THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Normal man ยอดมนุษย์ธรรมดา (Read 2208 times)
Topic Description: ตอนที่ 1 กำเนิดซุปเปอร์ฮี่โร่
dr.worawit
HUMAN
**
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 5
ค่าพลัง: 0


Normal man ยอดมนุษย์ธรรมดา
31.10.09 at 21:59:20
 
Normal man ยอดมนุษย์ธรรมดา ตอนที่ 1 กำเนิดซุปเปอร์ฮี่โร่
เคหะวัตถุชิ้นหนึ่งในอวกาศที่กำลังพุ่งด้วยความเร็วมหาศาล มันเดินทางมาเป็นเวลาเนินนาน ผ่านระบบดวงดาวต่างๆมากมาย และขณะนี่เป้าหมายสุดท้ายของมันก็คือดาวดวงที่สามของระบบสุริยะ นั้นก็คือ...โลก
พื้นผิวภายนอกของสะเก็ดดาวที่รูปร่างคล้ายกับผลึกแก้วก้อนโตราวๆกับเครื่องซักผ้า กำลังเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดประกายไฟลุกไหม้ มองดูคล้ายกับลูกไฟจากสรวงสวรรค์ที่กำลังพุ่งลงไปปะทะกับพื้นโลกเบื้องล่าง...
“แม่จ้าทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกำมือของหญิงสาวไว้แน่น
“โอ้ย..ย พ่อจ๋าแม่จะไม่ไหวอยู่แล้ว” หญิงสาววัย 20 ต้นๆร้องครวญครางตลอดเวลาด้วยความเจ็บปวดทรมาน
มือของชายหนุ่มข้างหนึ่งกุมมือของภรรยาไว้ ส่วนอีกข้างก็ทำหน้าที่บังคับรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ผ่านท้องทุ่งที่มืดสนิท เพราะคืนนี้ไม่มีแสงจันทร์ ถนนลาดยางประจำเมืองยามนี้ช่างดูเงียบเหง้าและอ้างว้างเหลือเกิน ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น มองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้า เข้าเริ่มมองเห็นลูกไฟดวงใหญ่กำลังพุ่งตรงมายังรถยนต์ของเขา
“นั้นแสงอะไร อ้า! แย่แล้ว...” ชายหนุ่มเหยียบเบรกเต็มแรง มือทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยพยายามบังคับทิศทางของรถ ให้วิ่งอยู่บนถนนไว้ให้ได้ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาเต้นภายนอกร่างกาย
“โอ้ย พ่อจ้าแม่ไม่ไหวแล้ว ว้าย!...” หญิงสาวที่อยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน เบาะรถยนต์ถูกเอนไปทางด้านหลังจนแทบจะแบนราบกับพื้น ร้องลั่นรถผสมผสานกับเสียงของเครื่องยนต์ เสียงยางรถยนต์ที่เสียดสีกับพื้นถนนอย่างรุนแรงจนแทบจะลุกเป็นไฟ ไม่เว้นแม้เสียงชายหนุ่มที่แสดงอาการตกใจสุดขีด ทุกเสียงสอดผสานราวกับเป็นเสียงวงซิมโฟนี ซึ่งในวันนี้เล่นบทเพลงที่แสนจะตื่นเต้นเล้าใจ แต่ท่อนสุดท้ายกลับเศร้าสลด...
และในเสียงมากมายเหล่านั้นก็มีเสียงดังเบาๆตามมาเสียงหนึ่ง
“อู แว้..อูแว้..”
…..18 ปีต่อมา....
“พ่อ..แม่..ผมไปเรียนนะครับ” เสียงของชายหนุ่มวัย 18 ที่วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก” เสียงดังจากในครัว
“ให้พ่อไปรับไหม นิสิตใหม่” และอีกเสียงจากลานข้างบ้าน พ่อพูดพร้อมกับกำลังยกกระสอบปุ๋ยขึ้นหลังรถกระบะ
“พ่อว่า จะเข้าไปซื้อปุ๋ยเพิ่มที่ร้านเกษตรสามพี่น้องข้าง วิลัยแกพ่อดี”
“ไม่เป็นไรพ่อ ผมโตแล้วต้องดูแลตัวเอง ผมจะนั่งรถเมย์กลับเองครับ” เด็กหนุ่มหลังจากผูกเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่ง (เพราะมีอยู่คู่เดียว) ก็เดินไปยกกระสอบปุ๋ยขึ้นกระบะรถ มิตซูสะตาด้าสีเขียว จ้าบ..สุดเมื่อ 10ปีก่อน แต่ปัจจุบันเป็นเพียงน้องเขียวรถอีแก่ประจำครอบครัว แต่ไม่เคยทำให้พ่อผิดหวัง เพราะมันพาไปได้ทุกที่ที่พ่อต้องการ (พ่อเค้าว่างั้น)
นิษิตใหม่มหาวิทยาลัยราชภัฎใกล้บ้าน ตามสไตล์เด็ก(บ้าน)นอก ชื่อผมนะเหรอครับ นายอัศจรรย์ นามสกุลโคกกระเทียม ที่พ่อแม่พี่น้องนิยมเรียกว่า “ฟลุ้ค” ตามการกำเนิดมาของผมเกิดแบบฟลุ้คๆ ส่วนที่ไปที่มาของผมยังเป็นปริศนาอยู่ พ่อบอกว่าว่างๆจะเราให้ฟัง (แต่ไม่เห็นแกว่างซะที) เด็กหนุ่มหน้าตาดีประจำหมู่บ้าน เรียนวิชาเอกออกแบบประยุกต์ศิลป์ งานประจำทำไร่ทำนา งานอดิเรกก็ทำไร่ทำนาเหมือนกัน ตอนนี่ว่างเลยมาเรียนแก้เซ็ง....
บ่ายสามโมงเย็น ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย
คนรอรถเมล์ เยอะมาก สังสัยว่าวันนี้คงต้องโหนอีกแล้ว ฟลุ้คคิดในใจขณะยืนรอรถโดยสารประจำหมู่บ้าน มีชายแก่คนหนึ่งกำลังพยายามเข็นรถซึ่งสงสัยว่าจะน้ำมันหมด ฟลุ้คมองดูชายแกเข็นรถในใจก็คิดว่าน่าจะมีใครสักคนช่วยลุงคนนี้บ้าง ผมขอโทษนะลุงวันนี้ผมต้องรีบกลับบ้านไปช่วยพ่อไถไร่ ฟลุ้คก้มหน้าขณะชายแก่พยายามเข็นรถเก่งคันเก่าๆผ่านหน้าเขาไป และก็มองตามหลังชายแก่เพื่อดูว่าจะมีใครช่วยแกไหม ที่ป้ายรถเมล์มีผู้ชายนิสิตนักศึกษา คนทั่วๆไปยืนอยู่หลายคนคงมีคนช่วยแก่น่า ฟลุ้คคิด แต่มันไม่เป็นอย่างที่ฟลุ้คคิด ไม่มีใครช่วยคุณลุงคนนั้น แก่เข็นรถผ่านป้ายรถเมล์ไปแล้วด้วยความทุลักทุเล นาทีเศษๆต่อมามีเสียงชาชราตะโกนด้วยความตกใจ
“ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย...”
ด้วยสัญชาตญาณที่เต็มเปี่ยมจากประสบการณ์การไปล่าสัตว์(ยิงขี้กระปอม)ตั้งแต่วัยเยาว
์ของฟลุ้คทำให้หูของเขาดีเป็นพิเศษ เขาหันตามแหล่งที่มาของเสียงและกระโจนไปตามเสียงนั้น
หว้า...แย่แล้ว ลุงแกไม่รู้ว่าทางข้างหน้าเป็นเนินรถที่แกเข็นมากำลังวิ่งลงเนิน แกหยุดรถไม่ได้ ฟลุ้คสูดหายใจเข้าเต็มปอด ย่อตัวลงเล็กน้อยเกร็งกล้ามเนื้อของขาทั้งสองข้างก่อนจะสาวเท้าทั้งสองข้างด้วยความเ
ร็วเต็มที่ ตามไปที่รถของคุณลุงคนนั้น คนที่อยู่ที่ป้ายรถเมล์ได้ยินเสียงคุณลุงขอความช่วยเหลือตกใจรีบวิ่งตามกันไปดู แต่ไม่มีใครที่มีปฏิกิริยารวดเร็วได้เหมือนฟลุ้ค
ฟลุ้มวิ่งผ่านหน้าของคุณลุงไป คุณลุงรู้สึกได้ถึงกระแสลมที่พุ่งผ่านหน้าด้วยความเร็วสูง ฟลุ้ค สปีดตามไปจะทันรถแล้ว อีกนิดเดียว.. อีกนิดเดียว.. ฟลุ้คพยายามเอื้อมมือไปเกาะที่กันชนหน้าของรถ เกาะได้แล้วพยายามออกแรงต้านการไหลของรถ มันกำลังวิ่งช้าลงแล้ว ฟลุ้คออกแรงต้านเต็มกำลัง ทันใดนั้นฟลุ้กได้ยินเสียง แก๊ะ! แรงต้านที่ฟลุ้คออกไปได้ผลกันชนหน้าหยุดเคลื่อนแล้ว ฟลุ้คเงยหน้าขึ้นมองมือของตัวเอง ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมองเห็นกันชนหลุดติดมือมา แต่รถเจ้ากรรมมันยังวิ่งถอยหลังลงเนินต่อไปด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ ฟลุ้คทิ้งกันชนพยายามวิ่งตามรถเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ถ้าเป็นคนทั่วไปคงหมดแรงแล้วแต่สำหรับฟลุ้มไม่ใช่ เขามีแรงมากจากการฝึกฝนยกกระสอบข้าวขึ้นยุ่งฉ่างหน้าเก็บเกี่ยวทุกปีตั้งแต่จำความได

ตายละข้างหน้าทางโค้ง สุดทางโค้งเป็นแม่น้ำแย่แล้ว...ฟลุ้คเพิ่มความเร็วขึ้นอีกพยายามวิ่งให้ทันรถแต่มันส
ายเกินไป รถวิ่งตรงไม่ยอมเลี้ยวพุ่งตกลงน้ำเสียงดังตู้ม... น้ำกระจายเป็นบริเวณกว้าง และส่วนหนึ่งก็กระเซ็นขึ้นมาโดนหน้าของฟลุ้คพอดี ฟลุ้คตัวเปียกโชก แต่ในใจของฟลุ้คกับรู้สึกว่ามันเปียกมากกว่าร่างกายของเขาอีก เพราะมันเต็มไปด้วยน้ำตาที่ท่วมท้นจากความเสียใจ ที่ไม่อาจช่วยคุณลุงไว้ได้ เขาทรุดลงนั่งเหยียดขาทั้งสองข้างกับพื้นไหล่ถนน นานราวกับเวลาผ่านไปเป็นปี ฟลุ้คนั่งเหม่อลอย คุณลุงเดินมาถึงข้างตัวฟลุ้ค
“ลุงครับผมขอโทษ ที่ช่วยรถลุงไม่ได้” ฟลุ้คพูดขณะเงยหน้ามองใบหน้าอันสิ้นหวังของลุง
“ไม่เป็นไร..ไอ้หนู..” ลุงตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
“ผมน่าจะช่วยลุงเข็นรถตั้งแต่แรก ” ฟลุ้คคิดถึงตอนเริ่มต้นของเรื่องนี้ เขาน่าจะตัดสินใจช่วยคุณลุงคนนี้ตั้งแต่แรก ไม่น่าเลย
ฟลุ้คกำลังเดินก้มหน้าเดินจากไป คุณลุงคนนั้นก็พูดกับฟลุ้ค
“พลังที่ยิ่งใหญ่..มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง.. ไอ้หนู” นั้นเป็นคำพูดสุดท้ายของคุณลุงที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของฟลุ้คขณะนั่งรถโดยสารกลับบ้
าน
โปรดติดตามตอนต่อไป ...............................................
Back to top
 

pookun_w2.jpg (60 KB | )
pookun_w2.jpg
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge