THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Dark Priest นักบุญรัตติกาล (Read 1767 times)
superneo
HUMAN
**
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 16
ค่าพลัง: 0


Dark Priest นักบุญรัตติกาล
01.01.11 at 22:12:15
 



บทนำ

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.25xx ( ค.ศ.20xx )

ณ วัดแห่งหนึ่ง เวลา 21.00 น.

" โยม! จิตอาฆาตของโยมนั้นรุนแรงขึ้นทุกวันๆ อาตมาว่าโยมเลิกเถอะ ก่อนที่จิตนั้นจะทำลายตัวโยมเองในไม่ช้า "

บริเวณหลังวัดแห่งนั้นในเวลาค่ำ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด บริเวณนั้นไร้ซึ่งผู้คนสัญจร มีเพียงพระภิกษุวัยชรารูปหนึ่งสนทนากับชายในชุดคลุมสีดำ ข้างกายมีทวนยาวเล่มหนึ่งวางราบไปกับพื้น ขณะที่ชายผู้นั้นกำลังมองรูปบนที่เก็บอัฏฐิอยู่อย่างไม่กระพริบตา

" ......... " ชายคนดังกล่าวยังนั่งเฉยราวกับไม่ได้ยินเสียงของภิกษุรูปนั้น

" หันหน้าเข้าหาพระธรรมเถอะโยม! อย่าก่อกรรมอีกเลย! "

" .................. ในหัวของผม ไม่มีคำว่าศาสนา หรือธรรมะอีกแล้ว "

ชายชุดดำตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกับภิกษุรูปนั้น ก่อนจะหยิบทวนยาวพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป ทิ้งไปแต่เพียงภิกษุที่ได้แต่ถอนหายใจกับบางสิ่งในตัวชายผู้นั้นไว้เบื้องหลัง

" อาตมาหวังว่าโยมคงรอดพ้นจากจิตนั้นได้สักวัน สาธุ! สาธุ! "

สะพานพระพุทธยอดฟ้า คืนวันต่อมา

ผมยืนอยู่คนเดียว อยูคนเดียวท่ามกลางผู้คนที่ผ่านไปมา ผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ และนั่นทำให้ผมอิจฉาเสมอ ยามที่เห็นคู่รักหนุ่มสาวเดินจูงมือ ท่าทางกระหนุงกระหนิง ยิ้มแย้มให้กันเวลามาจับจ่ายซื้อของที่นี่ ภาพที่ฝ่ายหญิงดีใจเหมือนเด็กๆ เมื่อแฟนของเธอซื้อของให้

ภาพเหล่านั้นอยู่ในใจของผม และนั่นก็เป็นเหตุผลว่า ทำไม่ผมถึงต้องปกป้องพวกเขา

ผมไม่รู้หรอกว่าผมทำเพื่ออะไร แต่อย่างน้อย ภาพเหล่านั้นมันก็ทำให้ผมซึ่งไม่มีโอกาสจะเป็นเช่นนั้น มีกำลังใจที่จะปกป้องมัน

" และทวนกับพลังของผม ก็ยังพร้อมที่จะทำหน้าที่ของมัน ต่อไป "

ชายคนหนึ่งวางหนังสือพิมพ์ทิ้งไว้บนราวสะพานก่อนจะเดินลงไปขึ้นรถแล้วขับออกไป

" สังหารโหด 3 นักเรียนทรชน รุมโทรมเด็ก 13 ! "

หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นถูกวางไว้แบบพับครึ่งจนเห็นพาดหัวข่าว ก่อนที่มันจะตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วค่อยๆ เปื่อยยุ่ยจมไปกับสายน้ำยามค่ำคืน

-----------------------------



Dark Priest นักบุญรัตติกาล

ตอนที่ 1

กันยายน พ.ศ.25xx ( ค.ศ.20xx ) กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ถนนในซอยแห่งหนึ่ง เวลา 22.00 น.

รถเก๋ง Mitsubishi Lancer ปี 95 สีดำขับมาทางซอยเปลี่ยว ด้านข้างทั้งสองรายรอบไปด้วยต้นไม้ครึ้ม มีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟฟ้าที่มีแมลงบินเล่นไฟอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น

" เฮ้ย! ดึกแบบนี้แล้วยังมีคนอีกหรือวะ "

ชายหนุ่มผิวขาวท่าทางเหมือนคนจีน รูปร่างผอม ไว้ผมลองทรงกำลังขับรถอยู่มองไปเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง

" ช่วย ชั้น ด้วย! "

เธอยืนขวางรถของชายหนุ่มไว้จนเขาต้องเบรคกระทันหัน น้ำเสียงที่แผ่วเบาของเธอนั้นทะลุผ่านกระจกรถเข้ามาได้อย่างประหลาด และชายหนุ่มก็รู้สึกกลัวและตกใจกลัวสุดขีดเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาพบว่า ใบหน้าของเธอคนนั้นซีดเซียวราวกับไม่ใช่มนุษย์

" ยะ! อย่าเข้ามาหลอกผมเลย ได้โปรด! "

" ช่วย ชั้น ด้วย! "

" ไปอยู่ที่ชอบๆเถิด " ชายหนุ่มกลัวจนตัวสั่น

" ช่วย ด้วย! ชั้น ชื่อ หวาน! ช่วย บอก กับ จีรวัฒน์ ด้วย ไม่ ต้อง เป็น ห่วง "

" จีรวัฒน์? "

" พรุ่งนี้ ที่ วัด ใกล้ๆ นี่ ช่วย บอก เขา ด้วย! "

สิ้นคำขอร้อง วิญญาณดวงนั้นก็หายไป ชายหนุ่มที่ตกใจอยู่เริ่มตั้งสติ พยายามลำดับคำพูดของวิญญาณดวงนั้น

" งานศพ! จีรวัฒน์! วัดใกล้ๆ! มันยังไงกันแน่วะ ไม่เอาแล้ว ไปดีกว่า "

ชายหนุ่มรีบบึ่งรถออกจากที่นั่นทันที หลังจากที่ขับรถอยู่ดีๆ ก็ถูกผีหลอก ไม่ช้าเขาก็ค่อยโล่งใจเมื่อเห็นแสงไฟจากถนนใหญ่จึงค่อยๆ ลดความเร็วลง

เย็นวันต่อมา วัดใกล้ๆ บริเวณนั้น

" เอ่อ! คุณรู้จักคนชื่อจีรวัฒน์หรือเปล่าครับ " ชายหนุ่มถามชายอีกคนที่มีสีหน้าเศร้าสร้อย นั่งอยู่แถวหน้าในงานศพ

" ผมนี่แหลครับ! ว่าแต่คุณเป็นใครครับ "

" อ่อ! คุณจีรวัฒน์! คุณรู้จักผู้หญิงชื่อหวานไหมครับ! "

" หวาน! " ชายคนดังกล่าวตกใจทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยชื่อนั้นขึ้นมา

" ครับ! เมื่อคืนเธอฝากบอกผมมา บอกว่าไม่ต้องห่วงแล้ว ดูแลตัวเองด้วย "

" หึๆๆ ! ผมไม่ตลกกับคุณหรอกนะครับ หวานน่ะ! เธอตายแล้ว นั่นไง ศพของเธอตั้งอยู่นั่น "

ชายหนุ่มมองไปที่ศาลาตั้งศพที่อยู่ตรงหน้า ภาพของหญิงสาวที่เห็นเมื่อคืนทำให้เขาตกใจจนสะดุ้งโหยง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ก็ยังรวบรวมสติได้และถามต่อไป

" เป็นวิญญาณของเธอจริงๆ ว่าแต่! เธอตายยังไงครับ "

" เธอฆ่าตัวตาย! แต่ทั้งหมดก็เพราะพวกมัน พวกมัน ไอ่ชั่วพวกนั้น "

" ใจเย็นๆ ครับ ค่อยๆ เล่าก็ได้ "

เวลา 21.25 น. คืนวันเดียวกัน

" โธ่เว๊ย! "

ชายหนุ่มกระดกเหล้าในแก้วเข้าปากจนหมดแก้ว ก่อนจะวิ่งไปต่อยกำแพงอย่างบ้าคลั่ง เลือดไหลซิบๆ ที่มือทั้งสองข้าง สักพักเขาก็ทรุดตัวลงนอนคว่ำกับพื้นน้ำตาไหลพรากแล้วหลับไป

ปี พ.ศ.25xx ( ค.ศ.20xx ) เดือนธันวาคม

" เฮ้ย! รู้ข่าวยัง! อีกวางกะพี่ต้นแฟนมันน่ะ รถคว่ำเมื่อคืน "

เช้าวันนี้ทั่วทั้งห้องเรียน ม.6/4 เงียบสงัดและหดหู่ หลังข่าวการตายของกวาง เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งของพวกเขาจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนกับรถตู้เมื่อคืนที่ผ่า
นมา แน่นอนว่าเพื่อนๆ ทุกคนไม่เฉพาะห้อง 4 เท่านั้นย่อมโศกเศร้าไปด้วย แต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งในนั้นกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงนั่งปั่นการบ้าน เรียน และเล่นฟุตบอลกับรุ่นน้อง ม.4 และ ม.5 ได้อย่างปกติ

หลายวันต่อมา

" นี่! อาหมิง! เธอไม่เคยไปงานศพกวางเลยนะ วันนี้เผาแล้ว ไปด้วยล่ะ "

" แล้วไง! "

เด็กหนุ่มตอบเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งสั้นๆ ห้วนๆ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาก่อนจะเดินลงบันไดไปอย่างไปแยแสอะไรทั้งสิ้น จนแม้กระทั่งงานศพเสร็จสิ้นลงแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นเขาไปร่วมงานแม้แต่วันเดียว แต่ความจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เด็กหนุ่มนั้นเพียงแต่ไม่ไปตอนคนอื่นๆ อยู่เท่านั้น ทุกคืนหลังสามทุ่ม เขามักจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดอยู่หน้าศาลาสวดพระอภิธรม มองดูรูปของเธอผู้นั้นพร้อมกับร้องไห้ แม้แต่วันฌาปนกิจ เขาก็ยังยืนมองควันไฟพุ่งออกมาจากยอดเมรุด้วยความเศร้าอยู่ห่างๆ ไม่มีใครเห็นเขาแม้แต่คนเดียว

" ฮือๆๆ เรามันไม่เอาไหน ไม่เอาไหนจริงๆ ถ้าเราเก่งกว่านี้ เก่งกว่านี้....! "

ชายหนุ่มเริ่มลืมตาขึ้นมาราวตีสาม เขาเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างรูปร่างเรียวยาวถูกผ้าพันไว้หลายชั้นวางทิ้งไว้มุมหนึ่
งของบ้าน เขาค่อยๆ คืบคลานอย่างช้าๆ จนไปหยุดอยู่หน้าของชิ้นนั้นแค่เอื้อมมือ

ปี พ.ศ.2545 ( ค.ศ.2002 ) ตลาดคลองถม

อาหมิงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากหนุ่มที่ร่าเริง เฮฮา กลับกลายเป็นเก็บตัวเงียบ ทุกวัน สิ่งที่เขาทำคือการฝึกฝนการใช้อาวุธ และหมกมุ่นอยู่กับมันทั้งวัน ทั้งคืน เหงื่อที่ไหลหยดแล้ว หยดเล่า เกลือจากเหงื่อในมือนั้นเกาะเต็มโลหะที่เขาใช้ฝึกต่างไม้พลองและทวนยาว

" ไม่มีของที่ถูกใจเลย มีแต่อะไรก็ไม่รู้ "

ชายหนุ่มบ่นกับตัวเองขณะเลือกดูของต่างๆ ทั้งดาบ มีด ดิ้ว กระบอง แต่ก็ไม่พบของที่เหมาะมือสักอย่าง จนกระทั่ง....

" พาข้าไปด้วยสิ " เสียงๆหนึ่งดังขึ้นในหูของอาหมิงขณะที่เขาเดินผ่านบริเวณแผงขายของเก่า

" ......... "

" ข้าอยู่ที่นี่ ตรงหน้าเจ้าไง "

ชายหนุ่มหยุดอยู่ที่แผงขายของเก่าแผงหนึ่งที่มีชายแก่สวมชุดมอมแมม บนแผงมีของมากมายปะปนกันไปหมด ทั้งอะไหล่รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดในกองของเหล่านั้น คือส่วนหัวของทวนที่ดูเงางามราวกับไม่ใช่ของเก่า มันเป็นหัวทวนที่มีความยาวสามสิบเซนติเมตร ทำด้วยโลหะไร้สนิม นอกจากจะยาวตรงแล้ว ยังมีส่วนที่ยื่นโค้งออกมาด้านข้างคล้ายกับขวาน แสงอาทิตย์ที่ส่องโดนมันสะท้อนจนเป็นเงาวับจับตา

" ไง! พ่อหนุ่ม สนใจหัวทวนนี่หรือ! ลุงคิดถูกๆ นะ พันเดียว เอาไปเลย "

" พันเดียว! เงาขนาดนี้เนี่ยนะ " อาหมิงตกใจกับการเสนอราคาที่ไม่น่าเชื่อ

" จริงๆ จะซื้อไหมล่ะ ถ้าซื้อเดี๋ยวแถมด้ามให้อีก ยาวรวมกันแล้วก็สัก 190 เซนได้ เป็นไง ใช้ได้ไหม " ชายแก่ประกอบทวนไปพลางคุยกับชายหนุ่ม

" ......ข้ารู้! เจ้าคิดอะไร! พาข้าไป! ข้าเลือกเจ้าแล้ว " อาหมิงตกใจอีกครั้งกับเสียงประหลาดที่ดังขึ้นในหูของเขา

" อะไรหรือพ่อหนุ่ม! "

" ผมซื้อครับ! เอ่อ! ช่วยหาผ้าหรือกระดาษพันให้ด้วยนะครับ เดี๋ยวโดนจับ "

" ได้ๆ "

ชายหนุ่มยื่นธนบัตรใบละพันบาทให้เจ้าของแผงไปพร้อมกับรับของนั้นมา ทวนเล่มนั้นถูกพันไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อด้วยผ้าเก่าๆ เขารีบแยกหัวทวนใส่ไว้ในเป้ก่อนจะเดินไปเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านโดยไม่รู้ว่า ทวนเล่มนั้นมิใช่ทวนธรรมดา แต่เป็นทวนที่จะนำบางอย่างมาสู่เขา และเปลี่ยนชีวิตเขาไป ตลอดกาล

.............................................
ตอนที่ 2

" หรือเราจะต้องใช้มัน " อาหมิงเงยหน้าจ้องมองวัตถุยาวชิ้นนั้นก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปกำมันไว้แน่น

ปี พ.ศ.25xx ( ค.ศ.20xx ) เดือนกันยายน เวลา 22.00 น.

" .......! "

ด้วยความไม่ระมัดระวัง คมของหัวทวนบาดเข้าที่นิ้วชี้ขวาของอาหมิงในขณะที่เขากำลังประกอบเข้ากับด้าม ก่อนที่จะหยิบขึ้นมาลองถือดู

" โฮ่ง โฮ่ง โบร๋วววววววว! "

" อะไรวะ! "

ทันทีที่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกับถือทวนไว้ในมือ ไฟทั้งบ้านของเขาก็ดับลงอย่างน่าประหลาด โดยบ้านเขาเป็นบ้านหลังเดียวที่ไฟดับ ขณะที่สุนัขต่างพร้อมใจกันเห่าหอนอย่างต่อเนื่องไม่หยุด

" ฟู่! "

" เฮ้ย! "

อาหมิงตกใจร้องขึ้นมาเมื่อเขาจุดเทียน เงาที่ทอดยาวจากขาของเขากลับเป็นเงาที่ไม่ใช่ของเขา เงาที่ส่วนหัวมีผมยาวสยายลงมาถึงเอว มันพาดไปตัดกับผนังบ้าน และเหมือนจะจ้องมาหาผู้เป็นเจ้าของ

" อย่าตกใจ! สหายข้า! ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก! "

" ยะ .... อย่าหลอกผมเลย ผมกลัวแล้วๆๆ " อาหมิงพูดออกไปด้วยความหวาดกลัวเสียงประหลาดที่ดูแข็งกร้าวนั่น มือไม้สั่น ขาแข็งไม่อาจขยับได้

" ไม่! ข้าไม่ใช่ผู้ที่ทำร้ายคนที่ทำตามคำขอของข้า ในเมื่อเจ้านำพาข้าออกมาจากกองขยะนั่น ข้าก็จะมอบพลังให้เจ้า "

" ทะ....ท่านเป็นใคร "

" ข้าดูออก! เจ้านั้นคล้ายกับข้านัก! อ่อนไหว เศร้าโศก และมีจุดมุ่งหมายมากกว่าอยู่ไปวันๆ หนึ่ง แต่ประวัติศาสตร์กว่าสองพันปีได้สอนให้ข้ารู้แล้ว ไม่ว่าจะยุคสมัยใด มนุษย์ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน ข้าอาจจะโง่เขลาเบาปัญญา แต่อย่างน้อย ข้าก็ไม่ใช่พวกที่เจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกเยี่ยงพวกมัน โดยเฉพาะเจ้าคนแซ่โจนั่น พวกมันสมควรตายนัก น่าเสียดายที่ข้าถูกไอ่ชั่วสองพ่อลูกมันหักหลัง เปิดประตูเมืองให้พวกแซ่โจจับข้าไปประหาร นั่นไง! ไม่น่าเชื่อว่ายังมีรูปวาดของข้าอยู่ในยุคสมัยนี้ด้วย "

เสียงลึกลับนั้นเล่าเรื่องอันเจ็บปวดของตนให้อาหมิงได้ฟังพร้อมทั้งบอกให้เขาหันกลับ
ไปดูโปสเตอร์สีที่แปะไว้บนผนัง และนั่นทำให้อาหมิงถึงกับตกใจจนถอยออกมาห่างโปสเตอร์แผ่นนั้น ที่มีภาพของบุรุษในชุดเกราะแบบจีน แววตาดุดันน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาประดุจเทพบุตรในนิยาย ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนสยายลงถึงเอว ในมือขวาถือทวนลักษณะเดียวกับที่อาหมิงถืออยู่ตอนนี้ และสายตาในภาพก็เหมือนจะจ้องตอบกลับมาที่ตัวเขาเช่นกัน

"ทะ....ท่านคือยอดนักรบในตำนานงั้นรึ "

" ผู้คนเรียกข้าเช่นนั้น! ในสมัยของข้า ข้าถือทวน ควบม้ากระต่ายแดงออกรบที่ใด ข้าศึกแตกพ่ายที่นั่น เลือดของทหารข้าศึกนับพันนับหมื่นซึมอยู่ในทวนของข้า แม้แต่สามพี่น้องผู้ปราบโจรโพกผ้าเหลืองอย่างกล้าหาญ ก็มิอาจเอาชนะข้าได้ น่าเสียดายที่มันกลับเป็นอดีตไปเสียแล้ว "

" ทะ....ท่านต้องการอะไรจากผม "

" ไม่! ตอนนี้วิญญาณของข้าเป็นอิสระแล้ว นั่นเพราะเจ้าได้แกะยันต์ที่ผนึกอำนาจของข้าในด้ามทวนออกไป ข้าจึงเป็นอิสระอีกครั้ง "

" ช่วย ด้วย "

ยังไม่ทันที่จะคุยกันต่อ เสียงร้องโหยหวนจำนวนมากค่อยๆ ดังขึ้น และเมื่ออาหมิงมองออกไปนอกบ้านก็ตกใจจนแทบช็อค เมื่อดวงวิญญาณเร่ร่อนจำนวนมากยืนอยู่หน้าบ้าน ดวงวิญญาณเหล่านั้นมีสีขาว ในหน้าซีดเซียว บางดวงเห็นได้ชัดเจน ขณะที่บางดวงเห็นลางๆ เท่านั้น

" .........! "

" นั่นล่ะ! ข้าเองก็เพิ่งรู้ ยามที่ข้าเป็นวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่นับพันปี ว่ายังมีวิญญาณอีกมากที่ยังมีเรื่องคาใจ ไม่อาจไปเกิดได้ ยิ่งยุคสมัยของเจ้า ข้ารู้สึกว่ามนุษย์จะยิ่งโสมมมากขึ้น ยิ่งกว่ายุคของข้าเสียอีก หึๆๆ "

" ผมเป็นมนุษย์ธรรมดา ยังไงผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ " อาหมิงเริ่มคลายความกลัวลง แต่กลับเศร้าแทนเพราะอดีตที่ยังฝังใจ

" เจ้ารักสตรีเพียงนางเดียวใช่รึไม่ "

" ท่าน! "

" ข้าเข้าไปอยู่ในจิตของเจ้า อดีตทุกอย่างของเจ้านั้น ตอนนี้ข้ารู้จนหมดสิ้น เจ้าเจ็บปวดที่เจ้าไม่อาจช่วยคนที่เจ้าแอบรักได้ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าต้องเสียใจ ทำไมเจ้าถึงยังรัก ทั้งๆ ที่นางรักบุรุษอื่น แต่ก็นั่นแหละ ทำให้ข้าที่มองตาเจ้าแล้ว เชื่อได้ว่าเจ้าควรจะได้รับพลังของข้า เมื่อวิญญาณข้าแตกดับไป "

" พลัง! " อาหมิงอุทาน

" ข้าจะทำให้เจ้าทำในสิ่งที่เจ้าไม่เชื่อ และไม่เคยเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ "

สิ้นเสียงของขุนพลผู้นั้น ร่างกายของอาหมิงก็ขยับไปเองราวกับถูกผีเข้า ร่างนั้นวิ่งออกมานอกบ้านด้วยความเร็วสูง สักพักเดี๋ยวก็โดดขึ้นกำแพง ไต่เสาไฟฟ้า และวิ่งบนผนังตึกสูงราวกับเป็นตัวละครในนิยายกำลังภายใน ไม่ช้าเขาก็มายืนอยู่บนตึกใจกลางเมืองที่ห่างจากบ้านของเขานับสิบกิโลเมตรภายในเวลาไ
ม่กี่นาที
" ละ.......เหลือเชื่อ "

" นั่นคือพลังของเจ้า พลังที่เจ้าจะได้รับ "

" อ๊า.........! " แต่อยู่ดีๆ อาหมิงก็ปวดหัวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุและเหมือนกับมีคลื่นบางอย่างวิ่งผ่านสมองของเข
าอย่างต่อเนื่องอยู่หลายนาที อาหมิงนอนดิ้นทุรนทุราย มือทั้งสองกุมศีรษะอยู่นานจนหายปวดจึงนอนแผ่กับพื้น หอบหายใจถี่ๆ

" พลังเป็นของเจ้าแล้ว แต่การที่เจ้าจะแข็งแกร่งขึ้น เจ้าต้องชิงวิญญาณของผู้อื่น เพื่อเพิ่มพลังให้เจ้า ใช่! เจ้าต้องฆ่าคน มันเป็นหนทางของเจ้า "

" ฆ่าคน! ผมทำไม่ได้ " อาหมิงรีบพูดพร้อมส่ายหัวทันที

" หากเจ้าจะมุ่งเปลี่ยนแปลงโลก หากเจ้ามุ่งการใหญ่ เจ้าก็ต้องทำให้ได้ ทำให้ได้ คนบางคนไม่ควรตาย แต่กลับต้องตายเพราะพวกโสมมนั่น! เจ้าทนไม่ได้ ข้ารู้! เอาเถอะ! ก่อนที่วิญญาณของข้าจะหายไปหลังราตรีนี้ ข้าจะพาเจ้าไปคุ้นเคยกับมัน "

ร่างของอาหมิงขยับไปเองอีกครั้ง คราวนี้เขาไล่ตามรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่มีคนหอบกระเป๋าใส่เงินออกมาจากร้านสะดวกซื
้อ อีกมือหนึ่งถือมีดปลายแหลมนั่งซ้อนอยู่ ร่างของชายหนุ่มไล่ตามสองคนนั้นจนมาถึงทางเปลี่ยวจึงพุ่งตัวโดดลงมายืนขวางห่างไปราว
ร้อยเมตร

" เฮ้ย! ไอ่บ้านั่นใครวะ " คนขี่มอเตอร์ไซค์ตะโกน

" ไม่ต้องสนใจ! ชนแมร่งเลย "

ชายผู้เป็นคนที่ทำตามที่คนซ้อนบอก เขาบิดคันเร่งพุ่งเข้าใส่อาหมิงที่ถูกควบคุมโดยพลังเหนือธรรมชาติ โดยที่อาหมิงยังคงยืนนิ่งไปขยับไปไหน

" บรืน! "

" ฟุ่บ! "

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นในจังหวะที่รถอยู่ห่างจากชายหนุ่มเพียง 3 เมตร ร่างของเขาเบี่ยงตัวหลบรถพร้อมทั้งตวัดทวนฟันคอของทั้งคู่ขาดกระเด็นลงไปกลิ้งกับพื้
น เลือดพุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุพร้อมกับรถที่ล้มลง

" มะ......ไม่จริง!.......เราฆ่าคน.....ไม่! "

อาหมิงพยายามตะโกนแต่ไม่มีเสียงออกไป ขณะที่ร่างของเขาเดินเข้าไปยังร่างของสองคนนั้นที่บัดนี้ไร้ซึ่งศีรษะ

" ฟู่! "

เวลา 08.20 น. เช้าวันต่อมา

" ไม่...........! "

ชายหนุ่มรู้สึกตัวหลังจากหมดสติไปทั้งคืน ภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นเมื่อคืนนั้นดูสยดสยอง เลือดและควันสีขาวบางๆ ถูกดูดเข้ามาสู่หัวทวนจนศพแห้ง เขารีบไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข่าวทันทีด้วยความหวังว่า เรื่องเมื่อคืนจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

" ฆ่าโหดสองโจรปล้นมินิมาร์ท ตัดคอ....ดูดเลือด! "

ในเวลานั้นชายหนุ่มอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามรวบรวมสติและหันกลับไปมองทวนเล่มนั้นที่วางอยู่กับพื้น

" มะ.....ไม่เอาแล้ว พอกันที "

อาหมิงห่อทวนอย่างแน่นหนาด้วยผ้าหลายชิ้นก่อนจะวางมันไว้มุมหนึ่งของห้องแม้ว่ามันจะ
ไม่มีรอยเลือดแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะใช้มันอีก เขาวางมันทิ้งไว้อย่างนั้น ตราบจนเวลาผ่านไปกว่าสองปีเต็ม

" หรือเรา! ต้องใช้มันจริงๆ "

.................................
ตอนที่ 3

เวลา 04.00 น.

" คุณจะไปไหนคะ คุณหมิง "

" ไมต้องห่วงหรอกคุณหวาน ผมตัดสินใจแล้ว "

ชายหนุ่มยิ้มให้วิญญาณของหญิงสาวผู้นั้นที่ยืนอยู่หน้าบ้านของเขา ก่อนจะขับรถเก๋งสีดำเงาออกไปตั้งแต่เช้ามืด

" เมื่อกฏหมายไร้ทางเล่นงาน ด้านมืดก็ต้องลงมือจัดการเอง "

รถค่อยๆ แล่นเร็วขึ้นและฉวัดเฉวียนไปมาบนถนนที่ยังไม่มีรถมากนัก เขาทำเหมือนมันเป็นสนามแข่งรถขนาดใหญ่ รถคันแล้ว คันเล่าถูกแซงไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

หลายวันต่อมา เวลา 18.00 น.

" ทั้งหมดมี 4 คน หึ! ลูกคนมีตังค์ทั้งนั้น "

ภายในบ้านที่ปิดทึบ อาหมิงนำรูปของชายทั้งสี่สแกนลงเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเก่
าๆ หยิบเครื่องแต่งกายชุดหนึ่งออกมา มันเป็นชุดสีดำทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์ ถุงมือ ผ้าคลุมพร้อมฮู้ดคลุมศีรษะและรองเท้าคอมแบทที่ขัดเอาออกมาใส่

" เหลือแต่หน้ากากสินะ "

เวลา 23.00 น.

ณ ลานจอดรถห้างดังแห่งหนึ่ง กรุงเทพฯ

" จึ้ก! "

" หลับไปก่อนนะพวก "

บุรุษชุดดำสวมผ้าคลุมและฮู้ดคลุมหัวราวกับคนในยุคกลางซัดลูกดอกใส่ยามให้สลบจากยาที่
เคลือบไว้ก่อนจะลากร่างไปซ่อนไว้มุมหนึ่งของชั้นนั้น

" มาแล้วสินะ หึๆๆ "

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มผิวขาว รูปร่างผอมบาง ท่าทางเหมือนกับลูกคนมีเงินเดินคุยโทรศัพท์อย่างสบายใจไปที่รถของเขา

" เฮ้ย! มรึงเป็นใครวะ "

" ไง! มรึงคือศิรชัย ใช่ไหม? "

ท่าทางและเครื่องแต่งกาย ราวถึงทวนยาวในมือขวาของชายชุดดำทำให้ชายหนุ่มถึงกับหวาดกลัว เขาค่อยๆ ถอยหลังอย่างช้าๆ แม้ว่าใจจะสั่งให้เขาพยายามวิ่งสักเท่าไรก็ตาม แต่ความกดดันอย่างประหลาดนั้น ทำให้มือไม้ของเขาสั่น ขนลุกซู่ เหงื่อออกทั่วร่างราวกับเพิ่งออกกำลังกายมาหมาดๆ ระยะของทั้งคู่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา ทีละน้อย ทีละน้อย

" ย้าก! "

" พลั่ก! "

ความกดดันนั้นทำให้ชายหนุ่มง้างหมัดจะชกเข้าที่ใบหน้าที่สวมหน้ากากโลหะรมดำครอบบริเ
วณดวงตานั้น แต่เท้าที่สวมรองเท้าคอมแบทหนาๆ ก็พุ่งเข้ากระแทกหว่างอกของหนุ่มนั่นแทน ร่างปลิวกระเด็นไปกระแทกกับรถของเขาที่ห่างออกไป 3 เมตร

" เฮ้ย! ลุกขึ้นมา นี่แค่อุ่นเครื่องโว้ย "

บุรุษชุดดำตะคอกพร้อมกับเดินเข้าไปหาศิรชัยที่กำลังจุกหน้าอก พอเห็นแบบนั้น เขาก็พยายามลุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ขาสั่น แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็ปรากฏว่าร่างของบุรุษชุดดำยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว

" มะ มรึงต้องการไรวะ "

" ผัวะ....ผัวะ "

ด้ามทวนกระแทกเข้าที่ปลายคางของศิรชัยตามด้วยที่ท้ายทอยจนสลบ บุรุษชุดดำค่อยๆ หยิบเชือกออกมาจากกระเป๋าเป้ด้านหลังของเขาสองเส้น ก่อนจะลากร่างที่ไร้สติของชายหนุ่มไปที่ท้ายรถสปอร์ตคันงามของเขา
10 นาทีต่อมา

" ไง ฟื้นแล้วเรอะ "

" อือ อื่อ อื๊อ อือ อือ อือ อื๊อ "

" ผัวะ! "

" เฮ้ย! ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะมรึงน่ะ มรึงรู้จักผู้หญิงชื่อหวานใช่ไหม " ชายชุดดำตะคอกถามหลังจากที่ฟาดด้วยด้ามทวนซ้ำไปอีกครั้ง

" อือ อื๊อ อือ อือ......อื้อ อื่อ "

" ปล่อยชั้นไปเถอะ ได้โปรด! .... ถุย! ถามก่อนดิ มรึงน่ะ หลอกฟันผู้หญิงไปกี่คนแล้ว คิดว่ามีเงินกับหล่อแล้วทำได้ทุกอย่างรึไงวะ หา! "

"อื้อ...อื่อ "

" ตึง! " สั้นรองเท้าคอมแบทกระแทกเข้าที่ศีรษะของศิรชัย ซึ่งเป็นส่วนเดียวที่โผล่ออกมาในขณะที่ส่วนอื่นอยู่ในกระโปรงท้ายรถ

" อ่อ! คดีนี้ขึ้นศาลไม่ได้สินะ ฝ่ายหญิงอายุเกิน 18 และสมยอมด้วย แถมเธอก็ตายไปแล้วอีก ศาลไม่มีหลักฐาน แต่กรูมีโว้ย! กรูไม่สนหลักฐานหรอก แค่เห็นพฤติกรรมอันน่าสะอิดสะเอียน เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นของพวกมรึง กรูก็มีสิทธิ์ลงโทษแล้วโว้ย ถุย! "

" อื่อ อื๊อ อือ อื่อ " ศิรชัยกลัวจนเยี่ยวราดราวกับสั.ตว์ที่กำลังจะถูกเชือด

" ร้องเป็นหมูถูกเชือดเลยนะมรึง ได้! กรูมีเกมให้มรึงเล่นเกมนึง รู้ไหม ไอ่ลูกกลมๆ ที่มรึงคาบอยู่น่ะอะไร ระเบิดเว้ย ลูกเกลี้ยง! เป็นระเบิดสังหาร ของแถวๆนี้อาจจะพังบ้าง แต่ไม่มากหรอก แต่มรึงอ่ะ เละ! "

บุรุษชุดดำใช้กุญแจรถที่ยึดมาจากศิรชัยไขเข้าไปในรถ เปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ พอให้ได้ยิน ก่อนจะสตาร์ทรถให้มีไอเสียออกมาสัมผัสกับใบหน้าของศิรชัยที่จ่อกับท่อไอเสียนั้น

" ถ้ามรึงทนได้จนยามมาถึง ก็รอด! แต่ถ้าเผลอคายลูกระเบิดออกมา ตูม! จบ Game Over ไง มีแรงเอาเก่ง ก็น่าจะอึดนี่ โชคดีนะ "

บุรุษชุดดำแกะผ้าเทปที่ปิดปากของศิรชัยออกก่อนจะโดดลงจากชั้นนั้นแล้วไปเกาะที่ชั้นถ
ัดลงมาพร้อมกับนำกระดาษแผ่นหนึ่งำปทิ้งไว้ที่ร่างยามที่สลบอยู๋

" ไม่........... "

" ตูม! "

เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น ร่างของศิรชัยถูกฉีกออกเป็นเศษเนื้อ เลือดนองทั่บริเวณนั้นพร้อมกับกระจกรถที่แตกละเอียดแต่ตัวรถเสียหายไม่มากนัก อาหมิงที่ถอดชุดออกแล้วขับรถออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้แต่เพียงกระดาษแผ่นนั้นกับข้อความๆ หนึ่ง

" ความเป็นจริงข้อที่ 1 การแก้แค้นสามารถกระทำได้ หากสุจริตชนถูกรังแกโดยทรชน "

" From : Dark Priest นักบุญรัตติกาล "

ในครั้งนั้นอาจจะเรียกได้ว่าครั้งแรกของผม ที่ลงมือฆ่าคนด้วยมือตัวเอง แต่ผมกลับไม่รู้สึกผิดบาปแต่อย่างใด มิหนำซ้ำ ผมกลับรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งช่วงที่วิญญาณของเหยื่อถูกดูดเข้าสู่ทวนแล้ว มันยิ่งกว่าการได้เสพยาใดๆ เสียอีก ทั้งๆที่ผมไม่เคยเสพ แต่ผมรู้สึกได้ ร่างกายมันรู้สึกแปลกๆ แต่กำลังของผม ก็พลอยเพิ่มไปด้วยเช่นกัน

.............................................
ตอนที่ 4

" อา! "

" สังหารโหดลูกชายเสี่ยร้านทอง มัดมือ - เท้าแล้วระเบิดเป็นจุล "

ผมอ่านข่าวนี้ด้วยความสะใจแบบสุดๆ นับตั้งแต่มีชีวิตอยู่มา ภาพพื้นที่ที่มีแต่เศษเนื้อมนุษย์ คราบเลือด และซากของรถที่พังเพราะแรงระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา ยิ่งผมพลิกเข้าไปอ่านภายในตัวข่าวแล้ว คลื่นบางอย่างมันก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างของผม อา! มันให้ความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก แต่ผมรู้สึกได้ว่ามันดีมาก อย่างน้อยๆ คนเลวๆ ที่กฏหมายเอื้อมไม่ถึงแบบนั้น ก็ยังสามารถถูกพิพากษาได้สมกับสิ่งที่มันทำเช่นกัน

" และผมก็จะทำต่อไป เพราะนี่มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น "

2 ตุลาคม พ.ศ.25xx เวลา 21.30 น.

บ้านหลังหนึ่ง กรุงเทพฯ

" คะ.....คุณ " หญิงวัยกลางคนวิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ในกล่องหน้าบ้าน

" มีอะไรๆ ทำไมตะโกนแบบนี้ "

" ละ....ลูกเรา....ฮือๆๆ "

หญิงวัยกลางคนยื่นจดหมายที่ทำจากซองทำเอง ส่วนซองนั้นทำจากกระดาษแข็งสีดำตัดและทากาวอย่างประณีตบรรจง ด้านหน้าซองแปะเครื่องหมาย DP The Night ไว้บริเวณมุมซ้ายบนและจ่าหน้าซองถึงบ้านหลังนี้

" แด่สิ่งชั่วร้ายที่มันเคยกระทำ แด่คนที่บังอาจพรากเอาความรักไป แด่ความอำมหิตที่ไม่ใช่มนุษย์ และนั่น....แด่ลูกชายของคุณ! "

ชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของเธออ่านจดหมายแล้วถึงกับหน้าซีด ขณะที่ผู้เป็นภรรยาถึงกับเป็นลมหมดสติไป

" ดี! พวกคุณเป็นลมไปก็ดีแล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องไปเตือนลูกเลวๆของพวกคุณ ที่กำลังจะไปนรกคืนนี้ "

บุรุษชุดดำทะมึนใส่หน้ากากโอเปร่ารมดำครอบส่วนดวงตาลงมาถึงจมูก มือขวาส่องกล้องมองดูความเป็นไปภายในบ้านหลังนั้นจากบ้านที่อยู่ไม่ไกลนักอย่างเงียบ
เชียบบนหลังคา

ก่อนหน้านี้ เวลา 18.30 น.

" เพลงเพราะดีนะคะ " วิญญาณของหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของอาหมิงที่กำลังทำบางอย่างกับรถอยู่

" หึ! เพราะหรือครับ แบบนี้ต้องเรียกว่ามันส์ต่างหากครับ อ่อ! ท่าทางคุณคงไม่รู้จัก Linkin Park หรือ Evanesence สิครับคุณหวาน! "

" อ่อ! รู้ค่ะ แต่ไม่ชอบฟัง แต่หวานไม่สบายใจเลยนะคะที่คุณ... เอ่อ! "

" ผมชื่อหมิงครับ ใครๆ ก็เรียกผมว่าอาหมิง " อาหมิงหันไปบอกเธอพร้อมกับยิ้มให้

" อ่อ! คุณหมิง หวานว่าคุณเลิกทำแบบนี้เถอะค่ะ มันไม่ได้อะไรเลยนะคะ ไม่แน่ตำรวจอาจจะตามมาได้ แล้วก็มาจับคุณในที่สุด "

" คุณหวานครับ! เคยดูภาพยนตร์เรื่อง Daredevil รึเปล่าครับ "

" เคยค่ะ! ที่ เบน เอฟเฟล็ค เป็นพระเอกใช่ไหมคะ "

" นั่นแหละครับ! แรงบันดาลใจของผม และผมรู้สึกว่า ตัวของ Daredevil กับผมมีบางอย่างที่คล้ายกัน แม้ว่าผมจะเป็นทนายแบบเขาไม่ได้ก็ตาม เอาล่ะครับ! ผมต้องไปแล้ว คุณไปเถอะ "

" ค่ะ! "

นั่นล่ะครับ! แนวทางของผม นับตั้งแต่ที่ผมได้พลังนั้นมาเมื่อหลายปีก่อน ผมยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้มันหรือไม่ จนกระทั่งตอนนี้ก็ตาม แต่ทว่า... หากผมเลือกที่จะไม่ใช้มัน ความค้างคาใจบางอย่างที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูก มันก็คงจะคาใจผมต่อไป

" แต่วันนี้! ผมเลือกที่จะใช้มัน "
เวลา 23.20 น. วันเดียวกัน

" ว่าไงจ๊ะ! น้องนกจ๋า! เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปรับนะจ๊ะ! ฝันดีจ้ะ! จุ๊บ! "

ชายหนุ่มหน้าตาดี ขับรถเก๋ง BMW สีเงินอยู่บนถนนที่โล่ง มือซ้ายคุยโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างสบายใจโดยที่ไม่ทันสังเกตว่า ใครบางคนกำลังขับรถตามมาไม่ห่างกันนัก

" บรืนนน! "

" ฟ้าวววว! "

Mitsubishi Lancer สีดำแล่นแซง BMW ไปอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มที่ขับ BMW รีบเก็บโทรศัพท์แล้วเข้าเกียร์พร้อมกับเหยียบคันเร่งตามขึ้นมาทันที แต่อยู่ดีๆ Mitsu Lancer ก็ลดความเร็วลงให้ BMW แซงขึ้นไปง่ายๆ

" อะไรของมันวะ! "

" บรืนนนนน!......ฟ้าวววววว! "

และไม่กี่วินาที Mitsu Lancer ก็เร่งเครื่องแซงขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นการเร่งแบบแข่งจริง Mitsu Lancer ส่ายท้ายรถไปมาอยู่เบื้องหน้า BMW ทำนองเย้ยหยัน

" ไอ่สั.ตว์! มรึงจงใจหยามกรูเรอะ! ฮึ่ม! " ชายผู้ขับ BMW เริ่มโกรธจึงเหยียบคันเร่งตามมาบ้าง

" ดี! งั้นแกก็ได้เวลาตายแล้ว "

Mitsu Lancer เลี้ยงเข้าไปในซอยเปลี่ยวบริเวณนั้น ขณะที่ BMW ตามมาติดๆ ทั้งสองคันเร่งความเร็วไปจนเกือบสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนสองเลน BMW ไม่สามารถหาช่องแซงได้เนื่องจาก Lancer กั๊กช่องทางไว้ได้หมด

" เอี๊ยด! " อยู่ดีๆ รถ Mitsu Lancer ก็เบรคกระทันหัน เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น

" เอี๊ยด! " BMW ที่ช้าไปร่วม 2 วินาทีมาถึงที่เช่นกัน ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่เห็น Lancer เปิดประตูทิ้งไว้จึงเดินลงไปดู

" คนขับไปไหนวะ "

" พลั่ก! " ด้ามทวนถูกฟาดเข้ากับคอของชายหนุ่มจนสลบ บุรุษชุดดำค่อยๆ หยิบเชือกออกมามัดมือผู้เคราะห์ร้ายไพล่หลังไว้ก่อนจะมัดปากไม่ให้ร้อง

10 นาทีต่อมา

" ตื่นแล้วสินะ! รู้ไหม ที่นี่ที่ไหน? "

" ........ " ชายหนุ่มมองไปรอบๆ มีแต่ซากของศาลพระภูมิเต็มไปหมด

" ที่นี่คือนรกไง ไม่สิ! เป็นปากประตูนรกต่างหาก วันนี้ดวงมรึงถึงฆาตแล้ว ก่อนอื่น! ชายชาญ สุวรรณทรัพย์เมธา กรูถามมรึงก่อนว่ามรึงรู้จักผู้หญิงชื่อหวานมั้ย? "

" อื้ออื๊ออื่อ " ชายชาญส่ายหัวด้วยความหวาดกลัว

" ไม่รู้จัก....อืม!....ผัวะ!.....ตุบตับตุบตับ "

รองเท้าคอมแบทที่เท้าขวาของ Dark Priest หวดเข้าที่ชายโครงของชายชาญเป็นชุดๆ ชายชาญพยายามจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออกเพราะปากถูกมัดด้วยผ้าที่หนาๆ

" ถามอีกที! รู้จักหวานมั้ย? "

" ........! "
" ช้าโว้ย! มรึงหมดสิทธิ์ เอางี้! ไปเล่นเกมกันดีกว่า นั่น เห็นคลองตรงหน้ามรึงไหม " Dark Priest ชี้มือไปที่คลองที่อยู่ห่างไป 5 เมตร

" อืออื่ออืออืออือ "

" ทำอะไร? อ่อ! ที่อเมริกา หน่วย SEAL จะถูกฝึกว่ายน้ำแบบพิสดาร มือถูกมัดไว้แบบที่มรึงเป็นตอนนี้ ส่วนนี่! Sig Sauer P228 มีลูกอยู่ 13นัด กรูให้โอกาสมรึงโดดลงคลองว่ายน้ำไป ชั้นจะยิงตามไปเรื่อยๆ ช้าๆ ทีละนัด ถ้ามรึงหนีไปได้ มรึงก็รอด "

" ...... " ชายชาญกลัวจนเยี่ยวราดและร้องไห้

" เฮ้ย! อะไรวะ เป็นนักแข่งรถ แถม Yed! เก่งอีกต่างหาก มรึงต้องมีแรงเยอะสิโว้ย ไป! "

ชายชาญที่กลัวจนทำอะไรไม่ถูกตัดสินใจวิ่งลงคลองและว่ายน้ำไปด้วยความหวังว่าจะรอด โดยมี Dark Priest ไล่ยิงมาไม่ห่างนัก นัดที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ไปเรื่อยๆ อย่างสะใจยิ่งที่ได้เห็นคนเลวแบบนั้นอยู่ในอาการหวาดกลัวและทรมานแบบสุดๆ

" เฮ้ย! พอเหอะว่ะ ไม่เอาๆ แล้ว มรึงไปให้พ้นๆ หน้ากรูเลยดีกว่า ไม่เห็นสนุกเลย ไปๆๆ "

ชายชาญได้ยินเช่นนั้นจึงรีบว่ายเข้าหาฝั่งด้วยความดีใจที่จะได้รอดชีวิตแล้ว แต่ทว่า...

" ปัง! "

ลูกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรเจาะเข้าที่ขมับซ้ายทันที ร่างของชายชาญตาค้าง ลำตัวแข็งทื่อตกลงน้ำไป

" กรูล้อเล่นว่ะ! ปล่อยปลาไป คนยังได้กิน แต่ปล่อยมรึง ไม่ได้อะไรเลยว่ะ "

" ฟู่! "

ชายหนุ่มเก็บปืนพกใส่เสื้อคลุมและชี้ทวนไปยังทิศที่ศพของชายชาญกระเด็นตกลงไปพร้อมกั
บหลับตา ไม่นานควันสีขาวก็พุ่งขึ้นมาและถูกดูดเข้าไปในหัวทวนนั้น

" วิญญาณของแก เป็นของชั้น! "

เช้าวันต่อมา

" ฆาตกรต่อเนื่อง สังหารโหดลูกชายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร "

ผมนั่งอ่านข่าวนี้ด้วยความสะใจอีกครั้ง ผมรู้สึกว่าฮอร์โมนในร่างมันสูบฉีดดีขึ้นกว่าปกติ มันก็ยังเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเช่นเคย แต่มันดีมาก ดีมากเหลือเกิน

" ความเป็นจริงข้อที่ 2 เวรระงับด้วยการไม่จองเวรเป็นสิ่งที่ผิด หากไม่จองเวรแล้ว คนชั่วก็จะไปก่อกรรมกับคนอื่นอีก "

" From : Dark Priest : นักบุญรัตติกาล
ตอนที่ 5

6 ตุลาคม พ.ศ.25xx เวลา 02.00 น.

" อ่าว! ใครส่งเมลล์มาวะ "

" ถึงผู้ที่เลวทรามอำมหิตทั้งสอง ตอนนี้แกรู้ดีว่าทำอะไรไว้ และเขาก็กำลังจะมาเอาคืนแล้วเช่นกัน โดยชั้นจะเป็นคนลงมือ แกอ่านข่าวแล้วก็น่าจะรู้ดี เพื่อนผู้อำมหิตที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นของแกตายไปแล้วสองคนอย่างทรมาน ถ้าแกยังมีสำนึกผิด ขอให้แกกับเพื่อนของแกฆ่าตัวตายด้วยการโดดตึก MBK ซะ ก่อนวันที่ 9 ตุลาคม มิเช่นนั้น พวกแกสองคนจะต้องตายอย่างทรมาน ยิ่งกว่าสองคนแรก "

" ลงชื่อ Dark Priest "

ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างผอม ใบหน้าตี๋ถึงกับหน้าซีดเผือดที่เห็นเมลล์ฉบับนั้นพร้อมกับเครื่องหมาย DP The Night ในจอคอมพิวเตอร์ เนื้อตัวของเขาสั่นไม่หยุด และไม่กล้านอนตลอดคืนนั้นเพราะกลัวว่าหากหลับตาแล้วลืมตาอีกครั้ง เขาจะต้องเจอกับความตายที่ทรมานเยี่ยงสองคนแรกเช่นกัน

" พ่อ!พ่อ!ต้องพ่อเท่านั้น ที่จะช่วยได้ " เขารีบโทรศัพท์ไปหาผู้เป็นบิดาที่ไปทำธุระที่พัทยากับผู้การคณิต พ่อของเพื่อนเขาคนหนึ่ง

" ไม่ต้องห่วงหรอกลูก พ่อจะจัดการเรื่องนี้เอง "

เวลา 03.40 น.

ณ ชายหาดพัทยา

" Hey! Send your cash to me. "

ชายวัยรุ่นสามคนถือมีดปลายแหลมเป็นอาวุธกำลังหาเหยื่อที่จะลงมือปล้นทรัพย์ที่ส่วนมา
กจะเป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมมานั่งตากอากาศเย็นๆ ช่วงเช้ามืดที่ผู้คนไม่มากนัก

" Hey! "

" เฮ้ย! บอกให้ส่งเงินมาไง " พวกมันขู่ตะคอกซ้ำ

" Go Away! Kids! "

" ด่ากรูเรอะ มรึงตายไอ่ฝรั่งตาน้ำข้าว....ย้ากกกกกกก! "

" เปรี้ยง! "

ส้นเท้าขวากระแทกเข้ากับหว่างอกของพวกมันคนดังกล่าวที่บุกเข้ามาจากด้านซ้ายอย่างแรง
ร่างของคนผู้นั้นกระเด็นลอยไปชนกับแผงร้านค้าพังลงมาทับร่างขาดใจตายทันที

" เฮ้ย! "

ชายอีกคนที่อยู่ด้านขวาของฝรั่งง้างมีดจะแทงแต่ฝรั่งหลบได้อย่างง่ายดาย เขาอ้อมไปด้านหลังแล้วจับชายคนที่สองนั้นหักคอจนคอหมุนได้รอบ คราวนี้ชายคนสุดท้ายเห็นว่าสู้ไม่ได้แน่ๆ จึงชักปืนขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ฝรั่งผู้นั้นด้วยความกลัว

" ยะ! อย่าเข้ามานะโว้ย! "

" .... Shoot me! Ha Ha Ha! "

" ยะ อย่าเข้ามา! "

" Shoot! F U C K! "

" ฉึก! "

เป็นไปตามที่ฝรั่งผู้นั้นเดาได้ เพียงแค่มองตาเขาก็รู้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่เคยฆ่าคนมาก่อน ยิ่งการจับปืนแล้วออกอาการมือไม้สั่น ยิ่งทำให้เขามั่นใจได้ว่าไม่กล้ายิงอย่างแน่นอน ฝรั่งค่อยๆ เดินไปจนห่างจากชายคนนั้นแค่เมตรกว่าๆ แล้วเตะตรงๆ ไปที่คอของชายคนนั้นพร้อมทั้งใช้มีดที่ซ่อนอยู่ใต้รองเท้าเสียบเข้าที่คอจนทะลุ

" Thai People're too weak for me! "

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.25xx

ลานจอดรถห้างดังแห่งหนึ่ง กรุงเทพฯ เวลา 21.30 น.

" เฮ้! พาแฟนมาเที่ยวหรือไง พัฒนศักดิ์ "

ชายหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออกที่ได้ยินเสียงที่ฟังดูเยือกเย็นนั่น ร่างของบุรุษชุดดำทะมึนค่อยๆ เดินออกมาจากมุมเสาด้านหน้าของพวกเขาอย่างช้าๆ แววตามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เกลียดชังอย่างที่สุด

" มะ....มรึงจะทำอะไรกรูวะ " พัฒนศักดิ์ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

" ส่งมรึงไปนรกอย่างทรมาน เฮ้ย! ผู้หญิงไม่เกี่ยว ไสหัวไป! "
-----------

" พลั่ก! "

แต่ Dark Priest ที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกฝรั่งร่างสูงใหญ่ถีบกระเด็นไปชนกับรถที่จอดอยู่บริเวณนั้น ฝรั่งรีบวิ่งเข้าไปทันทีหมายจะถีบซ้ำแต่ Dark Priest ยังกลิ้งตัวหลบไปทางซ้ายได้ทันแล้วลุกขึ้นมาเตรียมสู้ ขณะที่พัฒนศักดิ์กับแฟนสาวรีบหนีไปทันที

" Not Bad! Not Bad! Common! F U C K! "

" ได้! " Dark Priest พยักหน้าพร้อมกับวางทวนลงกับพื้น

" No! You can use your weapon. Common! "

" ได้! แกพูดเองนะ ย้ากกกกก! "

Dark Priest จับทวนไว้มั่นทั้งสองมือวิ่งเข้าไปจู่โจมเป็นชุดๆ ทั้งแทงบน กลาง ล่าง ตวัดทวนฟันแนวขวางแต่ไม่ได้ผล Dark Priest เริ่มโกรธที่แทงไม่โดนสักครั้งจึงโหมบุกเข้าไปอีกโดยไม่ทันระวังตัว

" พลั่ก! "

ชั่วพริบตา ร่างของ Dark Priest ก็ลอยไปกระแทกกับเสาเพราะถูกท่าถีบข้างของฝรั่งคนนั้น ส้นเท้าขวากระแทกหว่างอกของ Dark Priest เต็มแรงจนถึงกับจุก มือทั้งสองกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด

" Hey! ฝรั่งเป็นนักเทควันโด้ด้วยรึ " แต่ด้วยพลังเหนือมนุษย์ Dark Priest ก็โดดขึ้นมาตั้งท่าสู้ได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง

" No! This's Savate. French Kickboxing. "

" อ่อ! งั้นรึ ย้ากกกกก! "

Dark Priest รวบรวมแรงทั้งหมดเข้าจู่โจมอีกครั้งแต่ก็ไม่ต่างจากเดิมมากนัก ฝรั่งคนนั้นอ่านทางทวนออกอย่างง่ายดายราวกับรู้ล่วงหน้า คราวนี้ Dark Priest โดนมีดกลไกที่รองเท้าของฝรั่งฟันเข้าที่ท้องจนเลือดสาดแต่ไม่ลึก ก่อนจะถูกท่าถีบหลังเข้าที่ท้องที่เป็นรอยแผลซ้ำอย่างจังจนลงไปนอนกองกับพื้น

" เฮ้ย! อะไรกันน่ะ! "

" S h i t ! "

โชคยังดีที่ยามมาพบเข้า ฝรั่งคนนั้นรีบวิ่งหนีไปทันทีขณะที่ Dark Priest ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาแล้ววิ่งไปที่ขอบอาคารแล้วโดดลงไปทันทีเช่นกัน

" บ้า! ที่! สุด! ทำไมมันเก่งแบบนี้วะ "

ผมพ่ายแพ้แล้ว ขนาดผมมีพลังพิเศษ ผมก็ยังพ่ายแพ้ ในเวลานั้นผมก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ทันทีที่ผมกลับถึงบ้าน ผมถอดชุดออกแล้วนอนเหม่ออยู่บนพื้น สายตามองขึ้นไปบนเพดานโดยที่ไม่อาจหลับได้ลง ในเวลานั้น สมองของผมมีแต่ความโกรธแค้นถึงที่สุด แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ต่อไปผมคงจะต้องรอบคอบขึ้นกว่าเดิม

" แล้วกรู จะกลับมา "

......................................
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge