถึงชั้นล็อบบี้ และพุ่งทะลุประตูกระจกที่ต้องใช้คีย์การ์ดเปิด ทั้งพนักงาน แม่บ้าน และผู้คน ทุกคนหยุดนิ่ง ราวกับถูกแช่แข็ง รวมถึงผู้คนที่อยู่ในร้านอาหารตามสั่งข้างๆห้องล็อบบี้ ผมวิ่งทะลุประตูกระจกอีกครั้งเพื่อออกไปด้านนอก ช่างเป็นภาพที่สวยงามมาก เศษกระจกที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศส่องประกายสะท้อนแสงไฟราวกับว่ามันคือเพชร ผมวิ่งออกไปตามถนน ทั้งรถและผู้คนทุกอย่างหยุดหมด ผมแย่งหมูย่างจากวินมอเตอร์ไซค์ที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง

ฮะฮ่าๆ แหล่มจัง

ผมวิ่งเหยาะๆไปเคี้ยวหมูย่างไป และสายตาก็พลันไปเห็น ปาร์ตี้นั่งอยู่ที่บาร์ใกล้ปากซอย กำลังยกแก้วไวน์หรือไม่ก็ค็อกเทลเข้าปาก ผมว่าจะต้องวกกลับมาหาซะแล้ว และผมไปช่วยหมาที่กำลังจะโดนรถชน วิ่งไปเก็บลูกชิ้นที่กำลังจะตกของเด็กที่กำลังจะเอาเข้าปาก และก็มาหยุดที่หน้าร้านขายยาพอดี ผมปล่อยลมหายใจ และทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ผมเดินเข้าไปในร้านขายยา เภสัชสาวสวยออกมากล่าวต้อนรับแต่ผมไม่ได้ใส่ใจ ผมหันมองนาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่ในร้าน เวลาขณะนี้คือ 19:30:04....
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge