THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
ยอดคนสะท้านฟ้า หมาป่าทะยานศึก ภาคพิเศษ: ตำนานราชันย์ยอดยุทธ์(บทที่ 2) (Read 2796 times)
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
ยอดคนสะท้านฟ้า หมาป่าทะยานศึก ภาคพิเศษ: ตำนานราชันย์ยอดยุทธ์(บทที่ 2)
27.11.08 at 18:21:15
 
                            บทที่สอง: “ใจ”แห่ง “ฟ้า”
(หมายเหตุ ชื่อตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนเรื่องของคุณ Jocho เน้อ Huh)

               ยี่สิบปีต่อมาหลังจากศึกเขาดาวดึงส์
    ณ ดินแดนอันไกลโพ้นจากแผ่นดินจงหยวน เป็นแดนน้ำแข็งอันขาวโพลนสุดสายตาที่เรียกขานกันในยามของ ธิเบต หรือหลังคาของโลก ดินแดนธิเบตนั้นเป็นแดนแห่งความลึกลับแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอีกโลกหนึ่งที่แบ่งแยกออก
ไป มีคำกล่าวถึงแดนน้ำแข็งแห่งนี้ไว้มากมาย โดยนักเดินทางและกวีหลายท่านว่าเป็นแดนสวรรค์ ที่สถิตของเหล่าเทพเทวา

และที่ยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งธิเบตหรือที่มีชื่อในภาษาถิ่นว่า โชโมลังมา หรือ สักการะเมตตา (หรือที่รู้จักในปัจจุบันว่า เอเวอร์เรสต)อันเป็นที่เชื่อกันว่า เป็นศูนย์กลางของจักรวาลนั้น ก็เป็นที่ตั้งของสำนักลามะแห่งหนึ่ง ในนามของนิกายโพธิ์

นิกายโพธิ์แห่งนี้เป็นนิกายหนึ่งที่แยกออกมาจากพุทธศาสนา นิกายแห่งนี้มีความเชื่อเรื่องการรู้แจ้งในความเป็นไปในโลก ดุจที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้หลักธรรม ใต้ต้นโพธิ์ เหล่านักบวชนิกายนี้ได้เจริญรอยพระบาทพุทธองค์ จำศีลภาวนาเพื่อหาทางหลุดพ้นและรับรู้ความเป็นไปในโลกจนบรรลุเทพวิชามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทพพลังกายนิรันดร์ เทพพลังชีพยั่งยืน และกระบวนท่าพลังโพธิญาณซึ่งเป็นวรยุทธ์ที่ร้ายกาจไม่ด้อยกว่าเทพวิชาแห่งเส้าหลิน บู๊ตึ๊งหรือยอดวิชาอื่นๆแห่งจงหยวนแม้แต่น้อย แต่จุดประสงค์ของการฝึกยุทธ์ในสำนักลามะแห่งนี้นั้น เพียงเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย และปกป้องตัวเองและผู้อื่นจากศัตรูผู้รุกรานเท่านั้น จึงไม่ได้มีการเผยแพร่ออกไป
พลังโพธิ์นั้นประกอบด้วยเทพพลังหกขั้นและกระบวนท่า 108 ประกอบตามจำนวนหมู่ดาวบนท้องฟ้า โดยเทพพลังทั้งหกขั้นนั้นประกอบด้วย

-พลังโพธิ์ขั้นสีแดง พลังแห่งพระโพธิ์สัตว์มันชูศรี-หนึ่งในอวตารแห่งพุทธองค์ที่เป็นเทพรูปกายสีแดงทรงอา
นุภาพปราบมาร ประทับมาบนหลังพญาสิงห์ ผู้สำเร็จพลังขั้นนี้ สามารถปล่อยเปลวเพลิงออกมาจากฝ่ามือได้

-พลังโพธิ์ขั้นสีเขียว พลังแห่งเทพอัสนีบุตร-ในตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งพุทธองค์ออกเผยแพร่หลักธรรมจนมาถึงแคว้นอัสนีที่นับถือเทพอัสนีบุตรเป็นเท
พเจ้า จนเกิดความไม่พอใจกับเทพอัสนีบุตรที่ได้ท้าสู้กับพุทธองค์ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่ด้วยพุทธานุภาพและความเมตตา ทำให้เทพอัสนีบุตรซาบซึ้งในพระธรรมและถวายตัวเป็นพุทธมามกะสืบต่อไป พลังขั้นสีเขียวนี้เน้นท่าร่างวิชาตัวเบาที่แตกต่างไปจากจงหยวน และมีเพลงเตะที่ร้ายกาจเป็นจุดเด่น

-พลังขั้นสีคราม พลังแห่งพญานาคจ้าวสมุทร พญานาคที่อาศัยอยู่ใต้บาดาล กลืนกินเหล่ามาร้ายเป็นภักษาหารที่ศรัทธาในพุทธองค์ได้แผ่พังพานกันฝนให้พุทธองค์จนบ
รรลุธรรม กลายเป็นหนึ่งในเทพพิทักษ์แห่งพุทธศาสนา เน้นวิชากรงเล็บที่เหนือชั้นและวิชาคว้าจับที่ว่องไว

-พลังขั้นสีม่วง พลังแห่งพญายักษา พญายักษาแห่งขุนเขาผู้ทรงพลังอันมหาศาล สามารถยกภูเขาฉีกแผ่นดินได้ ในอดีตเคยตระเวณทั่วแผ่นดิน สูบเลือดกินเนื้อสรรพชีวิตมากมาย ต่อมาได้ฟังธรรมจากพุทธองค์จนสำเร็จอรหันต์ เทพพลังที่หลงเหลืออยู่คือเพลงหมัดยักษาพิลาพและร่างกายอันคงกระพัน

-พลังขั้นสีขาว พลังแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิน  โพธิสัตว์กวนอินหยั่งรู้สรรพสิ่งใต้หล้าและเปี่ยมล้นด้วยความเมตตาเฉกเช่นพระหัตถ์นั
บพัน  กระบวนท่าโพธิสัตว์พันกรพันสะท้านหมื่นสะเทือนทรงพลานุภาพไร้คู่เปรียบ

-พลังขั้นสีทอง พลังแห่งพระยูไลมหาสุริยัน ผู้ทรงพุทธานุภาพแผ่ไพศาล ร่างอมตะชีพไม่ดับสูญ พลังทำลายเทียบเท่ารัศมีสวรรค์ นับตั้งแต่ฟ้าดินแยกจากกัน นอกจากพระพุทธองค์แล้ว คงมีเพียงเจ้าอาวาสแห่งลัทธิโพธิ์ มะทะกะลามะเท่านั้นที่บรรลุพลังถึงขั้นนี้


ไม่ไกลออกไปจากยอดเขาสักการะเมตตา เป็นทุ่งหิมะอันเวิ้งว้างที่บางส่วนเป็นป่าทึบ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของวานรหิมะที่ดุร้ายและมีพละกำลังมหาศาล บ่อยครั้งที่นายพรานหรือชาวบ้านท้องถิ่นที่เข้าป่าล่าสัตว์ได้ถูกพวกมันทำร้ายจนถึงต
าย ทำให้แทบจะไม่มีใครกล้าผ่านมายังบริเวณนี้เลย
ยกเว้นแต่ เด็กหนุ่มคนนี้

เด็กหนุ่มวัยสิบหกสิบเจ็ดคนนี้หน้าตาหล่อเหลา แต่งกายในชุดเสื้อผ้าบางเบาทั้งๆที่รอบตัวปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่ยังคงเดินเหินกระโดดไปมาอย่างคล่องแคล่วด้วยสีหน้าคึกคักเข้มแข็ง โหนต้นไม้ เหยียบกิ่งไม้ไปมาอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะทิ้งตัวลงพื้นอย่างสวยงามและตะโกนว่า
“ เจ้าสี่ เจ้าห้า เจ้าหก มาเล่นกันเถอะ!” Smiley

สิ้นเสียงเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงกู่ร้องของสัตว์ร้ายดังขึ้น แล้วพริบตาต่อมาก็ปรากฎร่างลิงยักษ์สีขาวจำนวนสามตัวกรูกันเข้ามาหาเขา
ตัวหนึ่งกางแขนออกทำท่าจะตบเขา เด็กหนุ่มกระโดดถอยหลังหลบวูบ แล้วก็คว้าข้อมือของมัน  และหมุนตัวกระแทกไหล่ใส่ จนมันกระเด็นออกไป

วานรหิมะอีกสองตัวแยกย้ายกันคว้าตัวและขาของเขาเอาไว้แน่น ท่านี้เคยรัดจามรีทั้งตัวให้กระดูกแหลกคามือมาแล้ว!
“อ๊ะ รุมกันเหรอ” เด็กหนุ่มหัวเราะ  Smileyแล้วก็รวมรวบลมปราณ ปรากฎสัญลักษณ์เครื่องหมายสวัสดิกะสีแดงที่หน้าผาก เป็นพลังโพธิ์ขั้นสีแดงนั่นเอง Smiley
ฉับพลัน วานรหิมะรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มร้อนราวกับไฟ จึงส่งเสียงร้องมาและรีบปล่อยมือทันที พวกมันเอามือซุกหิมะพลางถูหิมะไปที่มือไปมา บ่งบอกได้ถึงความรู้สึกร้อนจนแสบมือไปหมด  เด็กหนุ่มหัวเราะชอบใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ที่แท้เด็กหนุ่มคนนี้กับวานรหิมะทั้งสามตัวเป็นเพื่อนสนิทที่ดีต่อกัน เมื่อราวสองเดือนก่อน เด็กหนุ่มเคยมายังป่าแห่งนี้โดยตั้งใจจะปราบเหล่าวานรหิมะที่มักจะบุกเข้าไปยังหมู่บ
้านเพื่อแย่งชิงอาหาร พืชผักผลไม้ต่างๆ ในครั้งนั้น เด็กหนุ่มได้พบกับจ้าววานรซึ่งมีรูปร่าใหญ่โตราวกับภูเขาเคลื่อนที่ได้ ที่เป็นจ่าฝูงวานรเหล่านี้ และได้เกิดการต่อสู้ขึ้น

แม้ว่าจ้าววานรจะมีพลังมหาศาล กลับมีท่าร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้า จึงเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเช่นเดียวกับยอดฝีมือคนหนึ่ง แต่เด็กหนุ่มก็สามารถเอาชนะได้ด้วยพลังโพธิ์ขั้นสีเขียวด้วยกระบวนท่า บาทาอัสนีทะลวงเก้าภพ

เมื่อจ้าววานรล้มแล้ว เด็กหนุ่มจึงได้รู้ว่า ที่แท้ที่พวกวานรหิมะพากันลงจากภูเขาไปก็เพราะว่า ตัวราชินีวานรนั้นกำลังตั้งครรถ์อยู่ ต้องการอาหารดีๆไว้สำหรับทารกวานรที่จะกำเนิดออกมา เมื่อได้เห็นดังนั้น เด็กหนุ่มจึงคิดละเว้นพวกมัน และลงไปขอเจรจาแบ่งปันอาหารจากชาวบ้านเพื่อนำมาให้วานรหิมะฝูงนี้ ทำให้เป็นที่ซาบซึ้งของพวกมันเป็นอันมาก และนับแต่นั้นเป็นต้นมา เด็กหนุ่มกับวานรหิมะก็ยึดถือกันเป็นสหาย และมักจะมาฝึกซ้อมด้วยกันอยู่เสมอ

ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือน เมื่อจ้าววานรย่างก้าวออกมาจากป่าลึก แม้ว่ารูปร่างจะดุดันน่ากลัวแต่สายตาของมันที่มองมาที่เด็กหนุ่มนั้นกลับเปี่ยมได้ด้
วยความเป็นมิตรเด็กหนุ่มหันไปมองแล้วก็ร้องดังๆว่า “แกก็มาด้วยเหรอ แบบนี้ก็สนุกล่ะสิ” แล้วเขาก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม “เต็มที่หน่อยนะ ข้าจะได้รู้ว่า ฝีมือตัวเองไปถึงขนาดไหนแล้ว!”Smiley

ราวกับจะรู้ภาษา จ้าววานรวิ่งควบตะบึงมาอย่างรวดเร็ว และฟาดฝ่ามือลงมาอย่างรุนแรง คราวนี้เด็กหนุ่มไม่หลบหลีก แต่กลับใช้มือข้างเดียวยกขึ้นตั้งรับ!
น้ำหนักของฝ่ามือจ้าววานรนั้นไม่ต่ำกว่าพันชั่ง แต่เด็กหนุ่มใช้เพียงมือเดียวก็รับไว้ได้ แถมยังทำให้จ้าววานรรู้สึกชาไปทั้งแขน
แต่มันยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จึงกวาดกรงเล็บที่สองเข้าใส่สีข้างของเด็กหนุ่มอีก เด็กหนุ่มปล่อยมือข้างที่เกาะกุมมือจ้าววานรไว้ แล้วจึงใช้สองมือคว้าจับกรงเล็บจ้าววานร

“ ระวังนะ!” เด็กหนุ่มร้องบอก แล้วก็ออกแรงทุ่มจ้าววานรปลิวกระเด็นออกไปไกล

กระบวนท่าเมื่อครู่เป็นหนึ่งใน 108 กระบวนท่าคัมภีร์อรหันต์ปราบมาร นามศากยะทุ่มคชสาร ในตำนานกล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้มีคชสารหิมะ (แมมมอธ) ตกมันตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่พุทธองค์ด้วยพละกำลังอันมหาศาล แต่กลับถูกพุทธองค์จับโยนขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยพระหัตถ์เพียงข้างเดียว ต่อมาเจ็ดวันเจ็ดคืน คชสารหิมะตัวนั้นจึงได้ตกสู่พื้น แสดงให้เห็นถึงพุทธานุภาพและกระบวนท่าที่เหนือล้ำ และต่อมา การคว้าจับและทุ่มเหวี่ยงนั้นก็เป็นการละเล่นยอดนิยมในหมู่ชาวธิเบต
แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเทียบไม่ได้กับพุทธองค์ แต่การที่ใช้สองมือทุ่มวานรยักษ์ที่ใหญ่กว่าตนนับสิบเท่านั้นได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความเหนือล้ำของเขาได้เป็นอย่างดี

จากนั้น ก็มีเสียงดังแว่วมาจากด้านบนว่า “ท่าทุ่มร้ายกาจยิ่งนัก ดูท่าศิษย์น้องสามจะก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้วนะ”  Smiley

เด็กหนุ่มตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี ไว้ผมสีเงินยาวสลวยที่พัดพริ้วไปตามสายลมกำลังยืนอยู่บนกระบี่เล่มยักษ์บินทะยานอยู่
บนท้องฟ้าราวกับเทพสวรรค์ “ ศิษยพี่เหลียนจงโลดแล่นบนท้องฟ้าได้ราวกับวิหค แสดงว่าฝีมือก็ก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเช่นกัน”
Smiley
เหลียนจงบิดข้อเท้าควบคุมทิศทาง ทำให้กระบี่ยักษ์ที่เขาเหยียบอยู่ค่อยดิ่งลงพื้น เหลียนจงกระโดดลงพื้นอย่างสวยงาม ก่อนที่คว้าด้ามกระบี่ไปแบกไว้ที่หลังด้วยมือเพียงข้างเดียว

กระบี่นี้หนักไม่ต่ำกว่าพันชั่ง แสดงให้เห็นว่าเขามีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเด็กหนุ่มเลย
“ ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะอาซิน แต่อาจารย์มีเรื่องอยากจะพบเจ้าให้ได้น่ะ”
“ อาจารย์มีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือ ศิษย์พี่พอรู้หรือเปล่า”
“ ใครจะไปทราบเล่า ไว้ไปหาอาจารย์เองก็คงรู้เองแหละ บางที....อาจจะเป็นเรื่องนั้นก็ได้นะ เรื่องที่เจ้าขอไปจงหยวนไง” เหลียนจงพูดยิ้มๆ Smiley
“ จริงด้วย ถ้าเช่นนั้น เรารีบไปกันเถอะ” อาซิน หรือ เทียนซิน (ใจฟ้า) ร้องขึ้นอย่างดีใจ ก่อนที่จะไปโบกมือให้กับจ้าววานรและสมุนของมัน

“ลาก่อนนะ พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่” จ้าววานรส่งเสียงร้องตอบรับ
เหลียนจงเหวี่ยวกระบี่ยักษ์ขึ้นฟ้า แล้วก็สองหนุ่มก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบนกระบี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่วแ
ม่นยำ เหลียนจงสะบัดนิ้วไปข้างหน้าและปล่งคำ “ไป” แล้วกระบี่ยักษ์ก็พุ่งทะยานพาสองหนุ่มตรงไปยังยอดเขาสักการะเมตตาอย่างรวดเร็ว
“ ทรงตัวให้ดีล่ะ วันนี้ข้าจะทดลองเร่งความเร็วให้มากขึ้นสักหน่อย ถ้าตกลงไปละก็ แม้แต่เทวดาก็ช่วยเจ้าไม่ได้นะ” เหลียนจงพูดติดตลก Smiley

“ ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ศิษย์พี่เองเถอะ ควบคุมกระบี่ให้ดีก็แล้วกัน” เทียนซินพูดอย่างร่าเริง แล้วสองหนุ่มก็หัวเราะกันอย่างถูกคอ Smiley
จากนั้น เหลียนจงก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา แล้วก็พูดเบาๆว่า “ว่าแต่เจ้า คิดจะไปจงหยวนจริงๆน่ะเหรอ” Huh

เทียนซินก็มีสีหน้าเจื่อนลงไป “ครับ ศิษย์พี่สาม มันเป็น....ทางเดียวที่ข้าจะสามารถตามหาพ่อแม่ของข้าได้...”Sad

เหลียนจงถอนหายใจ “ น่าเสียดายนะ ถ้าเจ้าไป พวกเราคงเหงาแย่  ทั้งเจ๊ใหญ่และศิษย์น้องสี่คงจะคิดถึงเจ้ามากเลยทีเดียว....รวมถึงอันอันด้วยสินะ” Sad
เทียนซินนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรอีก….

ด้วยวิชาอันเหนือล้ำของเหลียนจง ทำให้ชั่วอึดใจเดียว ศิษย์ร่วมสำนักทั้งสองก็มาถึงยังวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนของเขาสักการะเมตตา ซึ่งก็คือ สำนักแห่งนิกายโพธิ์นั่นเอง...

                         (จบบทที่สอง)

สำหรับตอนนี้จะเป็นการเปิดตัว พระเอกในเรื่องนี้ที่ชื่อ เทียนซิน นะครับ เปลี่ยนจากแบบซ่าๆ ห้าวๆ อย่างตูน แบบคุณชายอย่างเมฆาหรือแบบเท่ห์ๆอย่างบรุคลิน มาเป็นแบบสดใสร่าเริงกันบ้าง ไม่ทราบว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง ธีมของฉากนี้ก็ได้มาจาเกม MH ที่สู้กับลิงยักษ์บนภูเขาหิมะ เป็นศัตรูที่ผมถูกใจตัวหนึ่งก็เลยเอามาใช้เสียเลย อ้อ เนื้อหาในภาคนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นจีนโบราณ แต่ก็ใส่อารมณ์แฟนตาซีเอาไว้นิดๆ ดังนั้นมีสัตว์ประหลาดอะไรโผล่มาก็อย่าได้แปลกใจเลยนะครับ

เทียนซิน: ครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ มาฉากแรกก็ได้โชว์พาวกันเลย ตอนหน้าครับ ได้บู๊เต็มๆแน่ (บทพูดเราน้อยแฮะ พวกท่านอู่หลางแย่งไปเกือบหมดแล้ว)  Smiley

เหลียนจง: ดูยูเรก้าเซเว่นกับ Initial D มา เลยปล่อยคัทแบคดรอป เทิร์นกับดริฟต์เล่นโก้ๆ กระชากใจสก็อยมิใช่น้อย กำลังรับสมัครสาวๆมาซ้อนท้ายนะคร้าบบบบบบบบบบบ Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ยอดคนสะท้านฟ้า หมาป่าทะยานศึก ภาคพิเศษ: ตำนานราชันย์ยอดยุทธ์(บทที่ 2)
Reply #1 - 29.11.08 at 18:43:15
 
พูดได้คำเดียวว่า "แจ่ม" ครับผม พอดีไม่ค่อยจะมีเวลาก็เลยมาตอบช้า ไม่ว่ากันนะครับ ในความคิดผมพระเอกคนนี้ก็ได้แนวแบบพระเอกแบบเต็มขั้นดีครับ

     อาเชอร์ : ของเขาออกแล้ว ว่าแต่เมื่อไรผมจะได้ออกซะทีละครับ?

     Jocho : มกรา - มีนาเน้อ......
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: ยอดคนสะท้านฟ้า หมาป่าทะยานศึก ภาคพิเศษ: ตำนานราชันย์ยอดยุทธ์(บทที่ 2)
Reply #2 - 30.11.08 at 21:19:53
 
ขอบคุณมากครับ ไม่มีเวลาก็ไม่ว่ากันครับ เพราะผมเองก็ว่างๆยุ่งๆเหมือกัน  ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่เชิงเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้า WWW ภาคปรกติหรอกครับ เพราะตัวละครจากทั้งสองเรื่องนั้นจะ " มีสายสัมพันธ์" เชื่อมโยงกัน ทำให้บางคนจะรับรู้การคงอยู่ของอีกฝ่ายได้ และอาจจะมีการ "ปรากฎ" ข้ามเรืองกันได้ดู  ต้องลองดูต่อไปเรื่อยๆครับ Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge