THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่7 (Read 2003 times)
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่7
26.01.09 at 13:01:04
 
บทที่ 3 หัวใจหนึ่งดวงกับผู้หญิงสองคน


SILK 7 : เทพธิดาร่ายรำ

     “พี่คะ.......พี่คะ” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอพยายามที่จะวิ่งตามรถยนต์คันหนึ่งซึ่งกำลังแล่นออกจากคฤหาสน์หลังนี้ไป แต่ว่าพ่อของเด็กและเหล่าแม่บ้านกลับรั้งตัวเด็กน้อยผู้นี้เอาไว้ไม่ยอมให้เธอตามติด
รถคันนั้นที่กำลังค่อย ๆ แล่นออกห่างจากตัวคฤหาสน์หลังนั้นออกไปเรื่อย ๆ เด็กน้อยร้องให้เสียใจน้ำตานองหน้าโดยที่ไม่ว่าใครจะปลอบอย่างไรเธอก็ไม่หยุดร้องได้
แต่เฝ้ามองรถคันนั้นไม่ละสายตาไปไหน

     “มาริสา..........มาริสา!!!”

     “พี่........พี่คะ!!!!”

มีเสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อีกคนดังผ่านออกมาจากหน้าต่างของรถยนต์คันนั้น เด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนกันกับเด็กคนนั้นโผล่หน้าแล้วตะโกนออกมาจากทางหน้าต่าง


     “พี่คะ......พี่อย่าลืมสัญญาของเรานะคะ”

     “อืม.......พี่สัญญา พี่จะไม่ลืมเรื่องของเราอย่างเด็ดขาด.......ไว้โตขึ้นเราจะต้องได้พบกันอีกถึงตอนนั้
นพี่จะเป็นคนปกป้องมาริสาเอง!!!”

“ค่ะ!!” นั่นคือคำตอบของเด็กน้อย จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวก็แล่นออกไปนอกเขตประตูรั่วของบ้านหายลับไปต่อหน้าของเด็กน
้อยมาริสาที่ยังจะจำสัญญาที่เธอมีกับพี่สาวฝาแฝดจนถึงตอนนี้

     “สกาเลต.......สกาเลต!!”

     สกาเลต : หือ...? อะไรเหรอ.....แอนนา

     “ยังจะมา หือ? อีก........มาสายแล้วยังเอาแต่นั่งเหม่ออีกนะยะ.....หัวหน้า!!”

ทั้งหมดคือความทรงจำในวัยเด็กของสกาเลต ใช่.....เธอกับมาริสาอดีตคนรักของเนกินั้นเป็นน้องสาวฝาแฝดของเธอ สมัยก่อนเพราะว่าพ่อของทั้งสองเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่จึงต้องวุ่นอยู่กับการทำงานเพร
าะสาเหตุจากอสูรมิติเหล่านั้น มันทำให้แม่ของพวกเธอทั้งสองแอบนอกใจสามีไปมีสัมพันธ์ลับ ๆ กับครูสอนไวโอลินครูประจำตัวของสกาเลตลูกสาวคนโต จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งสองก็ถูกจับได้แบบคาหนังคาเขาในห้องนอนของเธอผู้เป็นภรรยา มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวอันอบอุ่นของสองพี่น้องต้องแตกแยก และศาลก็ตัดสินให้คนพี่ไปอยู่กับแม่ส่วนคนน้องต้องอยู่กับพ่อ สกาเลตยังจำได้ดีว่าพวกเธอที่ยังไม่รู้ประสีประสานั้นต้องเสียใจขนาดไหนที่ทั้งสองจะ
ต้องมาแยกกันโดยทั้งนี้มันยังมีสัญญาระหว่างพวกเธอว่า วันไดที่ทั้งคู่เติบใหญ่พวกเธอจะกลับมาพบกันและอยู่ด้วยกันอีกครั้งนอกจากนี้สกาเลตย
ังให้สัญญากับมาริสาอีกว่าจะปกป้องเธอตลอดไป ทุกอย่างมันน่าจะเป็นอย่างนั้น......เธอน่าจะปกป้องน้องสาวเธอได้ดีกว่านี้......ถ้า
หากว่าไม่มีผู้ชายที่ชื่อว่า “เนกิ อิชิงามิ” เข้ามาเกี่ยวข้อง........

     “อะไรล่ะเนี่ย.......รสนิยมใช้ได้นี่นา......หัวหน้า”

หญิงสาวผิวสีหุ่นบาดใจอีกคนก็เดินเข้ามาที่ทั้งสองอยู่พร้อมร้องทักรูปถ่าย “ผู้ชาย” คนหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะของสกาเลต เขาคนนี้มีผมสีบลอน....หน้าตาดูยิ้มแย้มหล่อเหลาไปอีกแบบหนึ่ง

     “ไหน ๆ โอ้โห.......เสป็คหัวหน้านี่สุดยอดไปเลยนะ.......”

     สกาเลต : เข้าใจผิดแล้วพวกเธอ.......คาเรนเธอก็อีกคน......พวกเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันน่ะเกลียดผู้ชาย

“จ้า ๆ .......” หญิงผิวสีสุดสวยรับคำแบบผ่าน ๆ เพราะไม่อยากที่จะต่อล้อต่อเถียงอะไรกับหัวหน้าของเธอ สกาเลตจึงรีบดึงรูปของเนกิจากมือเธอมาเก็บไว้ในลิ้นชักไม่ให้ใครเห็นอีก

     สกาเลต : แล้ว.....ผู้การเขายังไม่ได้ติดต่อกลับมาเรื่องการเตรียมตัวปฏิบัติการครั้งใหม่จากฐ
านใหญ่อีกเหรอ

ทั้งสองทำหน้างง ๆ ใส่กันจากนั้นก็ตอบกลับไปว่าไม่รู้ เพราะพวกเธอเองก็พึ่งที่จะถูกเรียกตัวมาเหมือน ๆ กับสกาเลต เฮ้อ......สกาเลตถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วก็คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน ในตอนนั้นเธอทำงานอยู่ในกรมทหารฝ่ายกองกำลังป้องกันตนเองของสหประชาชาติ เมื่อด้วยว่าเธอนั้นเป็นมือดีของกองทัพมันจึงทำให้อลันด์ รีเชล ตัวแทนของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมของอเมริกาเกิดสนใจในตัวเธอ เนื่องจากว่ากองทัพได้รับการสนับสนุนจากบริษัทของเขามันจึงทำให้เขาได้กลายเป็นหนึ่ง
ในภาคีของกองทัพในสหประชาชาติ อลันด์วางแผนการบางอย่างเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนและตอนนั้นเองที่เธอก็ถูกเข
าเลือกให้มาเป็นหนึ่งในทีมพิเศษที่จะต้องขึ้นตรงกับเขา จากเป้าหมายในการรวมทีมเก่าก็คือการเป็นนักรบในกองกำลังที่มีไว้เพื่อปกป้องเหล่าผู้
นำต่าง ๆ แต่มาในวันนี้พวกเธอต้องออกมานอกฉากในฐานะของ Justice แห่ง JUDAS เป็นเหล่าเทพธิดา Valkiry ให้กับอลันด์ ซึ่งอีกสองคนก็เหมือน ๆ กันกับเธอ คนผิวสีมีชื่อว่า “คาเรน ทาซานน่า” อายุ 27 มือดีจากแผ่นดินใหญ่ ส่วนอีกคนมีชื่อว่า “แอนนา มินอฟสกี” อายุ 24 จากกองกำลัง East Eurotopai(ยุโรปตะวันออก) พวกเธอยินดีที่จะทำงานให้กับองค์กรโดยที่ไม่มีความสงไสใด ๆ เพราะว่าพวกเธอเป็น “ทหาร”

     นอกจากนี้สกาเลตก็ยังคงจำได้ดี ในวันนั้นวันที่มีแดดแรงยามที่เธอได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่เชลเตอร์ E.P. ของสหพันธ์เอเชียตะวันออก ในยามที่โลกพึ่งจะถึงวันสงบแค่ไม่กี่อาทิตย์หน้าที่ของเธอที่คอยเป็น sup ให้กับพวก GATE ก็หมดไปด้วย เธอที่ได้หยุดงานก็คิดที่จะอยู่ท่องเที่ยวที่นี่ต่ออีกหน่อย ตอนนั้นเองที่เธอนั้นนึกถึงเรื่องของน้องสาวฝาแฝดขึ้นมาพอดีที่ได้เห็นเด็กน้อยสองคน
กำลังจูงมือกันเหมือน ๆ กับที่เธอเคยจูงมือกับมาริสาเมื่อในอดีต

     สกาเลต : ฮิ ๆ น่ารักจังเลย........

แต่ว่าตอนนั้นเองเมื่อสกาเลตลองมองดูสองพี่น้องนั่นดี ๆ แล้วก็รู้สึกว่ามันออกจะแปลก ๆ เพราะว่าเธอไม่เห็นพ่อแม่ของเด็กอยู่แถวนั้นเลย ยิ่งเพ่งสายตามองหน้าเด็กน้อยทั้งสองก็ยิ่งชี้ชัดเมื่อได้เห็นว่าคนน้องกำลังร้องให้
อยู่

     สกาเลต : ตายแล้ว!!!

ด้วยความตกใจเธอรีบเดินเข้าไปหาเด็กน้อยทั้งสองหวังว่าเธอพอจะช่วยอะไรได้บ้างหรือไม
่ก็พาเด็ก ๆ ออกตามหาพ่อแม่ที่น่าจะพลัดหลงกัน อย่างน้อยแค่พาเด็กทั้งสองไปส่งกับตำรวจได้ก็ยังดี

     “หนูจ๊ะ.....พ่อแม่ของหนูอยู่ไหนเหรอ?”

สกาเลตหวังดีและคิดที่จะสอบถามเด็ก ๆ ให้แน่เสียก่อนแต่เสียงที่ดังพร้อมขึ้นมาระหว่างเธอกับอีกคน มันทำให้เธอแปลกใจแล้วลองหันหน้าไปดูว่าผู้หญิงที่พูดพร้อม ๆ กับเธอนี้เป็นใคร

     สกาเลต : !!!?

     “เอ๊ะ!!!?”

ไม่ใช่แต่เธอที่ต้องตกใจ แม้แต่เธอคนนั้นก็ต้องรู้สึกเดียวกันกับเธอเมื่อได้เห็นว่าผู้หญิงคนที่พวกเธอกำลังม
องหน้ากันอยู่นี้มีใบหน้าที่เหมือนกับตัวเอง ม่านตาของทั้งสองขยายจากอาการตื่นตกใจมันเหมือนกับว่าพวกเธอนั้นกำลังส่องกระจกดูเงา
ของตัวเองอยู่........แม้แต่เด็กน้อยทั้งสองเมื่อได้เห็นทั้งคู่ทำหน้าตกตะลึงก็ได้แ
ต่หยุดมองแล้วแสดงอาการงง ๆ ก่อนที่คนน้องนั้นจะพูดอะไรบางอย่าง

     “พี่สาวสองคนหน้าเหมือนกันเลย......พวกพี่สาวเป็นฝาแฝดกันเหรอคะ?”

คำพูดอันไร้เดียงสาของเด็กน้อยมันทำให้ทั้งคู่ยิ้มก่อนที่พวกเธอจะจูงมือทั้งสองออกต
ามหาพ่อและแม่ของเด็กซึ่งก็ไม่นานนักพวกเธอก็พบพ่อกับแม่ของเด็กน้อย เด็ก ๆ ทั้งคู่ดีใจมากไม่ยิ่งไปว่าพ่อและแม่ของพวกเธอเลยเด็กน้อยรีบวิ่งเข้าหาพ่อแม่ด้วยคว
ามคิดถึงและโล่งใจ ด้านพ่อและแม่ของเด็กก็หันมาขอบคุณพวกเธอด้วยที่ได้ดูแลและพาลูกสาวทั้งสองของพวกเขา
มาส่ง

     สกาเลต : ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันยินดีค่ะ

     “ต่อไปนี้ต้องเดินกันระวังอย่าห่างสายตาจากคุณพ่อคุณแม่นะจ๊ะ”

หญิงสาวคนที่หน้าตาเหมือนกับเธอกำชับพวกเด็ก ๆ ก่อนที่ครอบครัวของพวกเด็กน้อยจะแยกกับพวกเธอไป มาถึงตอนนี้สกาเลตลองหันหน้ามามองที่เธอคนนั้นดูอีกทีว่าจะใช่เธอคนนั้นมั้ย ใช่มาริสาน้องสาวของเธอหรือเปล่า ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็หันมามองเธอด้วยเช่นกันจนกระทั่งเธอคนนั้นได้เห็นแหวนเงินประดับ
พลอยแดงที่นิ้วก้อยของเธอเข้า โดยที่ตอนนั้นสกาเลตเองก็เห็นแหวงเงินประดับพลอยฟ้าที่นิ้วของเธอคนนั้นเช่นกัน

     มาริสา : พี่.....พี่คะ!!!
     สกาเลต : มาริสา!!!

แหวนที่นิ้วก้อยของทั้งสองใช้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกเธอทั้งสองก็คือ
พี่น้องฝาแฝดที่ต้องแยกทางกันเมื่อครั้งยังเด็ก ตอนนั้นสกาเลตมีความสุขมากที่ได้พบกับน้องสาวอีกครั้งมันเหมือนกับฝันไปจริง ๆ

     มาริสา : พี่คะ พี่เป็นยังไงบ้าง......หลังจากตอนนั้นหนูก็ไม่ได้ข่าวพี่กับแม่อีกเลย
     สกาเลต : เดี๋ยว ๆ พี่ต่างหากที่ต้องถามเธอ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ เธอน่าจะอยู่กับพ่อที่ยุโรโทเปียไม่ใช่เหรอ?

มาริสาทำหน้าเชิดหงุดหงิดแล้วบอกกับพี่สาวเธอไปว่าตอนนี้เธอแอบหนีออกมา แล้วเธอก็มีงานทำแล้วเธอไม่อยากที่จะกลับไปอยู่ในระเบียบและขอบเขตของพ่อของเธออีกแล
้วซึ่งเธอเองก็สุขสบายดีเพราะว่าในตอนนี้เธอกำลังคบหาดูใจกับ 1 ใน 6 อัศวินของ GATE Blue Inferno NERO คนนั้น มาริสาเล่าเรื่องของเนกิให้พี่สาวฟังอย่างหมดเปลือก ทางด้านสกาเลตก็ดีใจที่น้องสาวมีความสุขแล้วคิดว่าคำสาบานของเธอคงจะต้องฝากไว้ให้กั
บชายที่น้องสาวเธอเลือกได้ทำแทน ทั้งสองแลกเบอร์มือถือและก็ที่อยู่กันก่อนที่สุดท้ายแล้วสกาเลตจะต้องเดินทางกลับไปป
ระจำที่อเมริกาต่อ หลังจากวันนั้นสกาเลตกับมาริสาก็ได้ติดต่อกันมาโดยตลอดจนกระทั่งวันหนึ่งหลังเวลาล่ว
งเลยผ่านมาได้ 1 ปี วันนั้นเป็นวันที่มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวันถึงแม้ว่ามันจะตกไม่แรงนักแต่ก็ตกลงมาอย่างต
่อเนื่อง ที่หน้าบ้านพักในลอสแองเจลิสเชลเตอร์ใหญ่อีกแห่งของอเมริกาสกาเลตต้องตกใจมากเมื่อได
้พบกับน้องสาวในสภาพที่เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน ไหนเลยจะน้ำตาที่รินไหลลงมาจนนองหน้าของเธออีก

     สกาเลต : มาริสา!!? เธอมาที่นี่ได้ยังไง!!? ........นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!?
     มาริสา : ......ฮ......ฮือ......ๆ....ๆ.....พี่คะ!!!

มาริสากอดพี่สาวของเธอเอาไว้แน่นแล้วก็ร้องให้หลั่งน้ำตาโดยที่สกาเลตไม่รู้เลยว่ามั
นมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรแต่สิ่งหนึ่งที่เธอพอจะเดาได้ก็มาจากข้อความในโทรศัพท์มือถ
ือของมาริสาที่เธอแอบดูในตอนหลัง มันเป็นข้อความรับจากผู้ชายคนหนึ่งคนที่ทำให้น้องสาวคนสำคัญของเธอต้องเสียใจ “เราอย่าได้พบกันอีกเลย.....ผมขอให้คุณโชคดี ลาก่อน form NERO”

     สกาเลต : ชั้นต่ำ......พวกผู้ชายมันก็ชั้นต่ำกันทั้งหมด...........

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น สกาเลตกำมือแน่นและสาบานว่าเธอจะไม่มีวันที่จะยกโทษในสิ่งที่เนกิได้ทำกับมาริสาในคร
ั้งนี้อย่างเด็ดขาด

     ก่อนหน้านั้นอีกด้านหนึ่ง ภายในห้องนิรภัยชั้นในสุดของฐานใหญ่อริโซน่า เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายต้องตาตื่นเมื่ออัญมณีก้อนนั้นกำลังเปล่งแสงสว่างจ
้าสีเขียวออกมาอย่างต่อเนื่อง

     ไอริส : นี่มัน......เกิดปรากฏการณ์แบบนี้นานขนาดไหนแล้วคะ

ไอริสเมื่อได้รับข้อความการติดต่อจากห้องแลปแห่งนี้ก็รีบเดินทางลงมาในทันที ภาพที่ได้เห็นมันช่างน่าแปลกใจนักเพราะว่ามันช่างคล้ายกันกับตอนที่ปั่นด้ายกำลังจะเ
ริ่มทำงานยิ่งนัก กว่า 35 ปีแล้วที่เธอไม่ได้เห็นมัน อัญมณียังส่องแสงสว่างอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้การวิเคราะห์ของมาเธอร์คอมพิวเตอร์ก็ย
ังสามารถจับได้อีกว่า เจ้าสิ่งนี้กำลังปล่อยพลังงานทางมิติออกมาอย่างมหาศาล

     ไอริส : .............กระแสเวลา.......พลังงานกระแสเวลา..........เป็นไปไม่ได้

     “ตื้ด.....ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เสียงเตือนภัยจากห้องบัญชาการหลักข้างบนก็ดังขึ้น เป็นการรายงานการเกิดสิ่งผิดปกติที่กำลังจะเกิดขึ้นกับห้วงเวลาของมิติแห่งนี้ที่ไหน
สักแห่ง

     ไอริส : ........คุณคะ........!!?

“ไม่ต้องห่วง” คำตอบของสามีที่รักผ่านทางหน้าจอหลักภายในห้องแลปชั้นล่าง โคทาโร่นั้นได้มาเตรียมการทุกอย่างที่ชั้นบนอยู่แล้ว แน่นอนว่าโคทาโร่คงจะเลี่ยงที่จะไม่รายงานเรื่องสัญญาณความผิดปกติทางมิติแก่เหล่าสห
ประชาชาติได้เพราะนี่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ ด้านไอริสก็ยังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมความผิดปกติทางมิติถึงมาเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของอัญมณีก้อนนี้แต่ว่าสักพักเจ้าอัญมณีนั่นก็สงบลงพร้อม ๆ กับการปิดตัวของความผันแปรทางมิติ..........

     โคทาโร่ : หยุดแล้ว.........เหรอ?

น่าแปลกมากทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่เกิดความสั่นไหวของมิติตั้งขนาดนั้นแท้ ๆ แต่โคทาโร่ก็ยังไม่ว่างใจ เขารีบติดต่อหาเอริก้าโดยด่วนพร้อมทั้งกำชับให้เธอกับพวก BRAVE เตรียบพร้อมตลอดเวลา และออกปฏิบัติการได้ตามที่เห็นสมควร

     ข่าวได้กระจายไปสู่อลันด์ รีเชลอย่างรวดเร็ว เขารู้แม้กระทั้งเรื่องของอัญมณีทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่โคทาโร่ไม่ได้รายงานกับสหประชาชาติด้วยซ้ำ

     อลันด์ : หึ ๆ ๆ ดีมาก......ในที่สุดมันก็ตื่นแล้ว........คุณคิดหรือว่าจะปิดบังผมได้ทุกเรื่องน่ะ..
.......ประมาทผมเกินไปแล้ว........พี่ชาย

ข่าวที่เขาได้รับจากเลขาธิการสหประชาชาติมีเพียงแค่ว่าทางสหประชาชาติพึ่งที่จะได้รั
บการรายงานปรากฏการณ์ปันแปรของมิติจากทางองค์กร GATE เท่านั้น และพวกเขาก็สั่งให้อลันด์คอยดูเหตุการณ์ที่ผิดปกติขึ้นให้ดีเพราะมีความเป็นไปได้ว่า
จากการสั่นสะเทือนของมิติในครั้งนี้นั้นอาจมีบางอย่างที่ได้เล็ดลอดเข้ามาในโลกของพว
กเขา โดยที่ทางสหประชาชาตินั้นให้อำนาจในการตัดสินใจแก่ JUDAS อย่างเต็มที่ส่วนเรื่องของอัญมณีที่เขาได้รู้มานั้นมันมาจากแหล่งข่าวพิเศษของเขาเอง


     อลันด์ : เรียกตัวพวกสาว ๆ Justice มาซะ ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีงานใหญ่อีกแล้ว

“เซอร์จเชอร์เรียกตัวพวก BRAVE ทั้งหมดให้มารวมตัวกันที่นี่ด่วนเลย” อีกด้านเอริก้าที่ได้รับคำสั่งจากทางโคทาโร่ก็รีบเตรียมการเช่นกัน

     ในเบอลินนครยิ่งใหญ่ในอตีตของเยรมันมาในตอนนี้ที่นี่กลายเป็นทะเลหมดแล้วจากผลกระทบข
องการระเบิดที่ขั้วโลกใต้เมื่อ 63 ปีก่อน ปัจจุบันที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่อยู่ของเหล่าปลาและมีชุมชนมนุษย์ผุดขึ้นมาเป็นเชลเ
ตอร์ในสหพันธ์ยุโรปกว่า 3 แห่ง เหนือน่าฟ้าคนเดินในนครใหม่แห่งนี้ย่านชุมชน เหล่าผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กำลังใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุข ที่นี่มีร่านดอกไม้ที่สวยงาม มีร้านเสื้อผ้ากับพวกร้านขายของชำต่าง ๆ มากมาย ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยกันอย่างพลุกพล่าน

     “รุ้งดูสวยจังเลย.......หือนั่นอะไรน่ะ?”

หญิงสาวคนหนึ่งกำลังอุ้มลูกน้อยเดินจ่ายตลาดไปทำเป็นอาหารในยามเย็นกลับต้องสายตาเข้
ากับบางสิ่งเมื่อเธอได้แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและได้พบกับรุ้งเจ็ดสีที่สวยงาม เธอชี้นิ้วให้ลูกน้อยที่น่ารักของเธอดูรุ้งแต่ตอนนั้นที่เธอก็ได้เห็นบางสิ่งที่อยู่
บนนั้นนอกเหนือจากรุ้งกินน้ำนั่น ตอนนั้นเองที่ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครคิดเลยว่าจะมีลำแสงบางอย่างพุ่งตรงลงมาจากเจ้าสิ่งนั้น.......

     “กรี๊ดดดดดดดด!!!”

เสียงกรีดร้องของชาวเมืองดังสนั่นไม่ขาดสาย เมื่อความสงบสุขที่ตนมีถูกลำแสงนั่นพุ่งมาทำลายจนสิ้น ไม่มีร้านดอกไม้ที่สวยงาม.....ไม่มีร้านขนมปังที่ส่งกลิ่นหอมชวนกิน ไม่มีร้ายขายของชำให้จับจ่ายใช้สอย มีแต่เลือดที่หลั่งท่วมกระจายรดดอกไม้ในร้านกับซากชิ้นส่วนและเครื่องในของมนุษย์กระ
จายเต็มถนน.....มีแต่กลิ่นคาวของโลหิตที่โชยมากับภาพอันน่าหวาดกลัวของบรรดาผู้คนที่
กำลังหาทางหนีอย่างไม่คิดชีวิต

     “ช่วยด้วย......ใครก็ได้”

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นทั่วทุกสารทิศจากชาวเมืองผู้ต้องเคราะห์กรรมในครั้ง
นี้ แค่แสงสว่างที่สาดลงมาก็ทำให้เกิดหายนะในครั้งนี้จนเกินจะบรรยาย ตอนนั้นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยกองเลือดและซากศพ ตามเนื้อตัวเด็กน้อยของเด็กน้อยนั้นมีแต่บาดแผลที่พื้นเบื้องหน้าของเด็กเป็นกองซากข
องตัวตึกที่พังลงมาจากลำแสงเมื่อครู่นี้เมื่อสังเกตดูดี ๆ ก็จะเห็นได้ว่าตรงนั้นมีแขนของใครบางคนที่ได้ยื่นออกมาจากกองซากของตึก

     “แม่......แม่จ๋า.......แม่.....ฮือ.... ๆ ๆ ๆ”

เสียงร้องของเด็กไม่ได้เป็นที่สนใจแก่คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าพวกเขาเองก็กำล
ังประสบเคราะห์ที่ไม่ต่างกันกับเธอเลย กองกำลังกู้ภัยของ SAEL ได้รับคำสั่งและกำลังที่จะเข้าไปทำการเคลียร์พื้นที่ แต่ว่าตอนนั้นระหว่างที่พวกเขายังคงอยู่ในฐาน....ณ ที่เกิดเหตุชายคนนึงที่รอดมาจากเหตุการ์เมื่อครู่ได้แต่ว่าเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาไม่มีแรงแม้แค่จะยันตัวลุกขึ้นยืนเลยด้วยซ้ำ ในใจของเขาคิดว่าบางทีเขาอาจจะต้องตาย ชายคนนั้นพยายามให้แรงทั้งหมดที่มีพลิกตัวเองให้มาแหงนมองท้องฟ้าเพื่อเป็นวาระสุดท้
าย มันเป็นปาฏิหาริย์ก่อนสิ้นใจหรือว่าภาพหลอนก็ไม่รู้ เขาเห็นเหล่าเทวดาที่มาบินวนคอยรับเขาไปสู่สวงสวรรค์

     “.....อา........พระเจ้า......พระองค์ทรงส่งทูตสวรรค์มารับตัวลูกช้างแล้ว”

ไม่ใช่แต่เขาเท่านั้น แม้แต่คนอื่น ๆ ต่างก็แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เหมือนกับว่ามันจะมีรัศมีเป็นแสงสีทองกับเหล่าเทวดาที่บ
ินว่อนบนท้องฟ้า ชายคนนั้นพยายามที่จะเอื้อมมือขึ้นไปเพื่อที่จะให้ทูตสวรรค์พวกนี้มารับดวงวิญญาณของ
เขาไปสู่โลกหน้า มันเหมือนกับว่าเทวดาองค์นั้นจะได้ยินคำขอร้องจากเขา เทวดาปีกสีขาวค่อย ๆ บินล่อนลงมายังพื้นที่เขาอยู่ ชายผู้นี้ยิ้นอย่างเปี่ยมสุข

     “ท่านเทวดา.......ได้โปรดช่วยให้ลูกช้างได้ไปสบายด้วยเถิด”

เขาพยายามเพ่งสายตามองเทวดาองค์นั้นและยื่นมือเข้าไป แต่เขาก็ต้องรู้สึกตัวเมื่อได้มีหยดน้ำบางอย่างได้กระเด็นใส่ใบหน้าของเขา

     “.....หือ......เฮ้ยยยยยยยยย!!!!!”

ชายผู้นี้ต้องร้องเสียงหลงอย่างคนเสียลติเมื่อหยดน้ำที่ต้องหน้าของเขาเมื่อครู่นั้น
มันคือโลหิตที่มาจากแขนของเขา เทวดาที่เขาพยายามร้องขอให้ช่วยพาดวงวิญญาณของเขาไปสู่ภพหน้ากลับกำลังกัดกินท่อนแขน
ของเขาอย่างอะเร็ดอร่อย

     “เหวอ.....เหวอ!!!!”

เสียงร้องของชายคนนั้นดังขึ้นจนทำให้คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างพลอยได้สติไปด้วย ว่าสิ่งที่พวกเขเห็นมันหาใช่เทวดาไม่หากแต่เป้นเหล่าปิศาจอสุรกายที่น่าหวาดกลัวยิ่ง
กว่าสิ่งได “เทวทูต”

     “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!”

เสียงกรีดร้องของผู้คนดังไปทุกหย่อมหญ้า เหล่าผู้ที่รอดชีวิตต่างก็พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดส่วนเจ้าพวกอสูรร้ายที่ปินว่อนอยู่บ
นท้องฟ้าก็เหมือนว่ามันจะได้ใจที่เหยื่อของพวกมันนั้นวิ่งพล่านเหมือนกับหนูติดจั่น ภาพทุกอย่างมันถูกฉายออกไปทั่วโลกจากกล้องของนักข่าวที่พึ่งจะเดินทางมาถึง เหล่า SEAL ที่พึ่งจะมาถึงได้ลงมาพร้อมกับอาวุธที่ครบครัน พวกเขามีอยู่ทั้งหมดสามหน่อยตามเดิม Commander รีบเข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้เหล่า Ranger เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วส่งต่อให้กับ Rescure ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ภาพนี้ก็ได้ฉายไปที่มอนิเตอร์หลักของฐานในองค์กรทั้งสองด้วย

     อลันด์มองดูภาพที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น ไม่ต่างกันกับโคทาโร่ที่คอยส่งข้อมูลภาคสนามให้กับเหล่า SEAL ที่กำลังออกรบอย่างเต็มความสามารถ ทาง JUDAS เองก็กำลังที่จะสั่งการอะไรด้วยเช่นกัน

     อลันด์ : แอนนา.....คาเรน.....สกาเลต พร้อมแล้วนะ

     “ค่ะ Master!!!”

     อลันด์ : ดี......ต้องนี่สิ.....อย่างนี้สิถึงจะเป็นสนามรบที่เราจะใช้ทดสอบเทคโนโลยีที่เรามี
อย่างเต็มทีหน่อย.....ไอ้ครั้งที่แล้วมันก็แค่กาก ๆ ........

คำพูดของอลันด์ฟัง ๆ ไปแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไร้หัวใจแต่ภายในห้องแห่งนี้ก็ไม่มีใครที่กล้าต่อต้า
นความคิดของเขาสักคนแม้แต่สกาเลตผู้นำของทีม Justice ก็ตาม เธอกับพวกก็ได้แต่รับฟังโดยที่ไม่ได้แสดงออกได ๆ

     อลันด์ : ไปได้แล้ว......Tranfer ทั้งสามไปยังที่หมายด้วย “วิสเปอร์”

     “Yes! Master!!”

ทั้งสามคนถูกส่งตัวไปพร้อมทั้งชุดต่อสู้โดยที่มีอลันด์คอยติดตามผลผ่านทางหน้าจอมอนิ
เตอร์ที่ฐาน

     อลันด์ : อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ Justice เหล่า Valkiry ของฉัน

ด้านหนึ่ง ณ ชั้นใต้ดินนับสิบ ๆ ชั้นด้านล่างของเชลเตอร์ยุโรปเหนือเป็นฐานที่มั่นของเหล่า BRAVE ที่ได้รับอำนาจในการตัดสินใจเด็ดขาดมาจากองค์กรแม่อย่าง GATE เอริก้าที่พึ่งจะได้รับผลการรายงานความเสียหายจากนครใหม่เบอลินก็กำลังรอคอยการมาของ
3 ผู้กล้าอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมทั้งสั่งการให้บรรดาเซอร์จเชอร์ทั้งหลายทำงานกันอย่างเต็มที่หาประตูมิติที่ถูก
เปิดกว้างในตอนนี้ให้พบให้ได้

     “เรามาแล้ว......คุณเอริก้า”

     เอริก้า : ช้าจังเลยนะพวกนาย........
     มาซากิ : โทษทีครับพอดีงานยุ่งน่ะครับ.......เหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง

“เฮ้อ” เอริก้าถอนหายใจแล้วก็บอกให้มาซากิดูที่มอนิเตอร์หลักเอา เมื่อมาซากิมองดูเหตุการ์ผ่านทางหน้าจอหลักแล้วเขาก็รู้สึกตกใจกับภาพที่เห็นเป็นอย่
างมากแต่ก็ยังเก็บอาการเอาไว้ไม่แสดงออกมาแล้วพยายามวางแผนอย่างเยือกเย็นแต่ว่าอาเช
อร์ที่พึ่งจะเคยเห็นภาพที่น่าสลดใจแบบนี้เป็นครั้งแรกนั้นถึงกับหน้าถอดสี เขาไม่เคยคิดเลยว่าโลกนี้จะมีภาพที่เหมือนกับนรกแบบนี้ได้แต่ทันไดนั้นเองในจิตใต้สำ
นึกของเขากลับมีภาพอีกภาพเข้ามาซ้อน มันเป็นภาพที่ไม่แตกต่างอะไรกับตอนนี้เลย ภาพที่ผู้คนต้องวิ่งหลบหนีจากเหล่าอสูรร้ายภาพของบรรดาทหารกล้าที่ต้องสังเวยชีวิต เขารู้สึกว่าในความทรงจำนั้นตัวของเขาก็กำลังยืนอยู่ ณ ที่ ๆ คล้าย ๆ กับที่นี่ และกำลังต่อล้อต่อเถียงอะไรกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ชายคนนั้นไม่ยอมที่จะให้เขาออกไปช่วยผู้คนเพราะว่าเหตุผลบางประการแต่ว่าเขากับเพื่อ
น ๆ อีกสองคนกลับไม่คิดอย่างนั้น มันแปลกมาก......ที่เขานึกหน้าของชายคนนั้นกับเพื่อน ๆ ทั้งสองไม่ออกเลย แต่สิ่งที่เขาจำได้คือเพื่อนทั้งสองของเขาสวมชุดสีน้ำเงินกับสีแดง...........

     “อาเชอร์......อาเชอร์!!!!”

     อาเชอร์ : !!?.....ค.....ครับ!!!
     เนกิ : เป็นอะไรไปล่ะนายน่ะ.......ตกใจเหรอ?
     อาเชอร์ : ........ครับ..........

อาเชอร์รีบส่ายหน้าเรียกสติของตนกลับคืนมาโดยที่มาซากิกับเนกิก็ยังคอยแอบมองเขาอยู่
แล้วตอนนั้นเองในนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่ากำลังจะแย่ลง เมื่อเหล่าเทวทูตที่ถูกโตมตีจนล้มลงไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมานอกจากนี้ร่างกายของพวกมันท
ี่เคยเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้กลับค่อย ๆ หายไปซ้ำพวกมันยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านล่างการอีกนิดหน่อย นั่นก็คือปีกที่ติดอยู่ตรงเอวกลับกลายเป็นเส้น ๆ ที่คล้าย ๆ กับหนวดของปลาหมึกที่ปลายหนวดของมันเหมือนกับว่ากำลังมีพลังงานอะไรบางอย่างไปสะสมเอ
าไว้ที่ตรงนั้น

     “อะไรน่ะ!!!”

ทหารกล้าจาก SAEL นายหนึ่งร้องทักออกมาด้วยความแปลกใจแต่แค่สิ้นสุดเสียงของเขาเท่านั้นชีวิตของเขาก็ต
้องดับลงตามเสียของตน เมื่อต้องเข้ากับแสงเลเซอร์ที่ถูกยิงเป็นทางออกมาจากปลายหนวดทั้ง 10 ตัดร่างเขาเขาคนนั้นขาดออกจากกันเป็นชิ้น ๆ หลายสิบชิ้น

     “แก......ไ*สั*ว์นรก!!!”

นายทหารคนอื่น ๆ โมโหจนถึงกับตะโกนออกมาอย่างดังพร้อมทั้งระดมกระสุนยิงกระหน่ำเข้าใส่มารร้ายแบบไม่ค
ิดอะไรอีกแล้ว แต่ภายหลังจากที่ควันปืนจางหายสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอร์ก็คือลำแสงเลเซอร์จากพวกมันอ
ีกเป็นสิบ ๆ ร้อย ๆ สายที่สาดเข้าใส่จนพวกเขาต้องสังเวยชีวิตให้กับพวกมัน ยามนี้มันเหมือนกับว่าที่นี่จะกลายเป็นดินแดนแห่งความตายคงจะไม่มีใครทำอะไรมารร้ายพ
วกนี้ได้อีกแล้ว นายทหารนายหนึ่งเขาเหลือกระสุนในรังเพลิงของปืนพกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น กับที่จะต้องกำจัดอสูรร้ายพวกนี้นับสิบ ๆ ตัว ยิ่งมองไปทางไหนเขาก็เห็นแต่พวกมันกำลังกัดกินซากศพของผู้คนที่ล้มตายเหมือนกับฝูงแร
้ง นอกจากนี้ยังจะมีอีก 3 ตนที่กำลังหมายเตาเขาเอาไว้

     “อย่านะ......พวกแก...อย่าเข้ามา”

เขาใช้ปืนที่เหลือกระสุนแค่ลูกเดียวขึ้นมาขู่แต่ไหนเลยเดรัชฉานจะฟังภาษามนุษย์รู้เร
ื่อง เมื่อเขายิ่งเห็นสายตาของพวกมันที่จ้องจะกัดกินเขาให้ได้แล้วมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึ
กกลัวจนสุดที่จะกล่าว นายทหารผู้นี้ไม่อาจที่จะทนได้อีกแล้วเขาเลิกยกปืนขึ้นขู่พวกมันแล้วหันปากกระบอกเข้
าหาศีรษะของตัวเองแทน หวังที่จะตายอย่างไม่ทุกข์ทรมานแทนที่จะโดนพวกมันรุมกินเขาทั้งเป็น

     “ปัง!!!!”

เสียงกระสุนดังสนั่นแต่ว่านายทหารกลับแปลกใจที่ตอนเองนั้นยังไม่ตาย กลับเป็นเทวทูตตนหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขาได้ล้มลงไปกองกับพื้นแล้วดิ้นทุรนทุรา
ยก่อยที่จะสลายหายไป เมื่อมองดูที่มือของตนเองเขาก็ยังแน่ใจว่าเมื่อครู่เขายังไม่ทันได้ลั่นไกเลย เทวทูตอีกสองตนที่เหลือเมื่อได้เห็นพวกเดียวกันล้มลงพวกมันก็ยิ่งโมโหโกธากระโจนเข้า
มาใส่นายทหารผู้นี้ที่ได้แต่กรีดร้องอย่างตื่นตกใจ

     “เหวอ!!!!!”

“ปัง.....ปัง!!!” เสียงกระสุนดังสนั่นขึ้นอีกสองนัดโดยที่นายทหารผู้นี้ก็ได้แต่นั่งขดเอามือกุมหัวตัว
เองด้วยความกลัวว่าจะถูกเทวทูตอีกสองตนเมื่อครู่สังหาร เมื่อเขาลืมตามองไปที่เบื้องหน้าเขาก็เห็นสตรีนางหนึ่งในชุดรัดรูปสุดเซ็กซี่สีดำที่
มีสัญลักษณ์ตรงหัวไหล่ข้างขวาเป็นรูปดอกกุหลาบสีแดงสด กับปอยผมที่เล็ดลอดออกมาจากหน้ากากอันมิดชิดของเธอ นอกจากนี้ยังมีอีกคนที่กำลังใช้อาวุธปืนไรเฟิลส่องยิงพวกมันจากด้านบนของซากอาคาร เธอคนนี้สวมชุดรัดรูปสีดำเหมือน ๆ กับคนแรกแต่ว่าเธอคนนี้ไม่ได้มีปอยผมโผล่ออกมาเหมือนเธอคนนั้นนาอกจากนี้ที่หัวไหล่ด
้านขวาก็มีลักษณ์รูปกุหลาบสีเหลืองอ่อนนอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคนที่กำลังเข้าพะบู้กั
บพวกมันอีกสองตัวที่ด้านหน้าของพวกหน่วยพยาบาล เธอคนนี้เองก็มีสัญลักษณ์รูปกุหลาบที่ด้านขวาของหัวไหล่เหมือนกับสองคนแรกซึ่งกุหลาบ
ของเธอนั้นเป็นกุหลาบสีขาว

     สกาเลต : แอนนาเธอไปจัดการอีกสองตัวที่ทิศ 2 นาฬิกา คาเรน......เธอไปจัดการพวกมันที่ทิศ 10 นาฬิกา ส่วนฉันจะจัดการพวกมันตรงเซ็นเตอร์เอง
     แอนนา : OK
     คาเรน : รับทราบ....หัวหน้า

ทั้งสามกระจายกำลังกันไปจัดการ ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจจากเหล่าผู้ประสบภัยทั้งหลาย สกาเลตลงมือต่อสู้อย่างเต็มที่ เธอดึงอาวุธที่ติดอยู่ตรงด้านหลังของเอวออกมากลายเป็นแส้ลำแสง เทวทูตตัวร้ายมันกำลังจ้องมองเธออย่างระแวดระวังตัว ด้านสกาเลตเองก็ไม่คิดที่จะลงมือก่อนเธอยังคงถือแส้เอาไว้ดูเชิง ตอนนั้นเองที่มีเทวทูตตนหนึ่งเริ่มที่จะเข้ามาโจมตีเธอก่อนด้วยแสงเลเซอร์จากปลายหนว
ดตรงเอวแต่ว่าสกาเลตก็รู้ทันและได้ตีลังกาหลบลำแสงพวกนั้นได้หมดแบบฉิวเฉียดแต่ว่ามั
นก็ยังไม่หมดเมื่อมีอีกตัวที่มารอเธออยู่แล้ว มันใช้ท่อนแขนที่มีใบมีดที่คมกริบติดอยู่ตรงปลายข้อศอกฟันใส่เธอตอนนั้นเองสกาเลตใช้
กระบอกปืนพกของเธอมารับเอาไว้แล้วตีเข่าเข้าที่ท้องของมันอย่างแรงจนตัวงอจากนั้นก็ห
มุนตัวอ้อมมาที่ด้านหลังแล้วยิ่งหัวมันแบบจ่อ ๆ จนดับดิน เจ้าอีกสองตัวเมื่อได้เห็นว่าพวกพ้องต้องตายมันก็ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้ามาใส่เธอแล้วผล
ัดกันโจมตีแบบที่ไม่ให้สกาเลตได้พักหายใจ

     สกาเลต : .....ฮึ!!! Gun Close

ในเมื่อศัตรูโจมตีเธอแบบประชิดเธอเองก็ควรที่จะใช้อาวุธระยะประชิดด้วยเช่นกัน เพียงกลาเลตพูดคำว่า “Gun Close” ปืนในมือซ้ายของเธอก็หายไปแล้วกลายมาเป็นกลงเล็บลำแสงที่ติดอยู่ตรงปลายนิ้วทั้ง 5 ของเธอแทน สกาเลตใช้ช่วงเวลาในการเปลี่ยนอาวุธให้เป็นประโยชน์โดยการเตะเจ้าตัวหนึ่งให้กระเด็น
ออกไปแล้วใช้อาวุธแส้ในมือขวาฟาดใส่รัดคอมันไว้ ส่วนอีกมือที่เปลี่ยนอาวุธแล้วก็กระซวกเข้าที่คอหอยของมันจนหัวขาดกระเด็นจากนั้นเธอ
ก็หมุนตัวพยายามใช้แรงหมุนของตนเองเสริมแรงกระชากให้เจ้าตัวที่ถูกแส้รัดไว้กระดอนเข
้ามาหา

     สกาเลต : ตายซะ........

กรงเล็บแสงเสียบจนทะลุลำตัวของมารร้ายจนดับดิ้นสิ้นใจไป ในที่สุดเธอก็จัดการพวกมันทั้งสามลงได้ ส่วนอีกสองคนเองก็สามารถจัดการพวกมันได้ไม่ยากเย็นเช่นกัน

     “Get Right!!!”

ตอนนั้นเองระหว่างที่พวกเธอคิดว่าได้รับชัยชนะแล้ว มันยังมีอะไรบางอย่างหลงเหลืออยู่อีกบนฟากฟ้า ที่ฐานอริโซนาของ GATE และที่ฐานใต้ดินที่ลอนดอนเหล่าเซอร์จเชอร์ต่างก็ได้รับสัญญาณการสั่นสะเทือนครั้งยิ่
งหใญ่ที่รุนแรงมากว่าครั้งแรกเพราะว่ายังจะมีอีกตนหนึ่งที่ใหญ่กว่าซึ่งมันกำลังจะออ
กมาจากประตูมิติที่ถูกแหวกออกมาตรงนั้น

     คาเรน : อะไรน่ะ....หัวหน้า นี่มันไม่มีในรายงานนี่!!!
     สกาเลต : Master นี่มันหมายความว่ายังไงคะ

แต่แม้จะถามไปอลันด์ก็ไม่ได้ตอบอะไรพวกเธอกลับมานอกจากให้พวกเธอกำจัดเจ้าสิ่งนี้ซะ เหล่า Justice ไม่มีทางเลือกเพราะยังไงซะพวกเธอก็ต้องทำตามคำสั่ง แต่ว่าเจ้าสิ่งนี้มันก็ไม่ใช่ย่อย ร่างสีแดงประดุจหินผากำลังค่อย ๆ แหวกอากาศออกมา ตามร่องของร่างกายมีส่วนที่คล้าย ๆ กับลาวาที่กำลังประทุอยู่ด้านใน

     แอนนา : นี่มันตัวอะไรกันน่ะ....มันไม่ใช่เทวทูตนี่......
     สกาเลต : มันจะเป็นตัวอะไรก็ช่าง......แอนนา คาเรน เตรียมพร้อมนะ

“โอวววววววววว!!!!” เสียงร้องอันโหยหวนของมันทำเอาพวกเธอหน้าถอดสี เจ้าสิ่งนี้มันมีรูปร่างที่ใหญ่โตมาก มันมี 4 แขนท่อนล่างคล้ายกับงู มีปีกที่ตรงเอว 4 ปีกกับร่างกายสีแดงชวนให้ขนลุก คาเรนไม่อช้าเธอใช้ปืนอนุภาคที่เธอภูมิใจยิงใส่มาร้ายด้วยความแรงสูงสุด แต่ก็เท่านั้นเมื่อมันไม่ได้ระคายผิวมันเลยแม้แต่น้อย

     คาเรน : บ้า........บ้าน่า...........

มารร้ายเด็ดขนปีกของตนเองมาทิวหนึ่ง กลายเป็นดาบยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวนอกจากนี้ที่ด้านหลังของเอวมัน ส่วนที่คล้าย ๆ กับหนวดนับสิบ ๆ ก็พร้อมที่จะยิงลำแสงใส่พวกเธอ เหล่าสาว ๆ พากับหลบกันอย่างอุตหลุดแต่โชคร้ายของสกาเลตที่ไม่อาจจะหลบมันทั้งหมด เธอจึงเอาแส้ลำแสงขึ้นมารับป้องกันแทนแต่ถึงจะรอดจากการถูดตัดเป็นชิ้น ๆ ตัวเธอก็ต้องลอยกระเด็นไปไกลตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง

     “หัวหน้า!!!!”

คาเรนและแอนนาต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อสกาเลตเพลี่ยงพล้ำต่อการโจมตีของม
ัน ในตอนนี้มารร้ายดูท่าว่าจะติดใจในตัวของสกาเลตเข้าเสียแล้ว มันไม่สนใจคาเรนกับแอนนาเลย มันเอาแต่โจมตีถามโถมใส่สกาเลตคนเดียว และตอนนั้นเองตอนที่มารร้ายยกดาบขึ้นเพื่อที่จะฟาดฟันเธอให้สิ้นใจสกาเลตก็ไม่มีแรงท
ี่จะหลบหนีอีกแล้ว ด้านคาเรนกับแอนนาก็พยายามโจมตีมันเมื่อดึงความสนใจอย่างเต็มที่แต่ก็ไร้ผล ในตอนนี้สิ่งที่สกาเลตคิดถึงเป็นสิ่งสุดท้ายก็คือใบหน้าของน้องสาวเธอมาริสา........
.

     “โอวววววววววววววว!!!!!!”

     “สกาเลต!!!!”

“เคร้ง!” สกาเลตคิดว่ายังไงเธอก็ไม่น่าจะรอดอยู่แล้วก็ได้แต่หลับตารอความตายที่จะมาถึงอยู่ตร
งหน้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเธอยังมีชีวิตอยู่มันก็ยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงยังไม่
ต้องคมดาบของมัน และทันทีที่เธอลืมตาสิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือแผ่นหลังอันงามสง่าของชายคนหนึ่งที่ปรากฏ
ตัวออกมาหยุดคมดาบของมันเอาไว้เพื่อปกป้องเธอจากความตาย เขาคนนี้สวมชุดสีขาวทีมีลวยลายสีน้ำเงินตามตัวกับอาวุธรูปทรงประหลาดที่เขาห้อยเอาไว
้ตรงข้างเอวและปืนกระบอกโตที่กำลังรับคบดาบของมันเอาไว้อยู่ด้วยแขนเพียงข้างเดียว

     “ไม่เป็นไรนะครับ......คุณผู้หญิง”

     สกาเลต : .................................

ชายคนนั้นใช้แรงจากแขนส่งต่อไปที่ปืนคู่ใจแล้วกระแทกดาบของมารร้ายกระดอนกลับไป ในมือซ้ายที่กำหมัดเอาไว้แน่นก็ชกเสยขึ้นไปกลายเป็นเงาแขนขนาดใหญ่ กำปั้นกระแทกกลางตัวของมันเข้าอย่างจังจนมารร้ายต้องกระดอนออกไปไกล ขณะนั้นก็ยังมีอีกคนที่กำลังวิ่งใต่ไปตามร่างของมันพร้อมกับโจมตีด้วยดาบแสงที่พวยพุ
่งจากมืออย่างรุนแรงและต่อเนื่อง

     คาเรน : คนพวกนี้....หรือว่า.......

ชายคนที่โจมตีตามร่างกายของมารร้ายกระโจนไปมาด้วยท่วงท่าที่งดงามเหมือนกับกำลังเต้น
รำก็ไม่ปาน จากนั้นเขาก็จบการโจมตีสุดท้ายด้วยคมดาบจากปลายส้นเท้ากระแทกมันลงไปกองกับพื้น มารร้ายพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ทันเมื่อมันต้องพบกับคลื่นเสียงจากพญาราชสีห์จนแข
นข้างซ้ายของมันต้องแหลกถึง 2 ข้างพร้อม ๆ กัน แต่ก็ยังไม่หมดเมื่ออีกทางบุรุษผู้สวมชุดสีขาวที่มีลวดลายสีแดงฟาดฟันมันด้วยดาบคู่จ
นแขนอีกสองข้างที่เหลือถึงกับขาดกระเด็น มารร้ายได้แต่ล้มตัวลงนอนดินทุรนทุรายกับเสียงร้องที่โหยหวน แต่ว่าดวงตาของมันเบิกกว้างอัดแน่นไปด้วยความแค้น เจ้ามารร้ายยันตัวเองขึ้นมาแล้วใช้หนวดของมันมารวมแสงทั้งหมดเอาไว้ด้วยกันหวังที่จะ
ยิงพวกเขาให้สูญสลายหายแค้น พลังของมันมีมากเสียจนมิติแถว ๆ นั้นเกิดผกผันขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

     “ARCHER!!!”

ชายสองคนร้องเรียกชายอีกคนหนึ่งจากนั้นพวกเขาทั้งสามก็หายไปต่อหน้าต่อตาพวกสกาเลต ไม่ใช่สิพวกเขาไม่ได้หายไปไหน.....แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของพวกเธอก็คือมารร้
ายได้ถูกกำจัดไปแล้วจากการโจมตีปริศนาของทั้งสามแต่พริบตาเสี้ยววินาที หรืออาจจะไม่ใช่แค่เสี้ยววินาทีหากแต่ว่ามันคือการหยุดเวลาก็ว่าได้เพราะตอนนั้น ขายชุดขาวลายดำทำอะไรบางอย่างจนเวลาตรงนั้นหยุดนิ่งไปแต่ว่าพวกเขาทั้งสามกลับสามารถ
เคลื่อนไหวภายในมิติที่เวลาหยุดนิ่งนี้ได้ จากนั้นก็เป็นพวกเขาทั้งสามที่เป็นคนเผด็จศึกมันด้วยดาบพลังงานออโรร่าจากชายชุดแดง พายุดาบสรลำแสงจากชายชุดลายดำและปิดท้ายด้วยหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังของชายชุดน้ำเงิน


     สกาเลต : ......พวกคุณ...........
     แอนนา : BRAVE…..แห่ง.......GATE………

ชายหนุ่มทั้งสามก็คือนักรบในตำนานผู้กำจัดอสูรมิติและนำโลกสู่ความสงบได้เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ว่าจะให้สังเกตดี ๆ พวกเธอก็รู้สึกแปลกใจกับคนที่สวมชุดสีขาวลายดำ เพราะจากข้อมูลที่พวกเธอได้มา ARO 1 ใน 3 นักรบที่เหลือได้หายสาบสูญไปในหลุมเวลาแล้ว คาเรนกับแอนนาต่างก็ตื่นเต้นที่ได้พบกับตัวจริงของตำนานเดินได้อย่างพวกเขา ตรงข้ามกับสกาเลตที่รู้สึกชิงชังชายชุดน้ำเงินผู้ช่วยชีวิตเธอมากกว่าชื่นชมหรือประท
ับใจเพราะว่าเขาคือ NERO ผู้ที่ทำให้น้องสาวของเธอต้องเสียน้ำตาและช้ำใจ พวกเขาและพวกเธอยังไม่ได้กล่าวทักทายได ๆ ต่อกันเมื่อบนท้องฟ้ากลับมีอะไรบางอย่างกำลังร่วงหล่นลงมา

     “!!!?”

     เนกิ : นั่นมัน............

สิ่งที่เรืองแสงในตัวเองคล้าย ๆ กับเหตุการณ์เมื่อ 1 ปีก่อนโดยเฉพาะมาซากิที่ยังจำได้ดี แสงนั่นค่อย ๆ ตกลงมาเรื่อย ๆ แต่แล้ว

     “ฝุบ!!!”

ทุกอย่างมันก็หายไปจากลำแสงบางอย่างที่พุ่งตรงไปทำลายเจ้าสิ่งนั้นต่อหน้าต่อตาทั้ง 6 คน  มาซากิรีบหันไปมองยังทิศที่แสงดังกล่าวถูกยิงมา เมื่อนั้นพวกเขาก็ได้เห็น........

     มาซากิ : แก.............พวกแก...........

เทวทูต 6 ปีกที่มีร่างกายเหมือนกับถูกหุ้มไปด้วยเกราะเหล็กสีฟ้าและตัวอื่น ๆ อีก 3 รวมเป็น 4 ได้ลอยอยู่เบื้องหน้าของพวกทั้ง 6 โดยเฉพาะเจ้านั่น.....เจ้าตัวสีฟ้านั่น เนกิกับมาซากิจำได้ดีว่ามันได้เข้าไปในหลุมมิติพร้อมกับชินกิพี่ชายของพวกเขาแล้ว แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้เบื้องหน้าพวกเขาได้อีก......

     “เปรี้ยง!!!!”

เสียงกระสุนที่ดังมาจากปากกระบอกปืนของ NERO ได้ยิงเข้าไส่เจ้าตัวที่มีสีฟ้าแต่ว่ามันก็ถูกคุ้มกันด้วยบางอย่างที่เหมือนเกราะบาเ
รียจนวิธีกระสุนนั้นถูกเบี่ยงออก เนกิตั้งท่าที่จะสู้ต่อแต่ว่ามาซากิกลับห้ามเขาเอาไว้ก่อนเพราะที่นี่นั้นมีคนที่ต้อ
งส่งโรงพยาบาลกับผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในตัวอาการอีกหลายคน

     “ไม่ใช่ Ruby แต่เป็น Seed หรอกเหรอ......”

เสียงที่ดังมาจากด้านหน้าของพวกเขามันคือเสียงของเทวทูตเหล่านั้น ไม่น่าเชื่อเลยพวกของสกาเลตคิดว่าพวกเทวทูติน่าจะเป็นแค่สัตว์เดรัชฉานเท่านั้น มันไม่น่าที่จะรู้ภาษามนุษย์ต่างกันกับมาซากิกับเนกิที่ไม่ได้ตื่นตกใจที่พวกมันพูดภ
าษาคนได้เพราะเหล่าอสูรมิติบางตัวที่เป็นชั้นสูงก็สามารถพูดได้เช่นกัน

     สกาเลต : พวกแกเป็นตัวอะไร....มีจุดหมายอะไร ทำไมต้องมาโจมตีโลกของเราด้วย

สกาเลตเป็นคนที่เปิดประเด็นสนทนากับเทวทูตพวกนี้ก่อนใครแต่พวกมันกลับนิ่งเฉยต่อคำถา
มของเธอ

     มาซากิ : ........ฉันมีเรื่องจะถามแกหน่อย....เจ้าตัวสีฟ้านั่น.....ทำไมแกถึงยังมีชีวิตอยู่ไ
ด้ล่ะแล้วพี่ชินกิของพวกเราล่ะ.......

     “................เมื่อเรายังไม่ตาย.........เขาก็ยังไม่ตาย.......เมื่อเรายังมีชีว
ิตอยู่........เขาก็ยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกัน......”

คำตอบที่ไม่คาดฝันหลุดมาจากปากของเทวทูตตนนั้น มันจึงยิ่งไปกระทุ้งจิตใจของทั้งมาซากิและก็เนกิได้เป็นอย่างดี

     “เราไม่ใช่ราดูว์.....พวกเราคือเซราฟ”

     อาเชอร์ : ................................

อาเชอร์นั้นรู้สึกแปลกมากกับเทวทูต 6 ปีกสีฟ้าตนนั้น มันเหมือนกับว่านัยน์ตาที่จ้องมองมาที่เขาของมันนั้นได้แผงความนัยบางอย่างเอาไว้ สิ้นเสียงพวกมันก็หายไปในทันไดได้แต่สร้างความฉงนสงสัยเอาไว้แต่พวกเขาทั้งสามโดยเฉพ
าะเนกิที่นอกจากจะกังวลเรื่องของชินกิแล้วเขายังมีเรื่องอื่นอีกเรื่องที่ทำให้ว้าวุ
่นใจเพราะสายตาของสกาเลตที่จ้อมมองมาที่เขา


- หมดผ้าทอแถวที่ 7 -


ตอนนี้บทของอาเชอร์จะน้อยหน่อยนะครับ ไปโฟกัสที่ตัวของสกาเลตที่เป็นเหมือนตัวแปรที่สำคัญต่อเนกิในอนาคตแทน เธอกับมาริสาและก็พวกเทวทูต 6 ปีกที่เรียกตัวเองว่าเซราฟจะเป็นคนที่กุมความลับสำคัญถึงเรื่องราวเมื่อแสนกว่าปีที่
แล้วในยุคของ 3 ผู้กล้าชุดแรก(เอเรียส,รูดิสและโซร่า) แม้ว่าในตอนนี้เธอจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ตาม

นอกจากนี้ในตอนหน้าก็ยังเป็นเรื่องราวผสมผสานระหว่างสามหนุ่มอยู่เช่นเคยโดยที่จะปิด
ท้ายในงานเต้นรำอย่างที่ผมเคยบอกไปก่อนหน้านี้ในตอนที่ชื่อว่า.......เธอคนที่สอง

อาทิตย์หน้าพบกันใหม่ครับSmiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่7
Reply #1 - 27.01.09 at 10:06:50
 
ตอนนี้สู้กันดุเดือดมากครับ ได้อารมณ์แหวะๆนิดเหมือนกับดู BubbelGum Crsisis กับ DMC เลย พวกสาวๆเก่งมาก ถ้าทำเป็นอนิเมคงสนุกไม่น้อยเลย เหอๆ อาเชอร์บทน้อยจริงๆด้วย  สงสัยรับค่าตัวครึ่งเดียว Smiley บรรยากาศของเรื่อง อ่านแล้วอยากยืมพล็อตไปใช้จริงๆ ยิ่งมีตัวละครสติแตกโผล่ออกมาด้วยเนี่ย

มิลเฟ่: พวกเธอทีม Valkyrie เก่งๆกันทุกคนเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะ
บรุคลิน: ทำคะแนนคืนให้ได้นา คุณมาซากิ Shocked
ตูน: อารมณ์หนังฮีโร่ วู้ๆ สุดยอด Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge