THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่5 (Read 2125 times)
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่5
13.01.09 at 14:40:21
 
SILK 5 : คู่แข่ง

     ภายในห้องนอนที่แสงทองยามรุ่งอรุณสาดส่องเข้าไป บนเตียงใหญ่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนอนเคียงข้างกันอย่างมีความสุข แต่ว่าด้วยแสงในยามเช้านั้นที่มาต้องเข้ากับดวงตาของพวกเขาทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ต้องต
ื่นจากนิทรา และทันทีที่เขาลุกขึ้นมาก็หันไปมองสตรีที่นอนเคียงข้างเขาก่อนที่จะค่อย ๆ โน้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากเพื่อปลุกเธออันเป็นที่รัก

     “เช้าแล้วนะ.......ตื่นได้แล้วล่ะมิฮารุ”

     “......อือ........มาซากิ..............”

ในบ้านหลังนั้นที่เป็นแหล่งพักพิงของครอบครัวท่านประธานบริษัทใหญ่ Stardust มาซากิทำการปลุกภรรยาของเขาเพื่อที่ทั้งคู่จะได้เตรียมตัวไปทำงาน หากแต่ว่าเป็นเพราะมิฮารุที่ขี้อ้อนสามีจึงไม่ยอมลุกง่าย ๆ แทนที่เธอจะลุกขึ้นจากที่นอนแต่เธอกลับทิ้งตัวคล้องคอมาซากิผู้เป็นสามีให้มานอนด้วย
กันต่อดดยที่มีเธอนั้นทับร่างของเขาอยู่จากด้านบน มิฮารุยิ้มให้กับที่รักของเธอก่อนที่จะซุกไซ้ตามประสาของภรรยาที่ต้องการจะเอาใจสามี
คนหนึ่ง

     มาซากิ : .....ด.....เดี๋ยว........เดี๋ยวสิ........วันนี้เราต้องติดต่อกับคอนแทรคไม่ใช่เหรอ
เดี๋ยวจะสายเอานะ.......
     มิฮารุ : ใครว่าล่ะคะท่านประธาน ฉันเป็นเลขาของคุณนะ........คอนแทรคน่ะวันพรุ่งนี้ต่างหาก นี่พึ่งจะ 6 โมงครึ่งเอง......ยังมีเวลาอีกเยอะนะคะ

เห็นแววตาของคนรัก มาซากิก็เหมือนกับถูกกระตุ้นจากภายใน เขาจับมิฮารุพลิกให้ตัวเธอลงมาอยู่ด้านล่าง ทั้งสองสบตากันก่อนที่จะประกบจูบกันอย่างดูดดื่มมือไม้ของมาซากิก็ค่อย ๆ ลอกคราบภรรยาตัวเองทีละนิดจนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเจ้ากรรมโทรศัพท์มือถือของมาซากิก
ลับดังขึ้นมาก่อน

     มิฮารุ : ..............มาซากิ..............

มาซากิถึงกับต้องก้มหน้าลงด้วยความหัวเสียก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครกันนะ
ที่บังอาจโทรมาขัดช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้ แต่ทันทีที่เขาเห็นชื่อคนโทรก็ต้องดึงความคิดพวกนั้นกลับเพราะคน ๆ นี้ก็คือเคทาโร่

     มาซากิ : ........โถ่.........ครับพ่อ.........
     เคทาโร่ : ไงลูก.....ที่นั่นเช้ารึยัง..........พ่อโทรมาขัดอะไรรึเปล่า

มาซากิมองหน้ามิฮารุนิด ๆ ซึ่งเธอเองก็ยิ้มให้แถมยังฝากมาซากิทักทายคุณพ่อด้วยอีกคน ตอนนั้นเองที่ทั้งคู่ต้องลุกขึ้นจากเตียงนอนเสียที โดยมิฮารุนั้นก็รีบไปล้างหน้าล้างตาก่อนจากนั้นก็ว่าจะเดินไปปลุกลูก ๆ ที่ห้องข้าง ๆ ทางด้านมาซากินั้นก็คุยกับเคทาโร่ถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปแต่ก็ยังไม่วายย้อนกลับเข้ามาที่เรื่องสาวกของสหประชาชาติองค์กร JUDAS ซึ่งทางเคทาโร่นั้นก็ยังไม่รู้อะไรมากนักแม้กระทั่งโคทาโร่กับไอริสเองก็ดูท่าว่าจะเ
หมือนกัน สุดท้ายไม่นานนักเคทาโร่ก็ต้องวางสายไปเพราะว่าทางเคทาโร่กำลังจะจะต้องไปประชุมต่อเ
นื่องจากว่าที่เชลเตอร์ E.P. ในเวลานี้ก็ประมาณบ่าย 3 โมงกว่า ๆ มาซากิที่พึ่งจะวางสายก็เดินไปหามิฮารุที่ตอนนี้กำลังตั้งงหน้าตั้งตาทำข้าวเช้าถึงท
ี่ในครัว

     มิฮารุ : เอ๊ะ.....อะไรเหรอมาซากิ.......
     มาซากิ : ..........หึ ๆ ๆ ๆ ......พ่อวางสายไปแล้วล่ะ........มิฮารุ

มาซากิกอดเธอจากทางด้านหลัง จากนั้นก็อุ้มตัวมิฮารุขึ้นมาจนลอยทำเอามิฮารุรู้สึกเขินจนหน้าแดง

     มาซากิ : ไปอาบน้ำกันดีกว่า......พวกเด็ก ๆ ยังไม่ตื่นใช่ม้า~~
     มิฮารุ : เอ๊ะ!?

มาซากิอุ้มภรรยาเข้าไปอาบน้ำล้างตัวในยามเช้าด้วยกัน ผ่านไปประมาณเกือบ ๆ 30 นาที ทั้งคู่ก็ออกมาโดยที่มีไอจากห้องน้ำลอยคลุ้งตามพวกเขาออกมา โดยที่ตอนนี้มิฮารุนั้นยังคงกอแขนคนรักของเธอไม่ปล่อย เสร็จแล้วมิฮารุก็ไปแต่ตัวก่อนโดยที่มาซากินั้นกลับไปเตรียมอาหารเช้าแทนเพราะเนื่อง
มาจากผู้หญิงนั้นเสียเวลาในการแต่งตัวนานกว่าผู้ชายนั่นเอง จากนั้นพวกเด็ก ๆ ก็ลุกจากที่นอนแล้วเดินมาดูโทรทัศน์ภายในห้องรับแขก

     อีกด้านหนึ่งภายในแมนชั่นขนาดกลางชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งได้พักอาศัยอยู่คนเดียวกำลังแต
่งเนื้อแต่ตัวเตรียมที่จะไปทำงาน เนกิมาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวได้พักหนึ่งแล้วทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเขามักที่จะอาสัยร่วมกับพี่ชายสองคนมาโดยตลอด แต่ว่ามาในวันนี้พี่ชายของเขาชินกินั้นก็หายสาบสูญไปมันจึงทำให้เขานั้นต้องมาอยู่คน
เดียว ขณะที่เขากำลังจะใส่รองเท้าเผอิญเขากลับได้ยินเสียงของสิ่งหนึ่งนั้นร่วงหล่นลงมาจาก
ในห้องนอน เนกิจึงต้องถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปดูข้างในว่าเป็นอะไรกันแน่ที่หล่นเสียงดัง เมื่อไปถึงเขาก็เห็นว่าต้นเสียงนี้มันมาจากอะไร ที่ไหนได้คงจะเพราะลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้รูปตั้งโต๊ะของเขาตกลงมาข้างล่าง

     เนกิ : ให้ตายเถอะ.......ดีนะที่ไม่แตก

เนกิหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอมแล้วเอาผ้าเช็ดฝุ่นที่ติดอยู่ให้ออกไป จากนั้นก็เอามันกลับมาตั้งไว้ที่เดิม มันคือภาพถ่ายของพวกเขาทั้งสามคนในวัยเด็กที่มีเขาอยู่ทางริมซ้ายมาซากิอยู่ทางริมขว
าและชินกิที่ยกนิ้วโป้งขึ้นมาอยู่ตรงกลาง

     เนกิ : เฮ้อ.........ตอนนั้นเราก็แทบจะจำอะไรไม่ได้แล้ว

ชินกิอายุ 5 ขวบ ตัวเขาอายุ 4 ขวบ ส่วนมาซากิอายุ 3 ขวบ เมื่อหันมาดูด้านหลัง ก็มีภาพถ่ายอีกภาพซึ่งเป็นภาพในตอนที่พวกเขาทั้งสามโตแล้วถ่ายเอาไว้เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เนกิดูภาพถ่ายแล้วก็ยิ้มจากนั้นก็หันมาดูภาพหมู่ที่เขาแขวนเอาไว้เป็นที่ระลึกในวันแ
ต่งงานของน้องชายคนเล็กมาซากิ ในนั้นนอกจากเขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มาซากิแล้วก็ยังมีผู้หญิงอีกคนที่มายืนตรงข้าง ๆ กายเขา “มาริสา” ถ้าหากว่าเรื่องของเขามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียก่อนบางทีเขาเองก็อาจจะมีวันนั้นเหมื
อนกับน้องชายก็ได้ พอเห็นภาพของมาริสาแล้วก็พลันให้นึกถึงเรื่องของผู้หญิงผมยาวคนนั้น ที่ออกมาต่อสู้กับเหล่าเทวทูตในนามของ Justice แห่ง JUDAS ที่ใบหน้าของเธอช่างละม้ายคล้ายกับมาริสาเหลือเกิน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจเนกิส่ายหน้าแล้วก็ออกไปทำงานตามเดิม

     ตอนนั้นเองที่อีกซีกโลกการประชุมของสหประชาชาติกับเหล่าผู้นำของสหพันธ์การปกครองใน
เขตพื้นที่ต่าง ๆ และตัวแทนขององค์กรอิสระได้เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ผ่านสื่อออนไลน์ โดยทั้งนี้ทั้งนั้น GATE ก็ยังคงมาร่วมด้วยโดยที่ประธานการประชุม สก๊อต พอร์ทแลนด์ เป็นผู้นัดหมายการประชุมในครั้งนี้เพื่อที่จะเปิดตัวองค์กรใหม่ที่จะมาเป็นพันธมิตรช
่วยเหลือ GATE ในการต่อกรกับสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติอย่างพวกเทวทูติ

     “อย่างที่ทุก ๆ ท่านทราบ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้โลกของเรากำลังถูกคุกคามอีกครั้งด้วยสิ่งที่นอกเหนือความค
าดหมายที่พวกเขานั้นตั้งชื่อให้กับพวกมันว่า เทวทูต โดยที่องค์กรเดิมที่สามารถต่อกรกับมันได้อย่าง GATE……..เอ่อ.....ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้ แต่ว่าเพราะเราไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนั้นอีก GATE จึงมีอำนาทหน้าที่ ๆ ลดลง...........”

“ก็พวกแกไม่ใช่เหรอที่คอยกำกับพวกเรา” โคทาโร่ที่ฟังการประชุมจากฐานอริโซนาถึงกับแอบไม่พอใจคำพูดของสก๊อตนิด ๆ แต่เขาก็ยอมฟังจนสก๊อตพูดจบ

     “และจากเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วซึ่ง GATE ได้กำจัดสิ่งที่อยู่เบื้องหลังและสั่นคลอนชีวิตของพวกเรามานานอย่างจอมอสูรบราโกลงได
้นั้นก็ต้องสูญเสียกำลังรบที่สำคัญไปถึง 3 คน คือ ODIN,RASและACH เนื่องมาจากพวกเขานั้นได้ต่อสู้จนไม่สามารถที่จะกลับไปต่อสู้ได้อีก และต่อมาเมื่อประมาณปีที่แล้ว GATE ก็ต้องสูญเสียผู้นำอย่างแพนโดร่าและก็นักรบที่เก่งกาจอย่าง ARO สุดท้ายแล้ว GATE ในวันนี้เหลือแต่เหล่ากองกำลังข้อมูลชั้นยอดกับกองกำลังรบหัวกระทิจะขาดก็ขาดแต่หัวห
อกในการต่อสู้ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดไป.......ผมว่าเราถึงเวลาแล้วที่จะหาอะไรให
ม่ ๆ มาอุดช่องว่างนี้เพื่อความปลอดภัยของโลกของเรา ของประชาชนของเราผมขอประกาศและก่อตั้งองค์กรใหม่เพื่อที่จะมาช่วยเหลือและดูแลปกป้อง
ประชาชนแทนส่วนที่ขาดหายไปของ GATE ผมขอประกาศองค์กร JUDAS ของพวกเราครับ”

ไอริสกับโคทาโร่ได้แต่นั่งฟังเฉย ๆ แบบที่ปวดร้าวที่สุด โดยเฉพาะโคทาโร่ที่จ้องมองอลันด์ รีเชล ผู้นำการก่อตั้ง JUDAS อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เหมือนกับว่าเขาและอลันด์จะเคยรู้จักหน้าค่าตากันมาช้านานแล้วและก็ไม่ใช่แต่เขาที่ม
องอลันด์แต่อลันด์เองก็หันมามองโคทาโร่ด้วยเช่นกัน......

     ในที่สุดการประชุมพวกนี้ก็จบลงได้ด้วยดีถึงแม้ว่ามันอาจจะดีไม่มากแต่จากฝีปากกับควา
มสามารถของไอริสก็ยังทำให้สหประชาชาติยังไม่ตัดหางปล่อยวัด GATE ซึ่งจากการคาดคะเนของโคทาโร่แล้วเขาคิดว่าไม่มีทางที่สหประชาชาติจะตัดหางปล่อยวัดพว
กเขาเด็ดขาดแต่ว่านี่กำลังจะเข้ามาสู่กระบวนการกลืนกินหรือว่าการเทคโอเวอร์องค์กร ดีที่ไอริสไหวตัวทันและสามารถที่จะต่อรองอะไรในหลาย ๆ อย่างกับทางสหประชาชาติได้ หนึ่งในนั้นก็คือการที่จะให้พวกเขามีทีมอิสระที่ขึ้นตรงกับองค์กรเท่านั้นหนึ่งทีมแล
กกับการให้ SEAL ไปอยู่ในอาณัติของกองกำลังป้องกันตนเองของ UN แม้ว่ามันจะเป็นการเสียมากแต่ก็คุ้มค่าแล้ว เพราะทีมที่ว่านั้นเธอจะเอามาไว้เป็นไม้ตายและนอกจากนี้เพื่อที่จะปกป้องการสืบสวนคด
ีประตูสวรรค์อีกด้วย

     เคทาโร่ : พี่ใหญ่.....ไม่คิดเลยนะว่าเราจะมาพบกับหมอนั่นอีก........
     โคทาโร่ : อือ........หลายสิบปีแล้วที่เราไม่ได้พบกัน หมอนั่นก็ไต่เต้ามาจนถึงขั้นนี้ได้ก็นับว่าดีแล้ว

คนที่ทั้งสองคนนี้กำลังพูดถึงก็ไม่ใช่ใครอื่นไดหากแต่เป็นอลันด์ รีเชล ผู้นำของ JUDAS และดูเหมือนว่าพวกเขานั้นก็คงจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันในอดีต ตัดมาทางด้านสหพันธ์ยุโรปเหนือเมืองลอนดอน ในชั้นใต้ดินของบริษัท Stardust มีทางเชื่อมเพื่อที่จะส่งตัวพวกของมาซากิไปยังฐานลับของ GATE ที่ตั้งขึ้นมาอย่างปิดบังเงียบ ๆ ซึ่งภายในนี้นั้นจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมดประมาณ 50 นาย แบ่งออกเป็น ทีมสนับสนุนพิเศษ Strike ที่ก่อตั้งมาจากการรวมรวมเหล่าหัวกระทิในหน่วย SEAL เพื่อที่จะให้มาเป็นแบคให้กับพวก BRAVE โดยเฉพาะซึ่งแต่ละคนนั้นก็ล้วนมีอาชีพอิสระทำในยามสงบและหลายคนในนี้ก็ยังเป็นคนของบ
ริษัท Stardust เสียด้วย นอกจากนั้นก็เป็นเหล่าเซอร์จเชอร์สาวทั้งหลายผู้ซึ่งคอยทำหน้าที่วิเคราะห์ที่สำคัญก
ับพวกช่างเทคนิคและเหล่านักวิจัยพัฒนาที่เอริก้าเป็นคนคุม โดยหน่วยลับแห่งนี้ได้ถูกก่อตั้งตามแผนของไอริสจากการให้ความร่วมมือของอัลเดรนกับสต
ีฟอดีตคอนแทรคที่ดีของพวกเขา ที่ในตอนนี้ก็ยังแอบช่วยเหลือพวกไอริสอย่างลับ ๆ เป็นการส่วนตัว ณ ที่แห่งนี้ อาเชอร์พึ่งที่จะมาในนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งหลังจากเลิกเรียนแล้วเขาก็ถูกมาซากิเรียกตัวมายังที่แห่งนี้ เพื่อที่จะแนะนำเขาให้กับทุกคนได้รู้จักซึ่งก่อนอื่นคนที่เขาจะต้องไปทักทายก็ไม่ใช่
ใครที่ไหนหากแต่ว่าเป็นบอสคนปัจจุบันของ GATE ผู้ซึ่งดูแลฐานลับแห่งนี้โดยตรง “ไอริส” ซึ่งเธอนั้นติดต่อพวกเขาผ่านทางสัญญาณดาวเทียมขึ้นที่หน้าจอมอนิเตอร์หลัก

     ไอริส : สวัสดีค่ะ......คุณอาเชอร์ ครีดท์ และก็ขอยินดีต้อนรับสู่ GATE
     อาเชอร์ : ……………………….

อาเชอร์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีหลังจากที่ได้เห็นหน้าตาของไอริสแม้ว่าตัวเขาจะได้พบเจอ
กับเธอผ่านทางจอมอนิเตอร์ไม่ได้เจอกันโดยตรงแท้ ๆ แต่ว่าอาเชอร์นั้นกลับรู้สึกประหลาด ๆ ในตัวเองที่ได้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับบรรยากาศที่ดูอบอุ่น ไอริสนั้นสวยมากในสายตาของอาเชอร์แต่ว่าความรู้สึกนี้มันไม่ใช่ความชอบแบบหนุ่มสาวมั
นกลับเป็นความรู้สึกอะไรที่พูดยากเหมือนอย่างกับว่าเธอเป็นมารดาที่ให้กำเนิดเขามาก็
ไม่ปาน แปลกจริง ๆ เขาคิดว่าความรู้สึกแบบนี้เขาจะมีแต่กับมิเรียที่เป็นแม่ของเขาคนเดียวเท่านั้นเสียอ
ีก

     มาซากิ : อาเชอร์.........ทักทายเทพีเวลลันดีของพวกเราหน่อยสิ
     อาเชอร์ : ....อะ......ครับ ผมอาเชอร์ ครีดท์ครับ ขอฝากตัวด้วยครับคุณเวลลันดี
     ไอริส : .........ไอริสก็พอค่ะ คุณอาเชอร์........และต่อแต่นี้ไปทางเราก็ต้องขอกำลังของคุณมาช่วยอีกแรงด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่พิเศษ ARCHER

อาเชอร์รีบรับคำจากนั้นไอริสก็ขอฝากเด็กใหม่ให้เนกิกับมาซากิคอยดูแลด้วย จากนั้นเธอก็ตัดสัญญาณกลับไป โคทาโร่ที่ได้แต่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ก็ถึงกับทำหน้าครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ไอริสที่เข้าใจจิตใจของสามีดีจึงอยากที่จะทำให้เขาสบายใจ

     ไอริส : คิดแล้ว........เด็กคนนี้ดูเหมือนกันกับ "เขา" จริง ๆ เลยนะคะคุณ.........
     โคทาโร่ : อือ........เหมือนกันมากเลย.........

ความหมายที่สองคนนี้พูดนั้นมันมีความหมายว่าอย่างไร คนที่จะรู้ได้ก็คงจะมีแต่สอนคนนี้เท่านั้นส่วนทางด้านพวกของอาเชอร์เมื่อเสร็จสิ้นทุ
กอย่างพวกเขาก็แยกย้ายกันไปและจะกลับมารวมกันก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์เหนือมิติขึ้นเ
ท่านั้น ระหว่างทางอาเชอร์ก็ยังคงนึกถึงหน้าของไอริสอยู่ไม่หาย นอกจากนี้เขายังคงสงสัยว่าผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของไอริสเป็นใคร ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าคุ้นหน้าทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ยังไม่เคยพบเขาเลยสักครั้ง ระหว่างทางที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านเขาก็รู้สึกแปลกประหลาดใจที่ตลอดทางเหล่าบรรดา
คนที่เดินสวนกับเขาโดยเฉพาะพวกผู้หญิงจะต้องมองเขาด้วย มีอะไรมาติดบนหน้าของเขารึไง

     อาเชอร์ : อะไรกันนะ...........ทำไมเขาถึงมองกันจัง

อาเชอร์ลองยกกระจกที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋าสะพายมาส่องดูมันก็ไม่มีอะไรแปลก หรือว่าที่ทุกคนมองจะเป็นทรงผมใหม่ของเขาที่ถูกเอริก้าบังคับให้ตัดออกโดยที่ตอนนั้น
ก็ไม่มีใครที่จะช่วยเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นเนกิหรือมาซากิก็ไม่มีใครกล้าหือกับเธอสักคน แค่คิดถึงตอนนั้นอาเชอร์ก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่เลย ก็ตอนนั้น................

     อาเชอร์ : ผมอาเชอร์ ครีดท์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณซิลมอน
     เอริก้า : .........เรียกเอริก้าเถอะ....................

อยู่ ๆ เอริก้าก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ เขาจนอาเชอร์นั้นรู้สึกตกใจ เธอมองสำรวจใบหน้ากับผมเผ้าของเขาหมด จนอาเชอร์นั้นยังรู้สึกเกร็ง ๆ กับผู้หญิงคนนี้อย่างไม่รู้สาเหตุ

     เอริก้า : ทรงผมที่มันมาบดบังหน้าตาของนายนี่มันขัดใจฉันจริง ๆ ............เอมิลี่!!!

     “ค้า..........หัวหน้าเอริก้า”

     เอริก้า : เอาหมอนี่ไปเปลี่ยน Look หน่อย ตัดผมใหม่ซะ เอาให้หล่อ ๆ นะยะ

     “ได้เลยค่า~~~~หัวหน้า!!!จัดให้เดี๋ยวนี้ล่ะ”

     อาเชอร์ : เอ๋!?

ทันไดนั้นเองเขาก็ถูกบรรดาสาว ๆ เซอร์จเชอร์ทั้งหลายเข้ามารุมล้อมแล้วฉุดกระชากลากถูเขาไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภาย
ในห้องเปลี่ยนเสื้อของพวกเธอ โดยที่มีเอริก้าคอยตามไปกำกับดูแล ทางอาเชอร์นั้นพยายามที่จะเรียกพวกมาซากิให้มาช่วยเขาหน่อย แต่ว่าสองคนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้พวกเขาได้แต่โบกมือบ๊ายบายอาเชอร์ให้ผจญชะตากรรมเอาเอ


     เนกิ : เอาอีกแล้วคุณเอริก้า
     มาซากิ : น่าสงสาร..........ขอโทษทีนะอาเชอร์......เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ

เนกิกับมาซากิเมื่อได้เห็นอาเชอร์พวกเขาก็ได้แต่รู้สึกสงสาร แย่จริง ๆ ที่พวกเขาคงจะไม่สามารถที่จะไปขวางอะไรกับเจ้าแม่เอริก้าได้ ผ่านไปประมาณเกือบ ๆ 1 ชั่วโมงเห็นจะได้ เสียงของบรรดาสาว ๆ ก็ค่อย ๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากภายในห้องแห่งนั้น แต่ว่าปฏิกิริยาของพวกเธอนั้นกลับผิดคาด เพราะแทนที่จะแค่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันพอประมาณกลับเป็นเสียงกรี๊ดดังสนั่นเหมือนกับ
งานเปิดตัวผู้ชนะ The Star ก็ไม่ปาน เป็นเอริก้าที่เดินเชิดออกมาก่อนใครพร้อม ๆ กับบรรดาสาว ๆ ทั้งหลายที่รุมล้อมรอบ ๆ ตัวอาเชอร์จนแน่น เมื่อเขาแหวกบรรดาคุณเธอทั้งหลายออกมาให้เนกิกับมาซากิเห็นตัวแล้ว ทั้งสองเองก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจไปกว่าเก่า

     อาเชอร์ : ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ ทรงนี้มันดูประหลาดประหลาดเหรอ?
     เนกิ : .........ไม่หรอกอาเชอร์คุง เนอะ! มาซากิคุง.........
     มาซากิ : อื้อ......ดูดีนี่.........เอาล่ะไปกันได้แล้ว เดี๋ยวคุณน้าไอริสจะรอเรา

อาเชอร์จึงรีบเดินตรงไปยังห้องบัญชาการกลาง โดยที่เนกิกับมาซากิเมื่อพวกเขาได้เห็นอาเชอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปก็ได้แต่หันมามองหน้า
กัน

     มาซากิ : ดูเหมือนนะ พี่เนกิ...........
     เนกิ : อื้อ.......เหมือนมากเลยล่ะ มาซากิคุง

หลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับไอริส อาเชอร์ลองนึกถึงสาเหตุพวกนั้นดูเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมพวกผู้หญิงที่เดินผ่านเ
ขาจะต้องหันมามองเขานัก จนแล้วจนรอดอาเชอร์ก็กลับมาถึงบ้านเสียที ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้านพร้อมกับส่งเสียงทักทาย มิเรียที่กำลังเตรียมข้าวเย็นก็ตะโกนบอกเขาทันทีว่าตอนนี้จูเลียนั้นมารอพบเขาอยู่ที
่ห้องรับแขก จากนั้นก็เป็นริต้าที่รีบเดินรี่เข้ามาเพื่อที่จะทักทายพี่ชายแต่ทันทีที่เธอเห็นเขา
ริต้านั้นก็ถึงกับตกตะลึกยืนแข็งทื่อไม่พูดไม่จา

     ริต้า : ..........พ..........พี่......อาเชอร์.............
     อาเชอร์ : เป็นอะไรไปล่ะเราน่ะ............อยู่ ๆ ก็เงียบไปซะเฉย ๆ
     จูเลีย : อาเชอร์ นายกลับมาแล้ว......................เห......ร...อ.......?
     อาเชอร์ : จูลี่...........?

ไม่ใช่มีแต่ริต้าเท่านั้นแม้แต่จูเลียเองก็ยังรู้สึกตกตะลึงในความเปลี่ยนไปของอาเชอ
ร์ เพราะว่าเขาในตอนนี้นั้นในสายตาของผู้หญิงอย่างพวกเธอสามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปาก
เลยว่า เขานั้นดู.........หล่อมาก..........

     มิเรีย : อ้าว~~! ไปตัดผมที่ไหนมาเหรอลูก.......ตัดซะหล่อเชียวนะ
     อาเชอร์ : ....แฮะ ๆ ......พอดีผมว่ามันดูยาวมากแล้วน่ะครับ

ใช่.....ผมทรงใหม่ของอาเชอร์นั้นเป็นทรงสั้นกึ่งยาวที่ตัดตรงส่วนที่มาบังลูกตาออกไป
ซอยด้ายหลังให้เป็นทรงไม่ไว้ท้ายทอยกับเปิดหูและมีปอยผมจอนยาวลงมาเล็กน้อย ส่วนหน้าผากก็ทำให้รับกับหน้าโดยการจัดให้ไม่ยาวไม่สั้นจนเกินไปแต่จะเน้นให้เปิดหน้
าออกโชว์รูปหน้าที่เขาปิดบังมันมาเสียนาน และก็คงจะจริงอย่างที่เขาว่า ๆ ทรงผมนั้นสามารถบอกถึงบุคลิกได้เพราะทรงก่อนอาเชอร์นั้นดูเหมือน ๆ กับพวกที่ออกเชย ๆ ไม่มีอะไร ต่างกับทรงนี้ที่เขาดูสมาร์ทขึ้นมาอย่างทันตา เหมาะกับรูปร่างที่สูงใหญ่ แม้แต่จอร์นที่พึ่งจะเดินทางกลับมาหลังจากเขาไม่นานก็แทบที่จะจำลูกชายตัวเองไม่ได้ และแล้วก็หมดไปอีกวันโดยที่คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่อาเชอร์ไม่ได้ฝันถึงการต่อสู้กับพ
วกศัตรูร้ายอีกหากแต่เป็นฝันดี ฝันว่าเขากำลังเดินเล่นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นคนรัก ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ร้องให้ ๆ กับเขาประจำ เธอมีผมสีฟ้าอ่อนยาวหยักศกมีกายผิวสีขาวนวล..........

     เช้าวันใหม่อาเชอร์ในลุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมได้เดินทางมาจนถึงในมหาวิทยาลัยพร้อม ๆ กับจูเลียเพื่อนสาว ทันทีที่เขาย่างก้าวเข้ามาบรรดาทั้งหญิงและชายต่างก็หันมามองรูปร่างหน้าตาที่ดูเปลี
่ยนไปมากของเขาโดยที่ส่วนใหญ่นั้นยังไม่รู้ว่าคน ๆ นี้ที่แท้แล้วก็คืออาเชอร์นั่นเอง จูเลียที่เดินเคียงมากับเขาในวันนี้ยังรู้สึกถึงบรรยากาศรอบ ๆ ตัวของเธอดีแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำตัวตามปกติทุกอย่าง

     อาเชอร์ : !? ......จูลี่ เธอว่าพวกเขามองมาที่เราทำไมเหรอ?
     จูเลีย : ...........เอาเถอะ ไม่มีอะไรหรอกนายอย่าไปสนใจเลย......

ถึงแม้ว่าเธอนั้นจะรู้สึกดีที่อาเชอร์ดูดีขึ้นมากในสายตาของคนอื่นแต่กลับเป็นตัวเธอ
เองที่กลับรู้สึกไม่ดีเพียงเพราะว่าเธอกลัว.......กลัวว่าที่อาเชอร์ดูเปลี่ยนไปมากข
นาดนี้แล้วจะถูกใครคนใดสักคนแย่งเขาไปจากเธอ

     “ครีดท์คุง!? นั่นครีดท์คุงใช่มั้ย?”

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยทักอาเชอร์จากทางด้านหลัง เมื่อทั้งสองคนหันไปก็เห็นว่าเธอคืออลิเซีย

     อาเชอร์ : ........คุณพอร์ทแลนด์........

ตั้งแต่อลิเซียเดินเข้ามาในมหาลัยแห่งนี้แล้วก็รู้สึกว่าคนรอบข้างนั้นกำลังให้สายตา
จับจ้องไปที่ใครสักคนที่กำลังเดินนำหน้าเธออยู่ และเมื่อเธอลองมองมาที่เขาคนนี้ตัวเธอนั้นก็ต้องตกตะลึงเป็นอันมากเพราะเธอคงจะไม่มี
ทางลืมเลือนใบหน้าของเทพบุตรคนนั้นไปได้ง่าย ๆ แน่ แต่ว่าทำไมวันนี้ผมของเขาถึงเป็นสีน้ำตาลไม่ใช่สีขาวเหมือนในวันนั้น ตอนนั้นเองเมื่อเธอลองนึกให้ดีว่าสีผมแบบนี้ท่าทางแบบนี้คือใคร ทันไดนั้นอลิเซียจึงลองที่จะทักเขาดูว่าใช่เขาไหมแล้วก็ถูกต้องอย่างที่เธอคิดจริง ๆ เขาคนนั้นที่มาช่วยเธอเมื่อวันก่อนที่แท้เทพบุตรคนนั้นก็คืออาเชอร์ถึงแม้ว่าสีผมจะด
ูต่างกันแต่เธอว่าต้องใช่เขาแน่ ๆ อลิเซียทั้งดีใจแล้วก็รู้สึกใจเต้นระรัวอยู่ภายในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากแต่ว่าคำที่เขาใช้เรียกเธอนั้นมันทำให้เธอรู้สึกว่ามันดูเหินห่างทั้ง ๆ ที่เธอเคยบอกให้เขาเรียกเธอด้วยชื่อแล้วแท้ ๆ

     อลิเซีย : ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ.....เรียกฉันว่าอลิเซียเถอะนะ
     อาเชอร์ : ..................................
     จูเลีย : ถ้าเขาไม่อยากเรียกอย่างนั้น ฉันว่าเธอก็อย่างไปบังคับอาเชอร์เขาเลยจะดีกว่านะ

เสียงแบบเย็น ๆ ของจูเลียเข้ามาขัดการสนทนาของทั้งคู่ ซึ่งจากน้ำเสียงนี้มันก็ทำให้อลิเซียนั้นรู้ได้ทันทีเลยว่านี่คือการ “ประกาศสงคราม” ผู้หญิงสองคนมองหน้ากันแล้วใช้สายตาเข้าปะทะโดยที่ไม่ได้เอ่ยวาจาอะไรออกมาสักนิด ทำเอาคนที่อยู่รอบ ๆ นั้นถึงกับรู้สึกหนาวสันหลังวาบ

     จูเลีย : (เธอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วก็อย่ามายุ่งกันคนของคนอื่นสิ)
     อลิเซีย : (นั่นมันเรื่องของฉัน........ว่าแต่เธอเถอะ ครีดท์คุงเขาเป็นของเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ)

เหมือนทั้งคู่กำลังคุยกันทางกระแสจิตอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แต่กลับเป็นอาเชอร์ที่เป็นคนยุติปัญหาในครั้งนี้โดยการเดินออกมาและไม่สนใจว่าผู้หญิ
งทั้งสองจะมัวยืนจ้องหน้ากันอยู่ทำไม เมื่อจูเลียเห็นว่าอาเชอร์จะไปแล้วเธอก็จึงต้องปล่อยศึกครั้งนี้เอาไว้ก่อน

     อาเชอร์ : ............ผมคงต้องขอตัวไปเข้าเรียนก่อนล่ะ......อลิเซีย ไปกันเถอะ......จูลี่
     จูเลีย : อืม........

สองสาวมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่จูเลียจะหันหลังเดินตามอาเชอร์ไป ปล่อยให้อลิเซียยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว แต่ไม่นานพวกเพื่อน ๆ ของเธอก็ตามมาแล้วถามเธอว่าหนุ่มหล่อคนเมื่อครู่เป็นใคร ซึ่งอลิเซียก็ตอบแบบตามตรงว่าเขาก็คืออาเชอร์ ทำเอาเพื่อนสาวของเธอนั้นถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจโดยที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอ
าเชอร์นั้นจูหล่อเหลามาดเท่ขนาดนี้ ซึ่งถัดจากตรงนันไปไม่ไกลกลุ่มพวกชมรมบาสฯ ก็กำลังทำการซ้อมตอนเช้าเป็นปกติ แต่ว่าแซ๊คกัปตันของชมรมต้องรู้สึกหัวเสียมากที่ได้เห็นแฟนของตัวเองมาฉอเลาะกับชายห
นุ่ม

     “รอยด์......แกไปถามคนแถวนั้นมาซิ ว่าไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้มันเป็นใคร”

     “ครับ.....กัปตัน”

รอยด์ไม่ได้ไปเองหากแต่ให้ลูกน้องของตนเองอีกทอดหนึ่งเพื่อที่จะไปสอบถามพวกนักศึกษา
แถว ๆ นั้นว่าชายหนุ่มคนเมื่อครู่นั้นเป็นใคร ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมคำตอบที่ไม่น่าเชื่อจนรอยด์ต้องค่อย ๆ เดินเข้าไปกระซิบที่ข้าง ๆ หูของแซ๊ค

     “........ครีดท์อีกแล้วเหรอ........พวกแก.....ครั้งที่แล้วแทนที่จะจัดการมันแต่กลับ
โดนมันจัดการซะเอง ควาผิดนี้ฉันยังไม่ได้สะสางเลย”

แซ๊คพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ทำเอาพกลูกน้องต้องพาหัวหดกันไปตาม ๆ กัน แต่ถึงอย่างนั้นแซ๊คก็คิดว่าเขาคงจะต้องกำจัดถอนรากถอนโคนอาเชอร์เสียเองแล้ว ยิ่งตอนนี้อลิเซียนั้นก็ดูแปลก ๆ ไปแถมไม่นานมานี้พวกเขาก็ยังมีปากเสียงทะเลาะกันอีก พอมาในวันนี้เขากลับต้องเห็นแฟนของตนเองมาทำท่าทำทางสนิทสนมกับชายคนอื่น

     “รอยด์......วันนี้ตอนเปิดกิจกรรม แกไปทำยังไงก็ได้ให้พาตัวมันมาที่นี่ฉันจะดวลบาส     กับมัน ให้มันอับอายต่อหน้ารุ่นน้องที่มาคอยสมัครเข้าชมรมเรานี่ล่ะ”

ในวันนี้ตอนบ่ายมหาลัยจะงดการเรียนการสอนและจะเปิดเป็นงานกิจกรรมแทนเพื่อที่จะให้บร
รดาเด็กปี 1 เข้าใหม่ได้เลือกการทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจซึ่งในตอนนั้นจะมีคนมากมายแบะแต่ละชมรมจะอ
อกมาเชิญชวนเรียกร้องให้เด็กใหม่ ๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมของตนเองให้มากที่สุดโดยการแสดงโชว์ต่าง ๆ และในชมรมบาสนั้นก็จะมีการโชว์ดวลบาสให้เหล่าเด็กใหม่ ๆ ที่สนใจได้ชมกัน และทุก ๆ ปีก็จะมีคนสนใจที่จะมาดูการดวลนี้อย่างล้นหลามอยู่แล้วซึ่งนี่เองคือแผนของแซ๊คที่จะ
ทำให้อาเชอร์ต้องกลายเป็นตัวตลกแล้วทีนี้อลิเซียก็จะได้ตาสว่างเสียที

     อีกด้านหนึ่ง ณ บริษัท Stardust จอร์นพ่อของอาเชอร์กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นเพื่อครอบครัว เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาบุคลากรมีหน้าที่ฝึกอบรมพนักงานทั้งยังเป็นคนที่คอยคัดผู้สม
ัครเข้ามาในองค์กรแห่งนี้อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังจะต้องดูแลด้านการรายงานยอดและคอยรับงานมาจากทางฝ่ายแผนงานอีกทีมันทำ
ให้เขานั้นแทบที่จะไม่ว่างเลย และมาในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่จะมีการประชุมของบริษัทกับบรรดาคอนแทรคต่าง ๆ กว่าเขาจะเล็ดลอดออกมาจากห้องประชุมได้ก็ปาเอาไปจะบ่ายโมง จอร์นที่กำลังจะไปพักทางอาหารระหว่างทางเขาก็เห็นลูกน้องกำลังจัดการลังเอกสารอะไรบา
งอย่างอยู่

     จอร์น : อะไรเหรอนั่นน่ะ คุณมิทซึวะ.....

     “อ๊ะ.....หัวหน้าประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ”

เธอคือลูกน้องที่อยู่ในฝ่ายเดียวกันกับเขา ซึ่งในตอนนี้เธอก็กำลังที่จะกำจัดเอกสารของผู้สมัครรายเก่าที่เก็บเอามาไว้ได้เกินสอ
งปีมาทำลายทิ้งแต่เนื่องจากว่ามันมีเยอะมากจึงทำให้งานมันเดินช้า จอร์นที่เห็นลูกน้องกำลังลำบากก็คิดที่จะช่วยเหลือและยิ่งเธอที่เป็นผู้หญิงด้วยแล้ว
ผู้ชายอย่างเขาจะแล้งน้ำใจมันก็ดูกระไรอยู่ แต่ทันทีที่เขาพยายามจะยกลังอันแรกขึ้นมาเสียง “กรึด” ที่ดังมาจากเอวก็ทำให้เขานั้นแทบที่จะขยับตัวไม่ได้

     “หัวหน้า!! เป็นอะไรมากมั้ยคะ”

     จอร์น : อูย............................

แค่นั้นแหละ......จากที่จะมีน้ำใจช่วยเหลือลูกน้องกลับต้องเป็นลูกน้องที่ต้องตามฝ่า
ยพยาบาลมาให้เพราะว่าเขาในตอนนี้ดันเกิดอาการเอวเคล็ด อาการมันหนักมากจนฝ่ายพยาบาลนั้นรับไม่ไหวที่สุดแล้วก็คงจะไม่พ้นโรงพยาบาล

     “ไปไงมาไงล่ะ........หือ.......จอร์น”

คุณหมอประจำโรงพยาบาลเอกชนที่เป็น 1 ในเครือข่ายของ Stardust ได้กล่าวทักทายสอบถามคนไข้แบบเป็นกันเอง คุณหมอบรูโน่อายุรแพทย์คนเก่งประจำโรงพยาบาลที่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะรู้จักคุ้นเคยกั
บจอร์นเป็นอย่างดี

     บรูโน่ : รู้ว่าแก่แล้วก็ยังทำหนุ่มอีกนะ.........
     จอร์น : ช่างผมเถอะน่าหมอ.......ผลเป็นไงบ้างล่ะ

คุณหมอมาดูผลเอ็กเรย์ก็รู้ว่ากระดูกนั้นยังไม่เป็นอะไร แต่อาจจะเกิดการอักเสบจากการฝืนมากจนเกินไป หมอบูรโน่จึงแนะนำให้เขาหยุดงานสัก 2 – 3 วัน

     บรูโน่ : หมอจะฉีดยาคลายกล้ามเนื้อให้ก่อนก็แล้วกันนะ.....ว่าแต่ลูกชายเป็นยังไงบ้างล่ะ
     จอร์น : ........ก็ดีครับ........
     บรูโน่ : ที่ว่าดีเนี่ย......เพราะว่าความทรงจำของเขายังไม่กลับมาใช่มั้ย?

จอร์นถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ มันหมายความว่ายังไงที่ว่าความทรงจำของอาเชอร์ยังไม่กลับมาแล้วเป็นการดี จอร์นไม่อยากจะพูดอะไรมากเขาก็ได้แต่บอกว่าในตอนนี้ครอบครัวของเขานั้นก็เป็นสุขดีแล
ะริต้าลูกสาวของเขาก็ขึ้นม.2แล้วด้วย ส่วนเรื่องของอาเชอร์นั้นเขาก็ไม่อยากจะไปเร่งอะไรขอให้มันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้จะดี
กว่า

     จอร์น : เรื่องของอาเชอร์.......ผมไม่อยากจะไปเร่งอะไร ผมอยากจะให้ลูกอยู่กับเราให้ได้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะให้เขาอยู่กับเราตลอดไป
     บรูโน่ : หมอเข้าใจ......ถ้าอย่างนั้นคุณเองก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีล่ะจอร์น

ในความหมายที่จอร์นพูดนี้บางทีมันคงจะมีแต่เขากับหมอบรูโน่เท่านั้นที่รู้ดี หลังจากที่รักษาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจอร์นก็ยื่นใบลางานตามที่บรูโน่แนะนำจากนั
้นเขาก็ค่อยเดินทางกลับบ้าน

     อีกด้านหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัยดังประจำเมือง อาเชอร์กับจูเลียเรียนเสร็จในช่วงเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งมาถึงในตอนนี้ที่ทางมหาลัยหยุดการเรียนการสอนในภาคบ่ายเพื่อที่จะให้บรรดาเ
ด็กใหม่ได้ทำการเลือกกิจกรรมชมรมที่ตนอยากทำ อาเชอร์แต่เดิมที่เขานั้นไม่ค่อยจะสนใจในกิจกรรมชมรมก็คิดว่าจะกลับบ้านหากแต่เป็นจู
เลียที่พยายามดึงดันเขาเอาไว้ให้อยู่ต่อ

     จูเลีย : นายน่ะไม่ยอมทำกิจกรรมอะไรสักอย่างเลยนะ มันเป็นประโยชน์ตอนหางานนะจะบอกให้
     อาเชอร์ : .................อือ.........แล้วไง...............
     จูเลีย : ยังจะมาแล้วไงอีก.......นายน่ะ.....ไม่ลองเลือกกิจกรรมซักกิจกรรมดีล่ะ
     อาเชอร์ : อืม~~~งั้นเป็นชมรมหนังสือพิมพ์จะดีมั้ยนะ?
     จูเลีย : อะไรก็ได้......แต่ต้องไม่ใช่ชมรมหนังสือพิมพ์

อาเชอร์คิดจะหยอกจูเลียเล่น ๆ เท่านั้นเพราะเขารู้สึกว่าจูเลียจะไม่ค่อยกินเส้นกับอลิเซีย แต่ปฏิกิริยาตอบรับที่อาเชอร์คิดนั้นมันเกินคาด ทำเอาจูเลียจ้องเขาจนตาเขียวปัดเลยทีเดียว จูเลียนั้นถึงจะโกรธง่ายแต่ก็หายเร็วไม่นานนักเธอก็จูงมืออาเชอร์เดินดูนู่นนี่ต่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นระหว่างทางที่อาเชอร์เดินผ่านก็ยังไม่วายที่จะมีคนแอบชำเลืองสายตามา
หาเขา จนกระทั่งทั้งคู่เดินมาจนถึงสนามบาส

     จูเลีย : ........อาเชอร์.......ไม่ต้องสนใจที่นี่หรอก......เรารีบไปที่อื่กันดีกว่า
     อาเชอร์ : ....ด....ด....เดี๋ยวสิจูลี่ ทำไมจะต้องรีบร้อนอย่างนั้นด้วยล่ะ

     “ฮัลโหลเทส......ต่อไปนี้ชมรมบาสของเราจะเปิดการแข่งขันโชว์ เพื่อให้พวกน้อง ๆ และบรรดาหนุ่มสาวที่สนใจในกีฬาบาสได้เข้ามาร่วมกับชมรมเรานะครับ”

เสียงดังจากเครื่องขยายเสียงซึ่งนั่นเป็นเสียงของรอยด์เจ้าตัวดีประจำชมรม ทันไดนั้นเองเมื่อสนามเปิดคนทั้งหลายก็รีบกรูเข้าไปข้างในนั้นจนพวกของอาเชอร์ที่โชค
ร้ายต้องไหลเข้าไปในคลื่นของมวลชน แต่นั่นมันก็ไม่น่าจะเป็นแบบนี้ได้ถ้าหากว่าความจริงนั้นทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่
รอยด์ได้วางเอาไว้

     “ต่อไปนี้กัปตันของเราจะเป็นคู่ต่อสู้ให้.....ถ้าหากว่าใครมีความมั่นใจก็ขอให้ก้าวเ
ท้าออกมาเลย”


จูเลียรีบมองหาอาเชอร์โดยด่วนแต่ว่าเพราะคนที่อยู่ข้างในสนามนี้มันมีมากเหลือเกินทำ
ให้เธอนั้นไม่อาจที่จะหาตัวของเขาพบได้ ทางด้านอาเชอร์ก็เช่นกันเขาไม่อยากที่จะมาดูการแสดงโชว์ของที่นี่อยู่แล้วและสิ่งที่
เขาอยากจะทำตอนนี้ก็คือการหาตัวจูเลียให้เจอแล้วก็ไปจากที่นี่ซะ แต่มันก็ไม่อาจที่จะเป็นไปตามที่เขาคาดหวังเพราะทันทีที่สิ้งเสียงไมน์ อาเชอร์ก็เหมือนกับว่าจะถูกใครสักคนผลักเขาออกไป.....ออกไป.....ออกไปเรื่อย ๆ ทางด้านแซ๊คนั้นก็มายืนรออยู่ที่กลางสนามโดยที่สายตานั้นก็จ้องไปที่รอยด์ลูกน้องของ
เขาซึ่งรอยด์เองก็พยักหน้าตอบรับ ไม่นานคนแรกที่เข้าไปยืนในสนามเพื่อท้าทายทดสอบความสามารถก็ไม่ใช่ใครหากแต่ว่าเขาคน
นั้นก็คืออาเชอร์...........

     จูเลีย : อาเชอร์!?
     อาเชอร์ : !!!!?

เหมือนกับว่าเขานั้นกำลังถูกกลั่นแกล้ง นั่นก็เพราะว่ามีคนที่คอยผลักเขาเป็นทอด ๆ จนกระทั่งออกมายืนกลางสนามประลองแห่งนี้เสียแล้ว เมื่อคิดที่จะเดินกลับเข้าไปเขาก็ถูกกลุ่มสมาชิกชมรมผู้ชายขัดขวางเอาไว้ แม้แต่อลิเซียที่มาในนี้ก็เพื่อทำข่าวไปลงในวารสารของมหาลัยยังต้อแปลกใจว่าทำไมคนอย
่างอาเชอร์นั้นปกติเขาไม่ค่อยจะโฉ่งฉ่างแบบนี้ไม่ใช่เหรอ หรือว่านี่เป็นแผนการของพวกแซ๊ค อลิเซียก็ได้แต่ยืนมองด้วยใจที่หวั่นไหวเท่านั้น

     “ออกมาแล้ว ผู้กล้าคนแรกของเรา......เด็กบัญชีปี 2 ที่พึ่งจะตัดผมใหม่จนหน้าตาเปลี่ยนไปแทบจะจำไม่ได้ อาเชอร์ ครีดท์!!!!”

ดูท่าว่าเขานั้นจะหาทางหนีไม่ได้แล้วเห็นทีเขาคงจะต้องดวลบาสนี่ให้จบ ๆ แล้วก็ไปซะ ซึ่งทางด้านจูเลียนั้นก็ได้แต่ยืนให้กำลังใจเขาจากขอบสนาม

     “แกกล้าดีนี่หว่า ครีดท์........รู้ทั้งรู้ว่าอลิเซียเป็นแฟนฉัน แต่แกก็ยังกล้ายุ่งกับเธอ”

     อาเชอร์ : ...........ถ้าจะให้ฉันแข่งบาสกับแกด้วยเรื่องแค่นั้นล่ะก็........

คำว่า “เรื่องแค่นั่น” ที่อาเชอร์พูดมันไปทิ่มแทงใจของแซ๊คมาก เขาไม่สนใจอีกแล้วพลางส่งสายตาให้รอยด์เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันได้พร้อมกับส่งลูกใ
ห้อาเชอร์เป็นฝ่ายบุกก่อน

     “ถือว่าฉันต่อให้ไก่อ่อนอย่างแกก็แล้วกัน กติกาเหมือนกับสตรีทบาสแข่งกัน 15 นาที ใครถึง 20 คะแนนก่อนชนะ...........”

“ปรี๊ดดดดดด” เสียงนกหวีดเป่าเริ่มเกมส์ อาเชอร์เริ่มเดาะบอลเข้าไปในโซนโดยที่ไม่ได้ป้องกันอะไรเลย แค่นั้นแซ๊คก็รู้ทันทีว่าอาเชอร์ก็คงจะเป็นไก่อ่อนอย่างที่เขาว่าจริง ๆ แต่ทันทีที่เขาจะแย่งลูกเขากลับถูกอาเชอร์หลอกโดยการหมุนตัวแล้วไปทำคะแนนแรกได้อย่า
งรวดเร็วจนใครต่อใครต่างก็ได้แต่ยืนทึ่ง

     อาเชอร์ : ..........แต้มแรก......ฉันเก็บก่อนล่ะ

     “กรี๊ดดดดดดดด!!!........”

เสียงกรี๊ดกร๊าดของพวกกองเชียร์สาว ๆ พึ่งจะดังตามมาในภายหลัง มันยิ่งทำให้แซ๊คนั้นรู้สึกหน้าแตกที่เขาประเมินอาเชอร์ต่ำไปและคิดว่าเมื่อครู่เขาค
งจะประมาทไปเองก็ได้แต่นั่นมันก็เป็นการประมาทเกินไปเมื่อเขานั้นกลับถูกอาเชอร์แย่ง
ลูกได้แล้วชู๊ตเส้นสามแต้มลงไปอย่างสวยสดงดงาม

     อาเชอร์ : ........ลูกที่สอง...........

คนทั้งสนามกลับรู้สึกทั้งอึ้งและทั้งทึ่งมากที่ดาวเด่นทางด้านกีฬาจนพาทีมมหาลัยไปสร
้างชื่อเสียงจากการแข่งต่าง ๆ กลับถูกมือสมัครเล่นอย่างอาเชอร์ปราบลงได้อย่างง่ายดาย ในที่สุดเวลาก็ผ่านมาได้จะสิบนาทีแล้ว คะแนนในตอนนี้อาเชอร์ได้ 18 แซ๊ค 0 แล้วยิ่งตานี้ก็เป็นแซ๊คที่ยังมีสิทธิ์ในการบุก เขารู้สึกยอมไม่ได้อีกแล้ว แซ๊คเลี้ยงลูกเข้าไปจะทำเลย์อัปแต่ก็มีปราการอย่างอาเชอร์นั้นคอยคุมอยู่เมื่อเขารู้
สึกว่าสู้ไม่ได้......เมื่อเขารู้สึกว่าจวนตัวในตอนที่กำลังจะรีบาวด์ลูกเขาใช้ท่อนแ
ขนกระแทกใส่อาเชอร์เข้าอย่างจังจนตัวของอาเชอร์นั้นต้องล้มลงกองกับพื้นส่วนแซ๊คที่แ
ย่งลูกได้ก็รีบชู๊ตลูกจนลงห่วง

     จูเลีย : อาเชอร์!!!

จูเลียกับพวกคนดูในสนามตกใจมากและไม่คิดเลยว่ากัปตันทีมอย่างแซ๊คนั้นจะกระทำการผิดก
ติกาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้จนอลิเซียนั้นรู้สึกทนดูไม่ได้จนต้องรีบเข้ามาพยุงตัวอาเชอร
์ด้วยความเป็นห่วง

     อลิเซีย : ครีดท์คุง.......เป็นยังไงบ้างครีดท์คุง..........แซ๊คทำไมเธอถึงทำอย่างนี้ล่ะ.....
..
     อาเชอร์ : .............ผมไม่เป็นไร...........ถอยไปก่อน.........

อาเชอร์นั้นกลับมาลุกขึ้นยืนได้แล้วและรีบดันตัวอลิเซียให้ออกไปจากสนามแข่ง ในตอนนั้นอาเชอร์รู้สึกตัวแล้วว่าแท้จริงแล้วแซ๊คนั้นเป็นคนอย่างไร.........

     อาเชอร์ : ..........................................

     “......................................................”

ทั้งคู่จ้องมองตากันโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเริ่มเกมส์ใหม่ก็เป็นอาเชอร์ที่ได้บุกและกำลังที่จะเลี้ยงลูกหลุดเข้าไปทำคะแนน
สุดท้ายแต่ตอนที่อาเชอร์กำลังจะขึ้นชู๊ตลูกนั่นเอง เขาเห็นศอกของแซ๊กที่เข้ามากระแทกที่ใบหน้าจนเขานั้นต้องเสียหลักล้มลงไปจากนั้นแซ๊ค
ที่แย่งลูกได้ก็รีบชู๊ตทำคะแนนให้ตัวเองทันที คนดูทั้งสนามต่างก็เงียบกริบและไม่คิดเลยว่าแซ๊คจะเป็นคนแบบนี้กรรมการอย่างรอยด์ก็ไ
ม่คิดที่จะเป่านกหวีดฟาร์วแต่อย่างได อาเชอร์ที่ยันตัวเองจะลุกขึ้นมาได้กลับต้องโดนลูกบาสกระแทกจนต้องล้มลงไปใหม่จนลูกนั
้นกระดอนออกไปที่ข้างสนามโดยที่ตอนนั้นก็มีคนดูคนหนึ่งที่ยิบมันขึ้นมาแล้วก็หันหน้า
ไปดูเหตุการณ์ของคนสองคนในสนามแห่งนี้ต่อ

     อาเชอร์ : ............................

อาเชอร์ที่ลุกขึ้นมาแล้วก็ได้แต่ปัดฝุ่นบริเวณขาของตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของแ
ซ๊คเลยแม้แต่น้อยว่าเขานั้นมองมาที่อาเชอร์แบบโกรธแค้นขนาดไหน เด็กปีหนึ่งคนที่ถือลูกก็รีบส่งลูกบาส กลับไปให้อาเชอร์ทันที

     อาเชอร์ : .......นี่คือความหมายของแกสินะแซ๊ค......ก็ได้.....ในเมื่อแกอยากนอกกฎนักล่ะก็

อาเชอร์ไม่สนใจอะไรอีกแล้วเขายังคงเดาะลูกเข้าไปใกล้โซนที่มีแซ๊คคอยยืนอยู่ และตอนนั้นเองที่แซ๊คกำลังจะเล่นงานเขาอีกครั้งแต่ว่าเขากลับทำแบบนั้นไม่ได้ทันทีที
่ได้สบตากับอาเชอร์ ตอนนั้นมันเหมือนกับว่าเขากำลังถูกสายตาของอาเชอร์ตรึงร่างกายเอาไว้มันคือความหวาดก
ลัวที่อยู่ ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาจนเขาแทบที่จะยืนไม่อยู่ อาเชอร์ค่อย ๆ เดาะลูกเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ แล้วก็.........

     “โครม........”

เสียงดังขึ้นจาการทำคะแนนด้วยการกระโดดดั๊งค์ลอยผ่านหัวของแซ๊คไปแบบที่ทุกคนแทบจะไม
่เชื่อสายตา ร่างของอาเชอร์นั้นปล่อยห่วงแล้วลงมายืนอย่างสวยสดงดงาม

     อาเชอร์ : Checkmate!!

“กร๊ดดดดด.........” เสียงของบรรดาสาว ๆ กองเชียร์ของอาเชอร์กรี๊ดกันเสียงดังสนั่นเมื่อยอดชายของพวกเธอได้รับชัยชนะจากการแข
่งขันที่เอารัดเอาเปรียบลงได้อย่างสวยสดงดงาม พวกรุ่นน้องรุ่นพี่ต่างก็วิ่งเข้ามาแสดงความยินดีกับอาเชอร์โดยเฉพาะอลิเซียที่รีบเข
้ามาหาเขาก่อนใครจนจูเลียที่กำลังจะเข้ามาหาเขาบ้างยังต้องหยุดอยู่กับที่เมื่อสิ่งท
ี่เธอได้เห็นนั้นมันช่างบาดใจยิ่งนัก อลิเซียที่กระโดดเข้าหาอาเชอร์ทั้งตัวแถมเธอยังแอบดึงตัวเขามาจูบอย่างไม่อายสายตาใค
รต่อใครไม่ว่าเขาจะเป็นแซ๊คที่ต้องรู้สึกว่าหัวใจของตนเองนั้นเหมือนจะสลาย

     อาเชอร์ : ........นี่คุณทำอะไรของคุณน่ะ!!!?
     อลิเซีย : ........ฮิ ๆ ๆ .........ก็รางวัลของผู้ชนะยังไงล่ะ ครีดท์คุง

อาเชอร์รีบดันตัวเธอออกไปแล้วหันไปมองจูเลียที่ตอนนี้เธอนั้นได้แต่ยืนอึ้งจนทำอะไรไ
ม่ถูก อาเชอร์พยายามที่จะเข้าไปหาเธอแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเขาได้เห็นน้ำตาของเธอคนนี้ที่กำ
ลังรินไหลออกมาจนเอ่อนอง อาเชอร์ไม่เคยเห็นจูเลียร้องให้มาก่อนเลยเพราะจูเลียที่เขารู้จักนั้นเข้มแข็งแต่ก็อ
่อนโยน.....ตั้งแต่ที่เขาคบกับเธอมาเขายังไม่เคยเห็นเธอร้องให้เลยที่พึ่งจะมีก็คือว
ันนี้เป็นวันแรก

     อาเชอร์ : จูลี่.......จูลี่.....!!?

อาเชอร์พยายามที่จะตะโกนเรียกจูเลียเอาไว้แต่ว่าเธอนั้นกลับหันหลังแล้ววิ่งออกไปเสี
ยก่อน เหล่าผู้คนก็ยังคงอัดกันแน่นบริเวณเบื้องหน้าของเขา มันเนืองแน่นซะจนเขานั้นแทบที่จะออกไปไม่ได้เลย แต่หลังจากที่เขาออกมาได้แล้วอาเชอร์ก็พยายามมองหาจูเลียแต่ก็ไม่พบ ตอนนั้นเขาก็ลองโทรศัพท์ไปหาเธอดูแต่ว่าจูเลียก็ไม่ยอมรับสาย ในตอนนี้อาเชอร์นั้นกลับรู้สึกแปลก ๆ ในใจตัวเองทั้ง ๆ ที่เขาได้รับจูบจากอลิเซียแต่เขากลับไม่ได้ยินดีกับสิ่งนี้เลยหากแต่รู้สึกเป็นห่วงจ
ูเลียมากกว่าโดยที่ตอนนี้เขานั้นก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่



- หมดผ้าทอแถวที่ 5 -



มาแล้วกับการเปิดประเด็นความรักของอาเชอร์.....เนื้อเรื่องด้านนี้จะยิ่งมากขึ้น ๆ ไปอีกในตอนต่อ ๆ ไป นอกจากนี้ก็ไม่ใช่แต่อาเชอร์เท่านั้นนะครับ เพราะว่ายังมีเนกิด้วยอีกคนซึ่งตอนหน้าเนื้อเรื่องความรักของอาเชอร์ก็จะดำเนินไปควบ
คู่กับประตูสู่ดราม่าของเนกิกับมาซากิ

เนื้อเรื่องในตอนหน้าจะมีอิโรติคนิด ๆ (สมใจการรอคอย)ซึ่งเนื้อเรื่องก็จะต่อกับตอนนี้แหละครับ ในชื่อตอนว่า....."ฉันรักเธอ" Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: Silk Infinity Black God ARCHER ตอนที่5
Reply #1 - 14.01.09 at 22:16:39
 
ตูน: ฮ่า ฮ่า ขยันทำการบ้านแบบนี้นี่เอง ผ่านไม่นาน มีผลงานตั้งสอง Smiley

ฟิล์ม: อุ๊ย อาย Smiley

ฉากรุมตัดผมอาเชอร์นี่เหมือนกับเรื่องกราวิอ้อนเลยนะครับ ที่กองทัพเมดจับเอย์จิไปตัดผม น่าติดตามมากครับ กองทัพ Judas จะเก่งกาจแค่ไหน คงต้องติดตามต่อไปซะแล้ว มาประชันกันว่า หน่วย Judas หรือ WWW อันไหนจะแน่กว่ากัน Smiley ว่าแต่ ชื่อตอนต่อไปสยิวกิ๊วกิ๊กจิงๆ คิก คิก Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge