THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่10 (Read 2379 times)
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่10
24.02.09 at 09:33:44
 
บทที่ 4 สูญเสีย


SILK 10 : เทพธิดา “มิคาเอล”

     ผ่านไป 2 วันภายหลังจากการต่อสู้อันร้อนแรง ณ เชลเตอร์ของสหพันธ์กลาง “เมไซอา” ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ก่อเกิดกับ GATE อีกครั้งเมื่อนักรบคนใหม่ที่พึ่งจะเข้ามาประจำการณ์ไม่ได้นานอย่างอาเชอร์ ครีดท์กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกลางสมอรภูมิที่มีแต่ความวุ่นวายนั้น ไหนเลยจะเป็นอาการบาดเจ็บของ Blue Inferno NERO อีกคนที่จะต้องทำการพักฟื้นตัวเองไปอีกพักหนึ่งก่อนที่จะกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมรบ ไม่ว่าจะทางไหน GTAE ก็สูญเสียแบบเต็มประตูเพราะหน่วยงานอิสระที่ได้รับอนุญาตมาจาก UN อย่างพวกเขาทั้งสามกลับเหลือคนที่ใช้ได้อยู่แค่คนเดียวคือ King Crimson RAL

     ท่ามกลางข่าวสารที่ถูกปิดกับสื่อมวลชนถึความเสียหายที่ GATE ได้รับในครั้งนี้ มีอยู่คนหนึ่งที่กระหยิ่มยิ้มย่องพึงพอใจกับสภาพการในตอนนี้ของ GATE อลันด์ รีเชลผู้นำสูงสุดขององค์กรต่อต้านเหตุก่อการณ์ร้ายจากสิ่งนอกพิภพอย่างเขานั้นรู้สึก
พอใจมากที่ตอนนี้ทุก ๆ อย่างกำลังเดินมาตามแผนการที่เขาวางเอาไว้ตั้งแต่แรกแม้ว่าจะมีเรื่องนอกเหนือการคาด
เดาอย่างการมาของนักรบคนใหม่อย่าง Black God ARCHER ที่เขานั้นไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางของชายคนนี้เลยก็ตาม แต่มาในถึงวันนี้เขาก็คิดว่าการหวาดระแวงที่เขามีต่อ ARCHER คนนี้จนถึงขนาดพยายามจับตามองยามที่เขาเป็นตัวตนเดิมอย่าง อาเชอร์ ครีดท์นั้นเป็นเพียงแค่เรื่องที่เขาคิดมากไปเองเพราะคนที่เขาจะต้องระวังในนั้นก็มีเ
พียงแค่สองคนเท่านั้นก็คือ King Crimson RAL กับ Blue Inferno NERO เท่านั้น

     อลันด์ : ยอดมาก.....ทุกอย่างมาตามตางที่เราได้ขุดเอาไว้แล้ว ทั้งเรื่องของสองนักรบผู้ยิ่งใหญ่นั่นก็ด้วย......เธอทำงานได้ดีมากนะ.......สกาเลต

หญิงสาวผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาคือหัวหน้าทีมเทพธิดาผู้ขึ้นตรงกับเขา สกาเลต วิลสัน แต่ว่าสีหน้าของเธอนั้นกลับไม่ได้ยินดีตามเจ้านายของเธอเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเธอกับ
คาเรนรู้สึกผิดที่ไปทำให้เนกิต้องบาดเจ็บในครั้งนี้ ใช่ว่าเดิมเธอก็ได้รับคำสั่งจากอลันด์ที่ส่งให้เธอไปพบหน้ากับเขาเพื่อที่จะให้เนกิเ
กิดความลังเลเนื่องจากว่าตัวเธอนั้นเป็นพี่สาวฝาแฝดของมาริสาอดีตแฟนสาวของเขา

     สกาเลต : .......ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ฉันไม่ได้ยินดีด้วยหรอกนะคะ Master
     อลันด์ : หือ......อย่าบอกนะว่าเธอไปหลงรักหมอนั่นจริง ๆ อย่าลืมนะว่าฉันแค่ส่งเธอไปใกล้ชิดกับ NERO ก็เพราะต้องการจะให้เธอหาจุดอ่อนในตัวมัน.........ยังไง ๆ ก็อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะสกาเลต
     สกาเลต : ....................................ค่ะ.....คุณพ่อ

“คุณพ่อ!?” อะไรกันที่สกาเลตใช้สัพนามแทนตัวอลันด์อย่างนั้น อลันด์แอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินสกาเลตเรียกเขาแบบนั้นก่อนที่เธอคนนี้จะเดินออกมาห
้องผู้บัญชาการของเขาแบบเงียบ ๆ

     อลันด์ : ดี.......ลูกสาวที่น่ารักของฉัน........ฉันจะใช้เธอนี่แหละมาสร้างเป็นจุดอ่อนให้กับ
มัน.....เพื่อล้างแค้นเจ้าผู้ชายคนนั้นที่มันแย่งทุกอย่างไปจากฉันแม้แต่คนรัก......
พี่ชาย หึ ๆ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
อลัดน์หัวเราะเหมือนกับคนบ้าแล้วหยิบรีโมทมาเปิดดูโทรทัศน์ภายในห้องของเขากับรายการ
คอนเสริตของนักร้องเสียงใสไซเร็นด้วยแววตาที่มีเลศนัยน์เหมือนอย่างกับว่าแผนการร้าย
ที่เขาได้วางเอาไว้มันไม่ได้จะมีเพียงแค่สกาเลตคนเดียวแต่ยังมีอีกคนที่จะมาเป็นจุดอ
่อนให้กับนักรบสีแดงสุด Perfect อย่าง RAL
     “......อือ........อา........อื....อ...........!!!?”
บนเตียงนอนภายในห้องอันมืดสนิท บุรุษผู้หนึ่งกำลังละเมอถึงสิ่งร้าย ๆ ที่เขาพึ่งจะผ่านพ้นมาได้ไม่นาน ตามร่างกายของชายคนนี้กลับไม่ได้มีบาดแผลหลงเหลืออยู่เลยจากเดิมก่อนที่เขาจะมาอยู่ท
ี่นี่ด้วยสภาพที่อาจเรียกได้ว่าสาหัส ตอนนั้นร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดย้อมเอาส่วนที่เป็นสีขาวของชุดที่เขาสวมใส่จนกล
ายเป็นสีแดงฉาน เขาคนนี้กำลังฝันถึงสิ่งที่เขาต้องพบเจอเมื่อก่อนหน้าที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ ที่นั่นหลังจากที่เขาถูกส่งตัวมายังพื้นที่เป้าหมายเพื่อทำให้ภารกิจที่ได้รับมาลุล่
วง เขาคนนี้คืออาเชอร์!
     อาเชอร์ : ที่นี่เหรอครับคุณเอริก้า
     เอริก้า : อืม! ระวังตัวด้วยนะอาเชอร์.......ม.....มั.......น.........ม...........มี.........!!!?

     อาเชอร์ : คุณเอริก้า!! คุณเอริก้า!!!
สัญญาณวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียงของพวกเขาเกิดเหตุขัดข้องโดยที่ไม่รู้ว่ามันมีสาเหตุ
มากจากอะไรแต่ว่าอาเชอร์นั้นก็ต้องเลิกสนใจเมื่อบนท้องฟ้ากำลังเกิดปรากฏการณ์ที่เหน
ือจะบรรยายได้ เมฆสีเทาก่อตัวเป็นวงพายุแล้วใจกลางของมันกลับมีอะไรสักอย่างที่กำลังจะลงมา แสงสีทองสาดส่องเป็นเส้นตรงนำทางให้อัญมณีสีเทาค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
     อาเชอร์ : นั่น...............
อัญมณีเม็ดเล็กช่างส่องแสงแวววับน่าจับตามองเหลือเกินจนอาเชอร์ถึงกับเอามือไปรองรับ
มันช่างสวยงามเหลือเกินแต่ในความสวยงามนี้ตัวเขานั้นก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่
างที่มีอย่างมหาศาลภายในเจ้าอัญมณีดวงน้อยนี่
     “จงทำลายมันซะ ท่านผู้กล้า”
     อาเชอร์ : !!? ใครน่ะ!?
คำเตือนจากบุคคลปริศนาที่ไม่ได้แม้แต่จะปรากฏตัวออกมาให้เขาพบเห็นได้แต่กล่าวเตือนเ
ขาแต่โดยดี อาเชอร์ไม่เคยคิดที่จะไว้ใจใครโดยเฉพาะคนที่ไม่อาจแม้แต่จะเปิดเผยตัวจริงให้เขาเห็น
ได้หรอก จำได้ว่าครั้งนี้เอริก้าได้ให้ของอะไรบางอย่างกับเขามาเพื่อใช้ในการเก็บเจ้าสิ่งนี้
มันเป็นกล่องรูปทรงแปลก ๆ ขนาดเล็กสีเงิน ด้วยความระแวงเขาจึงรีบเก็บของมีค่าอย่างมันเข้าไปในนั้นเสียก่อนจากนั้นเขาก็ใช้ควา
มสามารถหยุดเวลาจำกัดแค่ร้อมรอบเจ้าสิ่งนี้เอาไว้
     อาเชอร์ : ..........................!!!?
แค่พริบตาเดียวเท่านั้นที่อาเชอร์ไปสัมผัสเข้ากับสิ่งน่ากลัวเข้า มันกำลังจะออกมาแล้วที่ด้านหน้าของเขา “มัน” คือสิ่งที่น่ากลัวเกรงยิ่งกว่าเทวทูต แม้จะยังไม่แน่ใจแต่อาเชอร์ก็รีบกระโจนถอยหลังออกไป เรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นต่อหน้าเขากับตา.......แขนขนาดใหญ่ของปิศาจร้ายมันทุ
้บลงมา ณ จุดที่เขายังยืนอยู่เมื่อครู่อย่างแรงจนพื้นแผ่นดินสะเทือนหวังจะให้เขานั้นต้องตายไ
ปในการโจมตีครั้งนี้แบบไม่ทันระวังตัวแต่ก็โชคดีที่อาเชอร์นั้นสามารถหลบออกมาได้ก่อ
น จากนั้นมารร้ายก็ค่อย ๆ ปรากฏร่างออกมาจากจุด ๆ นั้นหลังจากที่มันดึงมือกลับไปกลายเป็นหลุมมิติขนาดใหญ่เปิดเป็นประตูเพื่อให้มันก้า
วเข้ามา
     “โอววววววววววววววววว!!!!!!”
     อาเชอร์ : !!?...................
เสียงคำรามของมารร้ายดังกึกก้องจนแม้มิติเวลายังสั่นคลอนจนภาพเคลื่อนไหวที่อยู่เบื้
องหน้าของเขาทั้งหมดถึงกับหยุดนิ่งลงกลายเป็นอาณาเขตที่ถูกหยุดเวลาอย่างสมบูรณ์แบบเ
หมือนกันกับที่เขาสามารถทำได้
     อาเชอร์ : อะไรกัน........นี่มันอะไรกัน.......
ความตื่นตกใจทำให้แม้แต่เขาก็ยังขาดความระวัง มารร้ายอาศัยจังหวะนี้ตะปบกงเล็บใส่จนอาเชอร์ถึงกับกระเด็นลอยออกไปกระแทกเข้ากับเสา
ไฟฟ้าที่อยู่ข้าง ๆ จนหักลงมา
     อาเชอร์ : ........อ๊อก.........!!!!!
พลาดไปจริง ๆ เขาพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแต่ก็ดูเหมือนว่าแขนขวาที่เขายกขึ้นมารับแรงโจมตี
เมื่อครู่นี้จะหักเสียแล้ว ที่ปลายนิ้วของเขาไม่รู้สึกอะไรเลย อาเชอร์ได้แต่จ้องมองมารร้ายตนนี้ด้วยแววตาเท่านั้นเขาจึงรวบรวมแรงที่เหลือส่งอัญมณ
ีที่อยู่ในมือให้ลอยกลับไปอยู่ในมิติที่เวลาเดินเหมือนเดิม จากนั้นก็รีบพุ่งตัวเข้าไปพร้อมกับปืนคู่ใจในมือซ้ายและดาบลำแสงที่ขาขวาแตะกวาดพื้น
ฟันที่ข้อเท้าของมันจนเป็นแปลใหญ่จากนั้นก็กระหน่ำยิงกระสุนปืนคู่ใจเข้าไปตรงกลางแผ
ลจนมันร้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปด้วยความปวด แต่ว่าดูเหมือนอาเชอร์จะพลาดไปเสียแล้วเมื่อมารร้ายกลับกวาดมือใส่เขาจนลอยและใช้หมั
ดที่ใหญ่โตของมันชกเขาจนกระแทกกำแพง
     อาเชอร์ : ..........บ้าจริง.......!!!!?
อะไรกัน? ทำไมกัน? คำพูดของตัวเองเมื่อครู่มันไปปลุกอะไรสักอย่างที่อยู่ในใจของเขาให้ตื่นขึ้นมา กับความทรงจำของเขาที่ว่าเขานั้นเหมือนจะเคยเห็นเจ้ามารร้ายตัวนี้มาก่อน มันมีเขาสองเขาบนหัว มีร่างกายกับกล้ามเนื้อที่แข็งเหมือนกับหินแต่ก็ยืดหยุ่นได้เหมือนกับยาง โดยเฉพาะรอยแผลขนาดใหญ่ที่กลางอกของมัน อาเชอร์กลับรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะว่าตอนนั้น.........
     “พาเด็ก ๆ หลบไปก่อน........มิคาเอล..........”
     “.............ท่าน....................โซร่า!!!!”
     “ไม่ใช่......ฉันบอกแล้วไงว่าฉันชื่อ...............”
     อาเชอร์ : !!!!?
อีกนิดเดียวเขาก็จะนึกถึงเรื่องสำคัญได้อยู่แล้วแต่ว่ามารร้ายที่กระโจนพุ่งตรงมาที่
เขาด้วยความโกรธมันทำให้อาเชอร์ต้องรีบกระโดดหลบออกไปก่อน ตอนนั้นเองโชคร้ายที่อยู่ ๆ เขากลับเจ็บแขนข้างที่หักขึ้นมาจนต้องเสียหลักล้มลงไป มารร้ายก้าวขาเข้าไปใกล้เขาเรื่อย ๆ ส่วนอาเชอร์นั้นก็แทบที่จะทนพิษบาดแปลไม่ไหวอยู่แล้วตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นเทพธิดา
องค์หนึ่งจุติลงมาจากฟากฟ้าและเหล่าเทวดาอีกสามที่ตามนางลงมาได้เข้าโจมตีใส่มารร้าย
เพื่อปกป้องเขา
     “อุริเอล!!เอาเลย!!”
     “ได้เลย........!!!”
เทวดาสีเหลืองกับสีเขียวปีกสีเงิน 6 ปีกชักดาบคู่ใจของแต่ละคนแทงเข้าที่มารร้ายคนละหนึ่งแผลแต่ทว่ามารร้ายกลับไม่ได้สะด
ุ้งสะเทือนกับการโจมต*นี้เสียเท่าไรเลยเพราะว่าจากขนาดรูปร่างที่ต่างกันระหว่างตัวข
องมันกับพวกเขาทั้งสอง จนกระทั้งมีเทพธิดา 6 ปีกสีส้มองค์หนึ่งวาดมือเป็นวงกลมแล้วยิงสำแสงใส่มารร้ายจนกระเด็นไป
     อาเชอร์ : ............พวก.......พวกคุณ........!!!
     “ไม่เป็นไรแล้วค่ะ....ท่านปลอดภัยแล้วนะคะท่านผู้กล้า พวกเราจะปกป้องท่านเองค่ะ”
     อาเชอร์ : ...........จู........จูลี่............
งามฟ้าองค์นี้ช่างงดงามนักเมื่อเธอได้เปิดหน้ากากของตนออกมา เพียงแต่เพราะอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับไปทำให้อาเชอร์มองเห็นว่าเธอคนนี้เป็นจูเลียค
นที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา เธอผู้นี้มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งห่วงหาทั้งอาดูล เธอถึงกับตัวสั่นเทิ้มเมื่อได้เห็นอาการบาดเจ็บที่อาเชอร์ได้รับ จนกระทั้งเขาสลบไปแต่ก่อนที่เขาจะสลบเขานั้นก็แอบเห็นสีหน้าของเธอคนนี้หน่อย ๆ มันช่างคล้ายกันเหลือเกินคล้ายกับผู้หญิงคนนั้นคนที่เขามักจะมองเห็นเธอในความฝันบ่อ
ย ๆ โดยเฉพาะน้ำตาที่เธอได้หลั่งออกมาเพื่อเขา
     ณ ห้องประชุมของฐานใต้ดินลับด้านล่างของลอนดอน เอริก้ากับพวกกำลังวุ่นอยู่กับการเสาะหัวตัวของอาเชอร์กันยกใหญ่ไม่เว้นแม้แต่มาซากิ
ที่อยู่ที่ห้องทำงานของประธานบริษัทจากด้านบนเองก็รู้สึกไม่ดีอยู่เช่นกันจนเขานั้นแ
ทบไม่มีสมาธิจะทำงานเลย
     มิฮารุ : มาซากิ.......มาซากิ.......ยังคิดมากอยู่อีกเหรอ? พักบ้างหน่อยเถอะนะ
     มาซากิ : ไม่.......ผมไม่เป็นไรหรอกมิฮารุ
แม้ว่าเขาจะตอบแบบนั้นแต่ภรรยาอย่างเธอก็รู้ดีว่าใจจริงแล้วมาซากิอยากที่จะทิ้งงานพ
วกนี้แล้วไปร่วมกับทีมค้นหาอาเชอร์ด้วยใจจะขาด มิฮารุผู้เป็นภรรยาอย่างเธอรู้นิสัยของสามีดีแล้วเธอเองก็รู้สึกเป็นห่วงเขามากเหลือ
เกินที่นอกจากจะต้องมาทำงานตามปกติแล้วยังจะต้องออกไปต่อสู้กับพวกเทวทูตเหล่านั้นอี
กด้วย
     “พ่อ.......พ่อ.....ฮับ......ลุงกิฮับ...”
     มาซากิ : !?.......เรียวมีอะไรเหรอลูก.........
     “.........พ่อ...ขา........ลุงกิ.......ค่ะ”
!!!? อะไรกันทั้งเรียวและมิยูกิต่างก็พยายามที่จะขึ้นมาบนตักของเขาแล้วก็พยายามจะบอกอะไร
บางอย่างเกี่ยวกับเนกิ(?) จนมิฮารุต้องช่วยอุ้มทั้งสองลงมาไม่ให้พวกเขาไปเกะกะการทำงานของมาซากิ แต่ว่ามาซากิก็ไม่ว่าอะไรเขากลับทักทายพวกลูก ๆ แล้วถามว่ามีอะไรเกี่ยวกับเนกิหรือแต่ทั้งสองก็ส่ายหน้าแล้วก็พูดแต่คำว่า “ลุงกิ” จนพ่อและแม่อย่างมิฮารุยังรู้สึกประหลาดใจ แต่ว่าสักพักพวกเด็ก ๆ ก็ต้องเลือกตื้อเมื่อมิฮารุใช้อุบายเปิดโทรทัศน์ให้พวกเด็ก ๆ ดู
     มาซากิ : ฮะ.......ไปซะแล้วแฮะ........โอ๊ะ....จริงสิ
     มิฮารุ : มีอะไรหรือคะ มาซากิ
เพราะการกระทำของทั้งคู่ทำให้มาซากินึกขึ้นได้ถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างที่พวกเขาลืมทำไป
นั่นก็คือ เรื่องของจอร์นพ่อของอาเชอร์ มาซากิคิดว่านี่ก็ผ่านมา 2 วันแล้วที่อาเชอร์ได้สาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยบางทีมันคงจะถึงเวลาที่จะได้บอกทุกอย่า
งให้จอร์นได้รู้เรื่องทั้งหมดของอาเชอร์ในตอนนี้ แม้ว่ามันจะรู้สึกไม่ดีเลยก็ตามแต่ว่าเขาเองก็ไม่อาจที่จะปิดบังเรื่องทุกอย่างต่อไป
ได้อีกยิ่งในตอนนี้ที่กำลังเกิดปัญหาอย่างนี้อยู่
     ด้านล่างห้องทำงานแผนกบุคคลที่ชั้น 5 จอร์นหัวหน้าแผนกกำลังนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยสาเหตุจากทั้วเรื่องงานแลปัญหา
ที่บ้านเมื่อลูกชายคนโตของเขานั้นไม่ได้กลับมาที่บ้านเป็นระยะเวลา 2 วันแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะขอให้ทางตำรวจช่วยกันตามหาแต่ก็ดูไม่มีอะไรจะคืบหน้า แม้ว่าจะให้ริต้าลูกสาวของเขาติดต่อหาจูเลียเพื่อนสนิทขงอาเชอร์แต่เธอก็ดันปิดมือถื
อและติดต่อไม่ได้จนถึงตอนนี้อีก ความเป้นห่วงลูกมันยิ่งมาส่งผลต่อเรื่องงานจนเขาถูกหัวหน้าสายงานต่อว่ามาถึงการทำงา
นที่ขาดความระเอียดรอบคอบจนกระทั้งมาในตอนนี้
     “หัวหน้าคะ......คือ....คือว่า......”
     จอร์น : มีอะไรเหรอคุณมิซึวะ
ลูกน้องอย่างเธอรู้ดีมาว่าช่วงนี้จอร์นทำงานผิดพลาดไปบ้างแต่ก็ไม่น่าที่จะเกิดเหตุถ
ึงขั้นนี้ นั่นก็คอมีการเรียกตัวเขาให้เข้าไปพบท่านประธานที่ห้องทำงาน แต่ว่าเธอนั้นก็รู้สึกสงสารจอร์นก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ แต่จะไม่บอกก็ไม่ได้
     “คือ.....ท่านประธาน......ท่านประธานคางุระ......เรียกให้หัวหน้าไปพบ.....ค่ะ”
     จอร์น : เอ๊ะ!? ผมเหรอ?
ระหว่างทางขึ้นลิฟต์ VIP ไปถึงห้องของท่านประธานหนุ่ม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้มีโอกาสพบหน้ากับประธานคนใหม่ตรง ๆ อย่างนี้โดยที่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาเองก็เตรียมทำใจเอาไว้แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในก
ารเรียกตัวเขาไปพบในครั้งนี้ ดูเหมือนกับว่าระยะเวลาในการเตรียมใจมันช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อลิฟต์ได้ขึ้นมาถึง
บนชั้นนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อประตูลิฟต์เปิดด้านหน้าของเขานั้นเป็นทางเดินสั้น ๆ ที่ถูกกั้นเอาไว้เพียงประตูไม้ที่ถูกสลักกลอนเอาไว้อย่างสวยงาม จอร์นพยายามข่มใจตัวเองก่อนที่จะเคาะละก็ค่อย ๆ แง้มเปิดประตูเข้าไป ทันไดนั้นสิ่งแรกที่เขาเห็นกลับเป็นตุ๊กาขนาดใหญ่ที่วางไว้บนโซฟาและเสียงเด็ก ๆ กำลังนั่งดูโทรทัศน์พายในห้องแห่งนี้ด้วยความสนุกสนาน
     มิฮารุ : หัวหน้าแผนกครีดท์สินะคะ? เชิญทางนี้เลยค่ะ
     จอร์น : เอ่อ....ครับ
ไม่อยากจะเชื่อเลยเขาได้รู้มาแค่ข่าวลือเท่านั้นว่าเลขาคนโปรดของท่านประธานที่รับงา
นติดต่อกับท่านโดยตรงในบริษัทเท่านั้นจะเป็นสาวสวยขนาดนี้ แล้วก็ยิ่งเมื่อเธอได้นำทางเขาเข้าไปด้านในกว่านั้น ที่เบื้องหน้าของเขาคือผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทราคาแพงสีน้ำตาลลายทาง ผมสีชากับดวงตาอันสวยงามเป็นประกาย.......ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชายที่นั่งอยู่บนโต๊ะ
ทำงานขนาดใหญ่เบื้องหน้าของเขานี้คือหลานชายคนเล็กของท่านอดีตประธานเฟลนัลโด และเขาก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อได้เห็นรูปถ่ายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของมาซากิมันเป็น
รูปถ่ายของกลุ่มผู้ชายสามคนที่มีมาซากิอยู่ตรงมุมขวาส่วนผู้ชายที่น่าจะเป็นหลานอีกค
นของอดีตประธานเฟลนัลโดอยู่ตรงมุมซ้ายเหลือแต่อีกคนที่เขาเห็นก็ถึงกับตกใจในทันทีเพ
ราะชายคนที่อยู่ตรงกลางนี้ไปเหมือนกับอาเชอร์ลูกชายของเขามาก
     มาซากิ : สวัสดีครับ หัวหน้าแผนกครีดท์
     จอร์น : .......สวัสดีครับท่านประธาน!!
มาซากิทำหน้าตากังวลเอามาก ๆ ที่จะบอกความจริงทั้งหมดให้แกจอร์นพ่อของอาเชอร์ผู้ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มาซากิไม่อยากที่จะพูดตรง ๆ เขาจึงพยายามพูดอ้อม ๆ ถึงเรื่องงานก่อนที่จะย้อนเข้ามาถามถึงเรื่องของครอบครัว
     มาซากิ : ได้ข่าวมาว่าคุณมีลูกชายเรียนอยู่มหาลัยอันดับหนึ่งของเชลเตอร์ แถมเป็นเด็กเรียนดีด้วยสินะครับ
     จอร์น : ....ไม่หรอกครับ......อาเชอร์ลูกชายผมเขาไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นหรอกครับ
ยิ่งจะพูดเข้าเรื่องมาซากิก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจยิ่ง ๆ เท่านั้น แต่จะปิดบังต่อไปไม่ได้อีกแล้วเขาจึงคิดที่จะบอกกล่าวเรื่องราวทุกอย่างให้กับจอร์นไ
ด้รับรู้ไปเลย
     มาซากิ : หัวหน้าแผนกครีดท์ ที่ผมเรียกคุณมาในครั้งนี้ก็เพราะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกชายของคุณจะมาบอกครับ คือว่า.........ประมาณ 2 วันมานี้เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านเลยใช่มั้ยครับ
!!? จอร์นรู้สึกแปลกใจกับคำถามของมาซากิมากเขาหลงคิดว่าที่มาซากิอุตสาห์เรียกตัวเขาขึ้น
มาจะเป็นเพราะเรื่องผลการทำงานของเขาเสียอีกแต่ไหนเลยดันมาเป็นเรื่องของอาเชอร์ลูกช
ายคนโตของเขาเสียนี่ ถึงจะสงสัยแต่จอร์นก็ตอบกลับไปตามตรงว่าอาเชอร์ไม่ได้กลับบ้านมา 2 วันอย่างที่มาซากิถามจริง ๆ แล้วถามมาซากิกลับไปว่าเขามีธุระอะไรกับอาเชอร์หรือด้านมาซากิเงยหน้ามองเข้าด้วยสาย
ตาที่จริงจังแล้วให้จอร์นเตรียมทำใจกับข่าวที่เขากำลังจะบอกให้ดีถึงสิ่งที่ได้เกิดก
ับอาเชอร์..........
     อีกด้านหนึ่งในห้องที่มืดมิดไม่มีเลยซึ่งแสงสว่าง หลังจากอาเชอร์ได้ฝันถึงเรื่องราวก่อนที่เขาจะมาอยู่ที่นี่กลับเริ่มที่จะรู้สึกตัว ตามร่างกายความเจ็บปวดที่ได้รับมาก่อนหน้านี้มันหายไปหมดแล้วเหมือนกับว่าเขานั้นอาจ
จะตายกลายเป็นวิญญาณออกจากร่างแล้วก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่เมื่อตัวของอาเชอร์เองนั้นยังรู้สึกได้ถึงการหายใจของตัวเองและนอกจากนี้
เขายังรู้สึกอีกว่าตันเองได้มาอยู่ในที่ ๆ ไดสักที่หนึ่งซึ่งตัวของเขานั้นก็ไม่แน่ใจว่ามาอยู่ที่ไหน
     “ฝุบ......แกรก.....ๆ....ๆ....ๆ....ๆ....”
เสียงที่เหมือนกับว่ากำลังมีใครสักคนมาทำอะไรตรงเหนือศีรษะของเขามันทำให้อาเชอร์ค่อ
ย ๆ ลืมตาขึ้นมาแต่ตอนนั้นเองที่ก็ต้องหลับตาอีกครั้งเมื่อแสงแดดในยามเช้าได้สาดส่องกระ
ทบเข้ากับดวงตาที่อยู่ในความมืดมานาน
     “อ้าว.......รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ท่านผู้กล้า”
     อาเชอร์ : !!!...................?
เสียงนั่นอีกแล้ว เสียงของเธอคนนั้นที่เขาได้ยินก่อนที่จะสลบไปเสียงของเธอที่เหมือนกับเทพธิดาผู้มาโป
รด ภาพที่เขาเห็นในตอนนี้มันดูเบลอ ๆ ไปหมดเลยมันคงจะเป็นเพราะเขานั้นยังคงไม่ชินกับแสง หญิงสาวคนนั้นรีบเดินเข้ามาดูอาการเขาด้วยความเป็นห่วงตอนนั้นเองทีอาเชอร์กลับเห็นภ
าพหลอนว่าเธอคือผู้หญิงคนที่เขากำลงคิดถึงมากที่สุด
     อาเชอร์ : ........จู......จูลี่……
     “!!!!?..............”
เธอคนนั้นรู้สึกตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะดึงหน้ากากส่วนบนลงมาปิดบังใบหน้าตาของตัวเองแ
ละทันทีที่เขาเริ่มจะชินตา อาเชอร์ก็กลับเห็นว่าผู้หญิงคนที่อยู่เบื้องหน้าของเขานี้ไม่ใช่เธอคนนั้นที่เขาหลงเ
ข้าใจผิดไปเอง
     อาเชอร์ : โอ้ย........!!
     “!!!!? เป็นอะไรรึเปล่าคะท่านผู้กล้า”
     อาเชอร์ : ........ไม่.....ไม่เป็นไรครับ แค่หน้ามืดนิดหน่อย
หลังจากอาการหน้ามืดได้หายไปสักพัก อาเชอร์ก็เริ่มที่จะมองสำรวจทิวทัศน์รอบ ๆ ว่าตอนนี้เขานั้นได้มาอยู่ ณ ที่ไหนแห่งหนใด ที่นี่เป็นห้องโล่งกว้างมีกำแพงสีขาวกับลมที่พัดเข้ามาจากด้านนอกหน้าต่างข้างหลังเข
า มีเตียงนอนขนาดใหญ่สีขาวที่เขานอนอยู่และก็มีหญิงสาวสวมหน้ากากคนหนึ่งกำลังเฝ้าไข้เ
ขาด้วยอาการเป็นห่วงเป็นใย อาเชอร์พยายามลุกจากเตียงแล้วหันหน้าออกไปรับลมจากด้านนอกของหน้าต่างก็ต้องแปลกใจกั
บสิ่งที่เห็นเพราะว่าข้านอกนั่นมันเป็นเหมือนกับเมืองที่มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่กันห
ย่างคับคั่งแต่ที่น่าแปลกก็คือบนท้องฟ้าที่มีพระอาทิตย์คอยสาดส่องให้แสงสว่างมันกลั
บดูไม่เป็นธรรมชาติและเมื่อเขาลองสังเกตดี ๆ ก็พบว่าท้องฟ้าไม่ใช่ท้องฟ้าแต่เป็นเพดานสูงที่ถูกโฮโลแกรมสร้างเป็นภาพของท้องฟ้ามา
กกว่า เหมือน ๆ กันกับในเชลเตอร์ยุคต้น ๆ ที่เขาเคยเห็นภาพในวิชาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
     อาเชอร์ : ที่นี่.................
     “ที่นี่คือ ลอสทาเรีย ค่ะ......ท่านผู้กล้า ดินแดนของพวกเราเหล่า เซราฟ”
“เซราฟ” อาเชอร์รีบหันขวับกลับไปมองหน้าของเธอคนนี้ด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำ ๆ นั้นออกมาจากปากของเธอ หญิงสาวได้แต่ยิ้มให้เขาและบอกให้เขารออยู่ที่นี่สักพักเพราะเดี๋ยวเธอจะไปหาชุดมาให
้เขาเปลี่ยน หลังจากที่เธอคนนี้ได้ออกไปแล้วเขากลับรู้สึกทั้งงงทั้งแปลกใจและสับสนมาก ๆ เพราะสิ่งที่เรียกว่า “เซราฟ” ที่เขารู้จักมันไม่น่าจะใช่มนุษย์ แต่ถึงแม้ว่าเขานั้นจะพยายามนึกดูเท่าไรถึงรูปร่างหน้าตาของเธอคนนี้แล้ว ไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็ดูเป็นมนุษย์เหมือน ๆ กันกับเขา ไม่นานนักประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา เป็นเธอที่เดินนำหน้าเหล่าสาวใช้อีกสองคนซึ่งมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเก่าที่เขาเคยใส่
Battle Suit ที่สะอาดสะอ้นไม่มีร่องรอยของเลือดที่เปื้อนหลงเหลืออยู่เลย
     “ฉันทำความสะอาดชุดของท่านไว้แล้ว และก็นี่เป็นน้ำกับของว่างค่ะถ้ายังไงมีอะไรก้เรียกพวกเราได้นะคะ”
     อาเชอร์ : เดี๋ยวก่อนครับ......
     “คะ?”
     อาเชอร์ : ที่นี่ใช่โลกรึเปล่า ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
หญิงสาวยิ้มให้เขาก่อนที่จะแนะนำให้เขารีบเปลี่ยนชุดก่อนที่เธอนั้นจะพาเขาไปเดินชมใ
นตัวเมือง แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รับคำตอบจากเธอแต่อาเชอร์ก้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหล่อน เมื่อเขาแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อยเขาจึงออกไปพบเธอคนนี้ที่อยู่ด้านนอกห้อง
     “เสร็จแล้วหรือคะท่านผู้กล้า ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ........เอ๊ะ!? เดี๋ยวก่อน......แหม!! ฉันลืมเลยก่อนอื่นก็ต้อง........ฉันมิคาเอลค่ะ เป็นผู้นำของที่นี่ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ท่านผู้กล้า
     อาเชอร์ : .........เอ่อ.....ผมอาเชอร์ ครีดท์ครับ อย่าเรียกผมว่าท่านผู้กล้าเลย
หญิงสาวยิ้มให้กับเขาก่อนที่เธอจะเดินนำหน้าเขาออกมาแล้วแอบพูดลอย ๆ เบา ๆ ว่าเธอเรียกเขาได้ถูกต้องแล้ว แต่คำ ๆ นี้อาเชอร์นั้นกลับไม่ได้ยิน หญิงสาวพาเขาเดินชมที่นั่นจนทั่วจากห้องหนึ่งไปสู้อีกห้องหนึ่ง ด้านอาเชอร์ก็มีความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าบางทีเขาอาจจะมาอยู่ที่อื่นซึ่งไม่ใช่โลกของ
เขาก็เป็นได้ ก่อนที่มิคาเอลจะหันกลับมาตอบคำถามที่เขาได้ถามเธอค้างเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่อยุ่ในห้อ
งว่าใช่ เพราะที่นี่ไม่ใช่บนโลกของเขาจริง ๆ
     อาเชอร์ : ถ้าอย่างนั้นผมมาอยู่ที่ไหนครับ
     มิคาเอล : ........ฉันก็บอกแล้วยังไงล่ะคะว่าที่นี่คือ ลอสทาเรีย .......ที่นี่เป็นดินแดนที่แยกออกมานอกมิติของพวกคุณค่ะ
อะไรนะ......อาเชอร์ตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินคำเฉลยจากปากของมิคาเอล ว่านี่นี่คือดินแดนที่อยู่นอกมิติของพวกเขา เมื่อเห็นอาเชอร์มีสีหน้าที่ตื่นตกใจเธอจึงปิดปากเงียบอีกครั้งแล้วตอนนั้นเองที่พวก
เขาทั้งสองได้เดินผ่านสวน อยู่ ๆ ก็มีลูกฟุตบอลลอยมากระทบเข้ากับขาของอาเชอร์โดยที่มีเด็กน้อยผู้ชายคนหนึ่งพยายามวิ่
งมาขอเก็บลูกบอลคืน
     อาเชอร์ : เอ้าหนู.......เล่นกันระวังหน่อยนะ
     “ขอบคุณครับพี่ชาย”
เห็นเด็ก ๆ เล่นกันอย่างสนุกสนานอาเชอร์เองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าที่นี่จะไม่ใช่โลกของตัวเอง เขาจึงหันไปถามคำถามกับมิคาเอลต่อว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้ ด้านหญิงสาวก็ได้แต่บอกกับเขาว่าตอนนั้นอาเชอร์บาดเจ็บหนักทางรอดของเขามีเพียงแค่หน
ึ่งเดียวนั่นก็คือให้รีบพามารักษาที่นี่ซะและก็ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยของที่นี่มันจึง
ช่วยเขาได้ไม่ยากเย็น อาเชอร์หันไปดูแขนข้าวขวาของตัวเองที่ตอนนี้หายสนิทก็สามารถเป็นตัวเสริมได้เป็นอย่า
งดีเพราะในตอนนั้นแขนของเขาน่าจะหักไปแล้ว สุดท้ายก็เป็นเธอที่เดินนำหน้าเขาไปดูชมเมืองที่อยุ่ที่นี่จนรอบ อาเชอร์นั้นก็รู้สึกว่าที่นี่มันช่างสวยงามเหลือเกินเพียงแต่สิ่งที่เขาสามารถสังเกต
ได้จากการเดินชมเมืองรอบนี้ก็คือว่า พลเมืองที่อยู่ที่นี่นั้นต้องอยู่กันอย่างแออัดในสภาพจำกัด
     อาเชอร์ : ทำไมที่นี่ถึงดูแออัดนักล่ะครับ
     มิคาเอล : ก็เพราะว่าที่นี่เป็นที่ ๆ มีพื้นที่จำกัดยังไงล่ะคะ
     อาเชอร์ : ................แล้ว.......พวกคุณเป็นใครกันแน่ครับ
หญิงสาวหันหน้าไปสบตากับเขาแม้ว่ามันจะเป็นการมองผ่านทางหน้ากากของเธอก็ตามที จากนั้นเธอก็พูดบอกกับเขาอย่างไม่ลังเลเลยว่าพวกเธอเป็น
     มิคาเอล : พวกเราคือ “เซราฟ” ค่ะ
     อาเชอร์ : !!!?...................พวกคุณเป็นมนุษย์รึเปล่าครับ
แม้ว่าจะตกใจกับคำตอบแต่อาเชอร์ก็ยังรวบรวมสิ่งที่เขาอยากจะถามเธอไห้ได้มากที่สุดทั
้นก็คือ เซราฟอย่างพวกเธอเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่ มิคาเอลยิ้มแล้วหันกลับไปถามอาเชอร์กลับว่าแล้วส่วนไหนในร่างกายของพวกเธอที่จะบ่งชี
้ว่าพวกเธอไมใช่มนุษย์กันล่ะ คำตอบนี้มันถึงกับทำให้อาเชอร์ต้องครุ่นคิดเมือนเขาลองมองมาที่ใบหน้าของเธอคนนี้ ถึงแม้ว่าจะมีหน้ากากมาบดบังใบหน้าที่แท้จริงแต่เขาก็เห็นเส้นผมสีฟ้ายาวสลวยมาเหือน
กับมนุษย์ทั่ว ๆ ไปนั้นยังมีแขนขาครบเหมือนกับมนุษย์ สุดท้ายก็เป็นมิคาเอลเมื่อเธอได้เห็นว่าอาเชอร์กำลังครุ่คิดอย่างหนัก เธอจึงยับมือของเขามาสัมผัสบริเวรหน้าออกข้าซ้ายของเธอเอง
     อาเชอร์ : เอ๋!!? จะทำอะไรครับเนี่ย
     มิคาเอล : คุณได้ยินมั้ยล่ะคะ.......เสียงเต้นของหัวใจของฉัน แล้วคุณยังจะคิดว่าฉันไม่ใช่มนุษย์อยู่อีกเหรอ
คำถามนี้กับการกระทำของเธอมันไปสะกิดอะไรสักอย่างเข้าข้างในใจเขา ประโยคที่เธอพูดมันไปดังก้องในหัวคล้าย ๆ กับว่าคำพูดแบบนี้เขานั้นจะเคยได้ยินจากปากของเธอมาก่อน แต่อาเชอร์ก็กลับมาได้สติทันทีที่เขานั้นรู้สึกถึงสัมผัสที่นุ่มมือจนเขานั้นต้องรีบ
ชักมือกลับ มาในตอนนี้เขาเชื่อที่มิคาเอลพูดแล้วว่าพวกเธอเป็นมนุษย์
     อาเชอร์ : แล้ว......ถ้าอย่างนั้นพวกคุณเกี่ยวข้องอะไรกับ “เทวทูต” พวกนั้นเหรอครับ หรือเป็นเพราะว่าที่นี่มันแออัดจึงคิดที่จะใช้กำลังของพวกมันมายึดครองโลกของพวกผม
     มิคาเอล : ............เปล่าเลยค่ะ.......คำว่าเซราฟในภาษาของพวกเราแปลว่านักเดินทาง ต่างกันกับพวกราดูว์ที่แปลว่าผู้รับใช้ของพระผู้เป็นเจ้า
     อาเชอร์ : ........นักเดินทาง.......ผู้รับใช้ของพระผู้เป็นเจ้า..........?
“ถึงแล้วล่ะค่ะ” เธอพาเขามาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง ๆ หนึ่งในนั้นมีสิ่งที่คล้าย ๆ กับบานประตูขนาดใหญ่มหึมาเป็นรูปวงแหวนโดยที่ตรงใจกลางของมันมีสิ่งที่คล้าย ๆ กับคลื่นน้ำตีเป็นวงรอบ เห็นอาเชอร์ทำสีหน้าแปลกประหลาดสงสัยเธอจึงอธิบายว่าเจ้าสิ่งนี้คือประตูมิติที่พวกเ
ธอเอามาใช้ในยามเดินทางและตอนนี้อาเชอร์ก็เสียเวลากับที่นี่มามากแล้ว ถึงเวลาที่เขานั้นจะต้องกลับไปเสียที
     มิคาเอล : ไปเถอะค่ะ......ที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ คุณควรอยู่
     มาซากิ : ................................
อาเชอร์ถูกส่งกลับไปทั้ง ๆ ที่ยังคงมีเรื่องอีกมากมายที่ยังค้างคาอยู่ในใจหลายต่อหลายเรื่องนัก ทั้งเรื่องสาเหตุที่พวกเขาจะต้องมาอยู่ที่มิตินอกแบบนี้แล้วไหนเลยจะเป็นพวกรายละเอี
ยดเกี่ยวกับพวกเทวทูตหรือที่พวกเธอเรียกพวกมันว่า “ราดูว์” อีก ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นมายังไงกันแน่แล้วนอกจากนี้ไหนเลยจะเป็นความรู้สึกในส่วนลึกท
ี่เขานั้นกลับรู้สึกว่าตนเองคุ้นเคยกับที่ “ลอสทาเรีย” นี่เป็นอย่างดีอีกทั้ง ๆ ที่เขาก็พึ่งที่จะได้ไปที่นั่นเป็นครั้งแรกแท้ ๆ อีกด้านหนึ่งเมื่อหญิงสาวนามมิคาเอลได้ทำการส่งอาเชอร์กลับไปแล้วก็มีผู้หญิงอีกคนที
่เดินเข้ามาหาเธอ
     “เธอแน่ใจแล้วเหรอลูน่า.......ที่จะทำแบบนี้จริง ๆ”
     มิคาเอล : จริงสิ.......เพราะว่ายังไงซะเขาก็ยังมีคนที่ต้องกลับไปพบ....ถึงแม้ว่าฉันจะอยากให้
เขาอยู่ขนาดไหนก็ตามแต่ฉันก็คงจะมาเหนี่ยวรั้งเขาที่สูญเสียความทรงจำเรื่องของฉันไป
แล้วได้หรอกนะ
     “............ลูน่า.................”
ทำไมหญิงสาวอีกคนถึงเรียกมิคาเอลว่าลูน่าแล้วทำไมมิคาเอลถึงบอกว่าอาเชอร์นั้นได้สูญ
เสียความทรงจำที่เกี่ยวกับเธอไปหมดแล้วกันแน่ มิคาเอลจึงปลดหน้ากากของตนเองออกให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอกันอย่างชัด ๆ ตอนนั้นเองที่อยู่ ๆ สีของเส้นผมเดิมจากสีโทนฟ้ากลับกลายมาเป็นผมยาวสีทองเมื่อยิ่งถอดหน้ากากออกแล้วมันก
็ยิ่งน่าแปลกใจเข้าไปใหญ่เมื่อใบหน้าของเธอนั้นช่างไปเหมือนกันกับจูเลียคนที่สำคัญท
ี่สุดของอาเชอร์อย่างกับว่าเธอทั้งสองจะเป็นคน ๆ เดียวกันก็ไม่ปาน
     มิคาเอล : ยังไง ๆ ซะนะหลิน เขาน่ะก็ยังมีคนที่กำลังรอคอยการกลับไปของเขาอยู่ เขาเองก็เหมือนกัน เพื่อที่จะได้กลับไปหาจูเลียคนนั้นที่เขารู้สึกผูกพันที่สุด............นั่นก็เป็นส
ิ่งที่ดีสำหรับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ?
     “............ลูน่า................”
     “เรื่องของลูกชายคุณความจริงแล้ว.........” จอร์นยังคงคิดไม่ตกในเรื่องที่เขาเป็นกังวลมากที่สุดในตอนนี้หลังจากได้รับรู้ความเป
็นจริงทั้งหมดเกี่ยวกับลูกชายของเขาว่าแท้จริงแล้ว อาเชอร์เป็นผู้ถูกคัดเลือกให้มาร่วมทีม BARVE ทีมปราบปรามการก่อการร้ายอันเนื่องมาจากสิ่งนอกเหนือปริภูมิ และยังได้รับรู้ความเป็นจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับมาซากิ คางุระประธานบริษัทของเขาว่ามาซากิเองก็เป็นหนึ่งใน 3 ของ BRAVE ที่อาเชอร์นั้นสังกัดอยู่เช่นกัน เขาบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่คนเป็นพ่ออย่างจอร์นควรจะรับรู้เอาไว้แล้วก็ให้ทำใจเรื่องข
องอาเชอร์ไว้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาแล้วก็น้ำหนักในคำพูดของมาซากิดีว่าตัวของมาซ
ากิเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของอาเชอร์ไม่แพ้กัน นอกจากนี้สำหรับจอร์นแล้วเมื่อเขาได้มองทะลุเข้าไปในดวงตาของมาซากิ เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยต่ออาเชอร์ลูกชายของเขาจากมาซากิได้มากเหลือ
เกิน มันดูเหมือนกับว่าระหว่างอาเชอร์และมาซากิจะมีสายสัมพันธ์บางอย่างที่แน่นแฟ้นเกินกว
่าคนที่เป็นรุ่นพี่จะเป็นห่วงเป็นใยคนที่เป็นรุ่นน้อง มันเหมือนกับว่าความรู้สึกที่มาซากิสื่อออกมานี้มันมาจากสายสัมพันธ์ทางสายเลือดที่เ
ข้มข้นเกินกว่าจะตัดขาดจากกันได้จริง ๆ
     “ผมสัญญาจอร์น......ไม่ว่ายังไงพวกผมทุกคนจะพลิกแผ่นดินตามหาตัวอาเชอร์จนพบให้จงได้
........ผมขอให้สัญญากับคุณ”
.........ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเครียด จอร์นไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ดีเมื่อได้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคร
ั้งในอดีต........เด็กหนุ่มผมขาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลคนนั้น จอร์นคิดว่าพระเจ้าได้ประทานบุตรชายคืนมาให้เขาจากบนสรวงสวรรค์........จนกระทั่งมาถ
ึงในตอนนี้พระองค์ยังคิดที่จะทวงลูกชายของเขากลับคืนไปอีกหรือ........จอร์นได้แต่เก
็บความรู้สึกอันนี้ไว้กับตนเองจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน
     จอร์น : .......ฮือ.....ๆ.....ๆ.....มิเรีย......หรือว่าพระองค์คิดที่จะทวงลูกของเราคืนไปจร
ิง ๆ
จอร์นร่ำให้โดยพยายามเอามือขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่มีแต่ความเสียใจของเขาเอาไว้ไม่ให้
มีใครเห็น โดยที่ด้านนอกก็ยังมีอีกคนที่ยังเป็นห่วงความรู้สึกของเขา มาซากิที่แอบตามเขามาก็ได้แต่เสียใจที่ตนเองนั้นไม่สามารถจะปกป้องอาเชอร์เอาไว้ได้.
..........
     มาซากิ : ให้ผมไปส่งนะจอร์น......
     จอร์น : ......ท่านประธาน........!?
     มาซากิ : อย่าเรียกผมแบบนั้นเลย เรียกผมว่ามาซากิเถอะรึจะเรียกผมว่า RAL ก็ได้ คุณเป็นพ่อของรุ่นน้องผมนะ
จอร์นถึงกับซึ้งน้ำใจที่มาซากิหยิบยื่นให้กับเขาจริง ๆ แม้ว่าจริง ๆ แล้วเขาจะเสียใจเรื่องของอาเชอร์ก็ตามแต่มาถึงในตอนนั้เขาก็ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
เอาไว้แล้วทันทีที่ได้พบกับมาซากิ หลังจากอาเชอร์กลับมาแล้วและทันทีที่เขาเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่เขาควรจะรู้ จอร์นก็จะเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกชายที่เขารักฟังทุกเรื่องโดยจะไม่ปิดบังอะไรอีกต
่อไป
     ด้านนอกในซอยแถบที่ร้างคนเดินจะมีก็แต่พวกสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ นั้นหลายที่กำลังทำกิจกรรมในยามเย็นพวกมันไม่รู้สึกอะไรเลยแม้ว่าตอนนี้บรรยากาศบริเ
วณนั้นที่มันอาศัยอยู่กำลังเกิดการบิดเบี้ยวเป็นวงกลมเหนือพื้นดินประมาณเกือบ ๆ 2 เมตรเห็นจะได้ จากนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้ากินรัสมีเป็นวงรอบบริเวณนนั้นแล้ว..........
     “ว้าว!!.......ตื่นเต้นตระการตา.......”
ชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากพื้นที่ตรงนั้น เขารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยถ้าไม่นับการ Tranfer ครั้งแรกในตอนออกปฏิบัติการณ์แล้วล่ะก็ เขาคนนี้พยายามเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบ ๆ ทิศที่เขายืนอยู่ว่าในตอนนี้เขาถูกส่งมาพื้นที่ส่วนไหนของโลกกันแน่และตอนนั้นเองโชค
ดีที่แสงตะวันยามเย็นยังไม่ลับจากขอบฟ้าทำให้ชายคนนี้ได้มองเห็นแสงจากตรงสุดมุมถนน
     อาเชอร์ : ......เฮ้อ........ในที่สุดก็กลับมาได้แล้วแฮะ
ทันทีที่เขาออกมาจากซอยที่มืดตันนั่นและต้องเข้ากับแสงของดวงตะวันจึงเป็นที่รู้กันใ
นทันทีว่าชายคนนี้แท้จริงแล้วเขาก็คืออาเชอร์ผู้ที่ได้หลงเข้าไปยังดินแดนของเหล่าเซ
ราฟผู้ที่ยังไม่อาจจะรู้ได้แน่ชัดว่าพวกเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับโลกที่เขาอาศัยอยู
่ อาเชอร์มองทิวทัศรอบ ๆ ด้านก็รู้ในทันทีว่าเขานั้นได้กลับาถึงบ้านแล้ว “ลอนดอน” บ้านของเขา...........
     “เรียวคุง!!.......อย่าวิ่งไปตรงนั้นสิจ๊ะ”
     อาเชอร์ : !!?
เด็กตัวน้อย ๆ คนหนึ่งสวมเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินกับหมวกไหมพรมสีฟ้าอ่อนวิ่งโยะเยะ ๆ นำหน้าแม่ของตนเองมาทางด้านที่อาเชอร์นั้นกำลังยืนอยู่ เขารู้สึกว่าจะเคยได้ยินเสียงแม่ของเด็กคนนี้มาก่อนแล้วนะ......เด็กน้อยแหงนหน้าขึ้
นมามองอาเชอร์แล้วก็ยิ้มให้กับเขาจากนั้นเด็กผู้หญิงอีกคนในชุดสีชมพูอ่อนก็วิ่งตามพ
ี่ชายของเธอมาด้วยอีกคน
     มิฮารุ : เดี๋ยวสิเรียวคุง! มิยูกิจัง!.........!!? คุณ........อาเชอร์คุง!!?
     อาเชอร์ : เอ๊ะ!!?.........ภรรยาของคุณมาซากิ.........เอ่อ......เอ่อ......คุณ
“มิฮารุค่ะ” เห็นอาเชอร์ทำท่าว่าจะจำชื่อของเธอไม่ได้ มิฮารุจึงแนะนำตัวเองก่อนที่จะรีบเข้าไปหาพวกลูก ๆ ที่ตอนนี้ยังคงเกาะขาของอาเชอร์เอาไว้แน่น
     มิฮารุ : ดีจังเลย......ที่อาเชอร์คุงกลับมาแล้ว มาซากิกับเนกิซังรู้สึกเป็นห่วงคุณมากเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบติดต่อมาซากิเดี๋ยวนี้แหละค่ะ
มิฮารุตื่นเต้นมากที่ได้พบกับอาเชอร์ทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ คนต่างก็หวาดกลัวกันไปต่าง ๆ นานา ว่าอาเชอร์นั้นอาจจะเพลี่ยงพล้ำต่อศัตรูเสียแล้ว ทันทีที่โทรติดมิฮารุนั้นรีบบอกสามีที่รักของเธอด้วยน้ำเสียงที่เบิกบานว่าได้พบกับอ
าเชอร์โดยบังเอิญ ด้านมาซากิที่กำลังอยู่กับจอร์นก็รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยเขาจึงขอคุยกับอาเชอร์หน่อ
ยซึ่งมิฮารุก็ยินดีแล้วส่งโทรทัศท์ให้กับเขา
     อาเชอร์ : ครับคุณมาซากิ
     มาซากิ : อาเชอร์!!! นายหายไปไหนมาตั้งสองวัน......พวกเราเป็นห่วงมากนะรู้มั้ย!!
อาเชอร์คำสีหน้าคร่ำเคร่งก่อนที่เขานั้นจะบอกกับมาซากิว่าสิ่งที่เขาได้ไปพบเจอมามัน
เป็นเรื่องยาวและจะขอเล่าให้เขาฟังที่ฐานในวันหลัง ทางด้านมาซากิเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของอาเชอร์เขาก็พอที่จะเข้าใจความรู้ส
ึกของรุ่นน้อง
     มาซากิ : เอาเถอะ.....นายปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว......ยินดีต้อนรับกลับนะ
     อาเชอร์ : ครับ.......คุณมาซากิ......
เมื่อมาซากิวางสายไปแล้วเขาก็ส่งโทรศัพท์คืนให้กับมิฮารุทันที มิฮารุเองก็ยิ้มให้กับเขาเล็กน้อยก่อนที่จะพาเด็ก ๆ กลับบ้านกัน........
     อาเชอร์ : .........เดี๋ยวครับ.....มิฮารุซัง
     มิฮารุ : จ๊ะ!?
อาเชอร์เห็นเด็ก ๆ มาหลายครั้งแล้วเขาเองก็รู้สึกเอนดูหนูน้อยทั้งสองเหมือนกับเป็นลูกหลานของตัวเองพอด
ีว่าตอนนี้เขามีสิ่ง ๆ หนึ่งที่น่าจะเหมาะกับหนู ๆ ทั้งสองอยู่ด้วย มันเป็นของสำคัญที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่ในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุเมื่
อ 1 ปีที่แล้ว สร้อยข้อมือเส้นเล็ก ๆ รูปกามเทพ 2 เส้น แม้ว่ามันจะเป็นเบาะแสเพียงอย่างเดียวที่เขานั้นน่าจะใช้เป็นของกลางในการสืบหาความท
รงจำที่สูญหายไปในวัยเด็กได้ก็ตาม แต่มาถึงในตอนนี้บางทีนี่คงจะไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะเขาคิดว่ามันคงจะเหมาะมากถ้าหากมาประดับอยู่บนข้อมือน้อย ๆ ของกามเทพทั้งสอง
     อาเชอร์ : หนูเรียว......หนูมิยูกิ ยื่นแขนออกมาสิอามีอะไรจะให้พวกหนูแน่ะครับ
     เรียว : ........โห.............
     มิยูกิ : ........สวยจังเลย..........
เห็นเด็ก ๆ ยิ้มอาเชอร์เองก็ดีใจ ทันที่เขาติดสร้อยบนข้อมือของเด็กน้อยทั้งสองเป็นที่เรียบร้อยตอนนั้นเขากลับรู้สึกโ
ล่งปลอดโปร่งเหมือนอย่างกับว่าเขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำที่สุดสำเร็จเป็นที่เรีย
บร้อยแล้ว โดยอาเชอร์นั้นก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องรู้สึกดีใจขนาดนี้ด้ว
ยที่ได้มอบสร้อยรูปกามเทพให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนไป
     มิฮารุ : .....อุ๊ย!?.....ขอบคุณนะคะอาเชอร์คุง......เอ้าลูก ๆ ไปขอบคุณ ๆ อาอาเชอร์สิจ๊ะ
ทั้งเรียวและก็มิยูกิต่างยิ้มดีใจที่ได้ของขวัญ พวกเขาเดินเข้าไปกอดอาเชอร์เป็นการแสดงความขอบคุณโดยทั้งนี้เด็กน้อยยังแอบกระซิบที่
ข้างหูของเขาด้วย........
     “ขอบคุณนะฮับ/ค่ะ........ลุงชินกิ”
     อาเชอร์ : !!!?
เสียงกระซิบของเด็กทั้งสองค่อนข้างที่จะเบาทำให้มิฮารุผู้เป็นแม่ไม่ได้ยินว่าพวกเขา
เรียกอาเชอร์ว่าอะไร จากนั้นพวกเขาก็หอมแก้มอาเชอร์คนละข้างแล้วก็กลับไปจับมือคุณแม่มิฮารุก่อนที่จะเดิน
กลับบ้านกันสามคนแม่ลูกโดยที่มีอาเชอร์คอยยืนโบกมือลาพร้อมกับภาพความทรงจำที่ผุดขึ้
นมาส่วนหนึ่งในหัวของเขา.....ถึงตอนที่เขานั้นไปเยี่ยมเด็ก ๆ พวกนี้ครั้งแรกในโรงพยาบาล.....และก็จำได้ว่าชื่อเรียวกับมิยูกินั้นใครเป็นคนตั้งให
้กับพวกเขาแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ขัดแย้งต่อตัวตนของเขาในตอนนี้ก็ตามที

     อาเชอร์ : .............ทำไม........ทำไมถึงเป็นเรา..............ก็เรา.....ก็เราไม่ใช่......
...





- หมดผ้าทอแถวที่ 10
-
Back to top
 
 
IP Logged
 
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่10
Reply #1 - 24.02.09 at 16:05:29
 
ผิกพลาดเพราะ Enter อีกแล้วครับ ต้องขอโทษด้วย ไว้ตอนหน้าผมจะระวังครับ
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่10
Reply #2 - 26.02.09 at 07:48:14
 
ยังติดตามผลงานอยู่เรื่อยๆนะครับ แต่อ่านยังไม่จบซะที เลยคอมเม้นท์ม่ะได้  ตอนนี้เร่งอ่านหนังสือเนอยู่ครับ สอบเดือนหน้าแล้ว ต้องขออภัยด้วยนะครับ  อย่าพึ่งท้อล่ะครับ Wink
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge