THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 21 (Read 2005 times)
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 21
27.11.08 at 12:59:23
 
SILK 21 : ดวงใจที่หยาบช้า

     แสงทองแห่งรุ่งอรุณในยามเช้าได้ปลุกหญิงสาวนางหนึ่งให้ลุกขึ้นตื่นจากนิทราภายในห้อง
ของเขานี้ด้วยร่างที่ไร้อาภรณ์ แต่มิฮารุก็ยังไม่ได้ลุกลงจากเตียงนอนทันที ที่ข้างกายของเธอเขาคนนั้นไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่น้ำตาของหญิงสาวผู้นี้กลับหลั่งไหลหยดลงบนที่นอน มาซากิที่เธอรักไม่มีอีกต่อไปแล้ว เขาไม่ได้รักเธออีกแล้วเรื่องนี้มิฮารุรู้ดีจากเมื่อคืน.......... มาซากิไม่ได้มอบความอบอุ่นให้กับเธอเลยเขากอดแต่ร่างกายไม่ได้กอดหัวใจของเธอ สายตาที่ชาเย็นนั้นจับจ้องมาที่ตัวเธอเหมือนกับว่าเธอเป็นจำเลยในความผิดที่ได้ก่อไว
้กับหัวใจของเขา แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังรักเขาและเธอก็เตรียมใจในเรื่องที่ได้เกิดขึ้นนี้มาก่อนแล้วด้
วย ขอเพียงแค่.....ขอเพียงแค่มาซากิไม่ทิ้งเธอไปก็พอแล้วจะให้อยู่ในฐานะอะไรของเขาเธอก
็ยอม เมื่อคิดได้มิฮารุเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองเตรียมพร้อมที่จะไปทำงาน ตอนนั้นเองที่เธอเดินออกมาจากห้องเขาจะไปอาบน้ำ ห้องน้ำจะต้องผ่านห้องรับแขกกับห้องครัวก่อน ที่นั่นเธอก็ได้เห็นอะไรบางอย่างตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร มันเป็นข้าวผัดจานเล็ก ๆ ที่ถูกห่อแร็ปเอาไว้กันไม่ให้เหล่าแมลงมาเกาะตอม ข้าง ๆ มีโน้ตเล็ก ๆ เสียบเอาไว้อยู่ตรงขอบจาน

     “ผมไปทำงานก่อน นี่ผมทำไว้ให้....กินซะ”

ถึงมันจะเย็นแล้วก็ตามแต่มิฮารุก็รู้ว่าข้าวผัดจานนี้อร่อยมากสำหรับเธอ มาซากิยังไม่ได้เกลียดเธอไปเสียทุกอย่าง แค่อาหารจานนี้มันก็ทำให้หัวใจของเธอเบิกบานไปได้ทั้งวันแล้ว

     ที่ฐานใต้ดินของ GATE โครงการสร้างฐานหลักในนาม GATE BASS กำลังจะเริ่มต้นขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อตั้งหน่วยงานหน่วยใหม่ที่จะมาแทน BRAVE ชื่อของมันคือ SAEL จากนี้ไป GATE จะไม่ใช่องค์กรเฉพาะทางในการกำจัดคดีความทางมิติและเวลาอีกต่อไปแล้ว เพราะทุก ๆ อย่างที่เป็นหลักฐานแสดงถึงทฤษฎีกาลเวลาสาบสูญไปตั้งแต่เกิดโลกใหม่นี้ จากนี้ไปนานเท่านาน BRAVE จะกลายเป็นแค่ตำนาน พวกของมาซากิก็ถึงคราวที่จะต้องมองไปถึงอนาคตของตัวเองว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปดีหรือว่
าจะลาออกไปหาสิ่งที่ตนเองชอบดี ณ โรงอาหารประจำฐาน มาซากิยกกาแฟมานั่งข้าง ๆ พี่รองที่กำลังกินข้าวเช้าเพิ่มเติมพลังงานในวันนี้

     มาซากิ : .......พี่เนกิอร่อยมั้ยล่ะ
     เนกิ : หือ!? อื้อก็นะ มาซากิคุงล่ะเป็นยังไงบ้าง
     มาซากิ : ………………………

เขาดื่มกาแฟนั่นโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรพี่ชายไป เมื่อเนกิมองสีหน้าของน้องก็พอจะเดาออก สำหรับมาซากิในตอนนี้มันก็คล้ายกับอยู่บนหลักลอยเหมือนเมื่อก่อน ความรู้สึกที่เขามีต่อมิฮารุในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ชินกิเดินมาจากด้านหลังก็ตบไหล่ทักทายน้องชายทั้งสอง

     ชินกิ : เฮ้ย! จะเครียดอะไรกันแต่เช้าหา

ชินกิทักทายน้องชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทั้งสามคุยกันถึงอนาคตซึ่งตัวเนกิเองตัดสินใจแล้วว่าเขาจะอยู่ทำงานที่นี่ต่อไปแต่อา
จจะขอย้ายไปเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนฝึกสอนของกองทัพก็ได้ ทางชินกินั้นคิดว่าจะลาออกกลับไปเป็นนักแข่งรถตามเดิมซึ่งในตอนนี้ก็มีหลายทีมติดต่อ
ชักชวนเขาให้ไปร่วมทีมด้วย ตัวของชินกิเองก็ไม่ได้คิดจะลาออกในเร็ววันนี้ส่วนมาซากินั้นเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได
้คิดถึงในเรื่องนั้นเพราะยังมีบางอย่างที่เขาจะต้องตัดสินใจให้ได้เสียก่อนการวางแผน
อนาคตนอกจากนี้พวกเขาทั้งสามก็ตกลงกันไว้แล้วว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่จนกว่า GATE ใหม่จะลงตัวเสียก่อนซึ่งบางทีมันอาจจะนานเป็นปีก็ได้ โคทาโร่ย้ายไปอยู่ที่เชลเตอร์อริโซนากับไอริสตามประสาคู่สามีภรรยา การต่อสู้ที่ผ่านมาสร้างบาดแผลจนทำให้เขาไม่อาจจะออกภาคสนามได้อีก แต่ถึงจะไม่มีบาดแผลนี่อายุของเขาในวัย 48 ก็คงจะเป็นเหตุผลเพียงพอถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะหนุ่มกว่าอายุจริงโขก็ตาม ตอนนี้ก็เลยได้แต่นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการประจำเชลเตอร์นั้นกินยศสูง ๆ ไปจนกว่าจะเกษียณและรอคอยอุ้มหลานที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมาจุติสักทีเนื่องจากลูกชายท
ั้งสองยังไม่คิดที่จะแต่งงานหรือมีความรักเลยสักคน เคงโงย้ายตัวเองจาก BRAVE ไปเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลหลักของเชลเตอร์ แน่นอนว่าเขายังคงเป็นโสดเหมือนเดิมด้วยวัย 46 ปี ถึงอายุจะเริ่มเยอะขึ้นแต่ก็ยังดูหนุ่มอยู่เหมือนกับพี่ ๆ ทั้งสอง จึงเป็นที่กรี๊ดกร๊าดในหมู่พยาบาลสาว ๆ อยู่เสมอ ส่วนเคทาโร่นั้นจะทำงานที่นี่ไปจนกว่าจะเกษียณเพื่อรอดูอนาคตของมาซากิลูกชายตนเองอย
่างเงียบ ๆ

     ที่ไดโตะห้องประธานบริษัท ประธานสาวสวยกำลังทำหน้าเคร่งเครียดจากยอดความคืบหน้าของโครงการใหม่ที่ทางแผนกจัดกา
รได้ทำรายงานส่งมาให้นอกจากนี้ยังต้องจัดเตรียมเอกสารรายงานยอดการเจริญเติบโตของบริ
ษัทให้บริษัทแม่ในการประชุมสามัญที่จะถึงในเร็ววันนี้อีก ทำให้งานแทบจะล้นมือเธอแล้วในตอนนี้ แต่อีกมุมนึงในห้องทำงานของเธอมันกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเพราะเลขาส่วนตัวของเธ
อนั้นดูสดใสเป็นพิเศษไม่ว่าจะงานอะไรที่เอริก้ายื่นให้เธอก็สามารถทำเสร็จด้วยความรว
ดเร็วและถูกต้อง นอกจากนั้นแล้วบางครั้งเธอก็หันมายิ้มให้รูปถ่ายของ “เขา” ที่อยู่บนโต๊ะ บ้างก็หยิบเอาของดูต่างหน้าของเขามาดูเล่น

     เอริก้า : หืม~~~~ อะไรกันล่ะเนี่ยเมื่อวานกับวันนี้ดูเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะมิฮารุซัง? RAL อีกล่ะสิ
     มิฮารุ : ปะ....เปล่านะคะ คุณเอริก้าเนี่ยล่ะก็..........
     เอริก้า : เอาเถอะ ยังไงแบบวันนี้ก็ยังดีกว่าเมื่อวานล่ะนะ เออนี่! Report เสร็จรึยังจ๊ะ?
     มิฮารุ : นี่ค่ะ! คุณเอริก้า

ที่ชั้นล่างบรรดาสาว ๆ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำลังหยิบยกเหตุการณ์พบหนุ่มหล่อเมื่อวานนี้มาจ้อกันจนกลายเป็นประ
เด็นในการสนทนา บางคนที่เคยอยู่ในตำแหน่งเซอร์จเชอร์ย่อมจะจำพวกเขาได้จึงไม่แสดงออกมากนักปล่อยให้ค
นอื่นคุยกันไป มาริสาเองก็เช่นกันเธอยังเป็นพนักงานใหม่ที่พึ่งจะเรียนจบแล้วมาทำงานที่นี่ได้ยังไม
่ครบโปร ฯ ด้วยซ้ำ ตัวเธอนั้นรู้สึกปิ๊งชายที่ชื่อว่า RAL ตั้งแต่แรกพบโดยเฉพาะดวงตาที่สวยงามคู่นั้น เหล่านกกระจอกไม่ได้มีแค่สาวชาวประชาสัมพันธ์เสียแล้ว ยังมีสาวจากแผนกอื่นเช่นฝ่ายบุคคลกับฝ่ายจัดการที่ว่างงานมาร่วมจับเข่าคุยกันอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากว่าบริษัทของพวกเธอได้ช่วยเหลือ GATE มาโดยตลอด การหาข้อมูลของพวก BRAVE จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่นั่นก็ถือว่าเป็นความลับสุยยอดเช่นกันการนำมันออกมาไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

     “........นี่ ๆ พวกเธอว่าใครในนั้นเท่ที่สุดเหรอ?”
     “แหม!.......ถามมาได้ก็ต้อง ARO สิ ชุดสีขาวตัดดำ ดูเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์ด้วย”
     “เอ๋......ฉันว่า RAL นะ ดูเงียบ ๆ แล้วก็ลึกลับดีอีกด้วยล่ะ ......นี่ ๆ แล้วเธอล่ะมาริสา?”
     มาริสา : เอ๊ะ!? หนูเหรอคะ? ก....ก็ คงเป็น RAL ล่ะมั้งคะ ก็ดวงตาของเขาสวยเอามาก ๆ เลยล่ะ ทำเอาผู้หญิงอย่างเรา ๆ ยังอิจฉาเลย

บรรดารุ่นพี่มองหน้าเธอแล้วออกอาการไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไรนัก เพราะว่าจริง ๆ แล้วจากประสบการณ์ของรุ่นพี่อย่างพวกเธอมักจะดูคนไม่พลาด จึงมีบางคนในวงนั้นก็ทักท้วงขึ้นมาว่ามาริสาไม่ได้ชอบ NERO หรอกหรือเห็นเมื่อวานนี้เธอแอบมองแต่เขา มาริสารีบปฏิเสธเสียงแข็งโดยให้เหตุผลว่าเธอไม่ได้ชอบ NERO เลย คนปากเสียแบบนั้นเธอจะชอบลงไปได้ยังไง ตั้งแต่แรกพบเธอก็รู้สึกไม่ถูกชะตากับนายคนนี้มาก นอกจากนั้นแล้วนายคนนี้ยังพยายามก่อกวนเยาะเย้ยเธออีกด้วยซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเสีย
หน้า รุ่นพี่สาว ๆ บางคนกลับออกความเห็นที่แตกต่างเพราะ NERO ที่พวกเธอเคยได้ยินข่าวลือมานั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะเรียบร้อยพูดเพราะแถมนิสัยดีเสี
ยด้วยซ้ำ บางทีที่เขาทำแบบนั้นกับมาริสาอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเองก็คงสนใจมาริสาอยู่แน่ ๆ เล่นทำเอามาริสาหน้าแดงแล้วก็รีบลี้ออกจากวงไปทำงานต่อ

     เสียงออดบอกเวลาเลิกงานของบริษัทดังแล้ว หลายคนเริ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน บางคนก็อยู่ต่อทำโอที ที่ชั้นบนในห้องประธานบริษัท มิฮารุจัดเก็บงานต่าง ๆ ทั้งหลายไว้ในแฟ้มงานที่ทำเสร็จส่วนงานที่ค้างก็ทำการสำรองไฟล์เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
ค่อยมาจัดการต่อในวันรุ่งขึ้น

     มิฮารุ : ฉันไปก่อนนะคะ คุณเอริก้า
     เอริก้า : จ้า~ โชคดีนะ ....เอ่อแล้วก็ เรื่อง RAL น่ะ..........พยายามเข้านะ
     มิฮารุ : ค่ะ! ขอบคุณค่ะ คุณเอริก้า

เธอเดินออกมาจากบริษัทด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนี้ก็ยังมีสิ่งที่ต้องกังวลอยู่เหมือนกันเพราะมาซากิ    มิฮารุไม่แน่ใจเลยว่าตอนนี้มาซากิคิดยังไงกับเธอ แล้วความสัมพัธ์ของเขากับเธอมันเป็นแบบไหนกันแน่ แต่ก็ช่างมันเถอะมิฮารุหยุดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นเอาไว้แล้วมานึกดีกว่าว่าเย็นนี้เ
ธอจะทำอะไรให้มาซากิกินดี ระหว่างทางกลับบ้านมิฮารุแวะร้านสะดวกซื้อ ซื้อพวกวัตถุดิบต่าง ๆ กลับไปทำข้าวเย็นจนซื้อของมาเยอะแยะเต็มสองมือเมื่อกลับไปถึงบ้าน หญิงสาวรีบเข้าครัวทำอาหารทั้งนี้ยังเตรียมน้ำอุ่นไว้เผื่อว่ามาซากิกลับมาแล้วจะอยา
กอาบน้ำก่อน เหมือนที่ภรรยาเตรียมไว้ให้สามีที่เหน็ดเหนื่อยเดินทางกลับมาจากทำงาน เธอนึกถึงตอนที่มาซากิกลับมาแล้วก็ยิ้มมิฮารุยืนเหม่อลอยหน้าหม้อสตูคิดเป็นฉาก ๆ ว่าถ้ามาซากิกลับมาแล้วเธอจะออกไปต้อนรับเขากลับบ้านว่า “กลับมาแล้วเหรอ? ยินดีต้อนรับจ้ะมาซากิ” ต่อด้วยถามเขาว่า “จะกินข้าวหรือว่าจะอาบน้ำก่อนดี” เลยเถิดไปจนถึงถ้าเขาตอบว่าอาบน้ำแล้วเธอจะตามไปถูหลังให้กับเขาหรือเปล่า.......แม้
กระทั่งว่าแล้วคืนนี้ล่ะ........ มิฮารุคิดเรื่องนี้เป็นฉาก ๆ จนหน้าแดงก่ำ แต่หม้อสตูเจ้ากรรมไฟที่ตั้งเอาไว้ดูท่าว่าจะแรงเกิน มิฮารุที่มัวแต่เหม่อจนไม่ได้ดูว่าน้ำสตูนั้นมันเดือดพล่านจนล้นออกมา

     มิฮารุ : ตายแล้ว!!

เธอกุลีกุจอรีบปิดแก๊สโชคดีที่ยังทัน สตูยังไม่ไหม้แต่จะต้องตั้งไฟเสียเวลาเคี่ยวใหม่เพราะว่าน้ำต้มนั้นเดือดระเหยไปจนใน
หม้อเหลือน้ำแค่ครึ่งเดียว

     มิฮารุ : ......แย่จังเลย........

ถึงแม้ว่าจะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ในที่สุดทุกอย่างก็สำเร็จเสร็จสิ้น มิฮารุปูผ้าปูโต๊ะกินข้าวผืนใหม่ วางแจกันใส่ดอกไม้ตรงกลางโต๊ะเหมือนกับที่มาซากิเคยทำในตอนที่ทั้งสองอยู่ที่อัลฟ่า น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำก็เตรียมเอาไว้แล้วเรียบร้อยตอนนี้ก็ได้แต่รอมาซากิกลับมาเท่านั
้น มิฮารุตั้งหน้าตั้งตารอเขากลับบ้านตั้งแต่เย็นจนมืดค่ำ จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มก็เริ่มกลายเป็นสีหน้าที่หม่นหมอง “ทำไมกันล่ะมาซากิ ทำไมถึงไม่มาสักที” ในหัวสมองเธอนั้นมีแต่ประโยคนี้วนเวียนไปเรื่อย ๆ จากค่ำมืดก็มาถึงเวลาฟ้าสาง มิฮารุนั่งรอเขาคนนั้นทั้งคืนจนเธอผลอยหลับไปคาโต๊ะกินข้าว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นก็ยังไม่มีวี่แววของมาซากิเลย โทรศัพท์มือถือเห็นทีว่าจะเป็นหนทางเดียวที่เธอจะติดต่อเขาได้

     มิฮารุ : ...............................

มิฮารุกำโทรศัพท์เครื่องนี้แล้วคิดวนเวียนอยู่นาน หน้าจอขึ้นหมายเลขของเขาแล้วขอแค่มิฮารุกดโทรออกเท่านั้นแต่เธอก็ยังไม่กล้า เรื่องการผิดใจกันระหว่างเธอกับมาซากิมักจะเริ่มต้นที่โทรศัพท์เสมอมันทำให้เธอรู้สึ
กเข็ดและก็ไม่มีความกล้าพอ แต่ว่ามาถึงตรงนี้แล้วมิฮารุรวบรวมความกล้ากดปุ่มโทรออกแล้วค่อย ๆ เอามือถือนั้นมาแนบกับหู “ตู๊ด~~~~ตู๊ด~~~~~ตู๊ด~~~~~!!!....ตู๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ” สัญญาณเหมือนกับว่าถูกตัดสายไป มิฮารุถึงกับหน้าถอดสีพยายามตั้งสติคิดในแง่ดีแล้วลองโทรไปใหม่แต่มันก็ยังเหมือนเดิ
มยังไม่ทันรับเขาก็ตัดสายไปเสียก่อน เธอพยายามลองโทรอีกเป็นครั้งสุดท้าย มิฮารุแนบโทรศัพท์กับหูจนแน่นเพ่งสมาธิไปแต่ที่นี่หวังลึก ๆ ว่าเขาจะรับสาย สัญญาณดังขึ้นว่าโทรติดแล้วแต่ว่ายังไม่มีคนรับสักที เธอรอ,รอ,รอแล้วก็รอ จนในทีสุด.........

     มาซากิ : ฮัลโหล............
     มิฮารุ : !? มาซากิ!!!
     มาซากิ : ............มี....ธุระอะไร?
     มิฮารุ : เอ๊ะ!?

คำ ๆ แรกที่เธอตั้งตารอจากเขากลับเป็นน้ำเสียงที่ห้วนและก็เย็นชาเหมือนกับน้ำแข็ง ทำเอาเสียจนมิฮารุพูดอะไรไม่ออก สิ่งที่เธออยากจะพูดอยากจะบอกกลับเหมือนมันมาจุกอยู่ตรงอกจนเธอไม่อาจที่จะกล่าวออกไ
ปได้

     มิฮารุ : ...........อะ.....เอ่อคือ.......มาซากิ......ฉัน.......ฉัน.......
     มาซากิ : ..........ผมไม่ได้มีเวลามากนักหรอกนะ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็แค่นี้ล่ะกัน!!

เขาตัดสายไปแล้วเหลือแต่มิฮารุที่ตั้งตัวไม่ทันกับวาจาอันโหดร้ายของชายที่เธอรัก เธอคุกเข่าลงกับพี้นได้แต่นั่งขดตัวร้องให้อยู่ตรงนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาตัดสายของเธอแล้ว แค่นั้นเธอก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ทำไมทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าผลลัพย์มันจะต้องลงเอยแบบนี้แต่ทำไมเธอถึงยังจะต้องพยายามโทรไปอีกเพื่
อที่จะได้ยินวาจาที่เฉือดเฉือนดวงใจจากเขาด้วย วันนี้เป็นวันเสาร์บริษัททำงานแค่ครึ่งวัน   มิฮารุรู้สึกไม่ดีเลยจึงโทรขอลาหยุดกับทางเอริก้าซึ่งเอริก้ายังไม่ทันจะซักไซ้อะไรเ
ธอก็วางสายไปก่อน

     ในที่สุดตั้งแต่วันนั้น มาซากิไม่ได้กลับบ้านมาเป็นระยะเวลากว่าอาทิตย์แล้ว สภาวะจิตใจของมิฮารุก็เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับว่าช่วงเวลาที่เงียบเหงาแบบนั้นกำลังจะกลับมาอีก ซึ่งตอนนี้มิฮารุเองก็ไม่มีความกล้าที่จะโทรไปหาเขาอีกแล้วเพราะกลัวว่าจะโดนเหมือนค
รั้งที่แล้วอีก แต่ถึงอย่างนั้นตลอดอาทิยต์มานี้มาซากิก็ไม่เคยโทรศัพท์หรือติดต่อกลับมาหาเธอไม่ว่า
จะทางไหนเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงสภาพจิตใจจะไม่ดียังไงเธอก็ยังไปทำงานเป็นปกติโดยที่ปิดบังเรื่องของเธอกับมาซ
ากิไว้ไม่ให้เอริก้ารู้เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นห่วง ในที่ทำงานมิฮารุพยายามแสดงแกล้งร่าเริงสดใสทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่บางเวลาก็ยังมีอาการเหม่อลอยให้เห็นอยู่ซึ่งวันนี้ก็เช่นกัน ภายในห้องทำงานที่มีกันแค่สองสาวช่วงเวลานี้พ้นช่วงการประชุมบอร์ดมาเรียบร้อยแล้ว เป็นช่วงว่างงานของเอริก้าซึ่งก็จะเป็นช่วงที่ว่างงานของมิฮารุเช่นกัน

     เอริก้า : มิฮารุซัง.........
     มิฮารุ : ...............................
     เอริก้า : มิฮารุซัง!
     มิฮารุ : คะ.....ค่า คุณเอริก้า?
     เอริก้า : อะไรกันเนี่ย นั่งเหม่ออีกและ ........ว่าแต่กลางวันนี้เราจะไปกินข้าวกันที่ไหนดีล่ะ?
     มิฮารุ : !? เดี๋ยวนะคะคุณเอริก้า ...........ค่า ห้องท่านประธานซิลม่อนค่ะ !!!? ค่ะ!! ได้ค่ะ!! ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ

โทรศัพท์เครื่องบนโต๊ะของเธอดังขึ้น คู่สายมาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้านล่างติดต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ของ GATE สองนายมาขอพบท่านประธานและหนึ่งในนั้นมี RAL มาด้วย มิฮารุรีบขอตัวลงไปรับพวกเขาขึ้นมาก่อน ทางเอริก้าก็รู้ทันลูกน้องดี ลิฟย์ VIP ลงมาจนถึงชั้นล่างและเมื่อเธอไปถึงที่หน้าเคาท์เตอร์ หัวใจของมิฮารุแทบที่จะหล่นลงมากองเมื่อมาซากิที่เธอเห็นกำลังยิ้มแย้มฉอเลาะกับพนัก
งานประชาสัมพันธ์สาวที่ยังไงก็ยังไม่น่าจะพ้น 25 อย่างสนิทสนม มันทำให้เธอไม่กล้าเดินเข้าไปทักเขาใกล้ ๆ ที่บริษัทนี้หลายคนยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาโดยเฉพาะพวกผู้หญิงเองท
ี่จ้องจะจับ 1 ใน 6 ผู้กล้าอย่าง RAL จนตาเป็นมัน นอกจากนี้แล้วเธอรู้สึกอิจฉาเธอคนนั้นและก็น้อยใจมาซากินิด ๆ ที่เขายิ้มให้กับหล่อนแต่กับเธอนั้น หลังจากกลับมาเขายังไม่เคยยิ้มให้กับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีแม้แต่สายตาที่อ่อนโยนมันมีแต่ความเหน็บหนาวเย็นชาเท่านั้นที่เธอได้รับจากเขา แต่เด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้าเธอคนนี้เขาทั้งยิ้มให้ทั้งส่งสายตาที่อบอุ่นต่างกันกับ
เธอ

     มาริสา : ฮิ ๆ ๆ .....คุณ RAL นี่ล่ะก็.......อ๊ะ? คุณเลขาจุนโด........

มาริสาสังเกตเห็นมิฮารุก่อน มาซากิที่มาพร้อมกันกับเนกิจึงขอตัวไปทำธุระก่อน ซึ่งมาซากิยังส่งสายตาให้มาริสาเล็กน้อยก่อนจะออกมาสร้างความไม่พอใจให้กับมิฮารุมาก
ทั้งสามคนขึ้นลิฟย์โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันโดยเฉพาะมาซากิกับมิฮารุ เมื่อมาถึงห้องด้านบนแล้วทั้งสองคนเข้าไปคุยธุระกับเอริก้าซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานมากนั
กจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางกลับโดยทั้งนี้ มาซากินั้นก็ไม่ได้มีแม้แต่สายตาจะชำเลืองมาที่มิฮารุเลยสักน้อยนิด จนเอริก้าเริ่มจะจับผิดถึงทั้งสองคนนี้ได้บางอย่างจากคำถาม ๆ หนึ่งของเธอที่ว่า

     มิฮารุ : คุณเอริก้าคะ คุณรู้จักเด็กใหม่ฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือเปล่าคะ.........
     เอริก้า : เอ๋? ......คนใหม่เหรอ......ใช่....คนที่ชื่อ มาริสา วิลสัน หรือเปล่า.....มีอะไรเหรอ?
     มิฮารุ : ....เอ่อ.....เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร.........

มิฮารุเก็บเงียบความไม่สบายใจนี้เอาไว้ในใจคนเดียว เย็นวันนั้นมาซากิหลังจากเลิกงานที่ฐานแล้ว เขาก็ได้แต่ขับรถเตร็ดเตร่ไปเรื่อย จนสุดท้ายแล้วพวงมาลัยล้อรถก็นำพาเขาไปยังที่แห่งนี้ “บ้าน.....หลังนั้นที่มีทั้งรอยยิ้มและความโศรกเศร้าของเขากับเธอ” เวลาในตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้วมาซากิไขกุญแจเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไฟในบ้านทั้งบ้านดับหมด

     มาซากิ : ........................

เขาตรวจสอบดูที่เบรกเกอร์มันก็ยังทำงานดีอยู่ เพียงแต่ไฟไม่ได้ถูกเปิดไว้ก็เท่านั้น ภาพเหตุการณ์แห่งวันวานอันแสนขมขื่นกลับลอยขึ้นมาในตอนที่เขาต้องกลับมาที่บ้านหลังน
ี้คนเดียวโดยที่ไม่มีใคร มาซากิมองหามิฮารุที่ห้องของเธอแต่ว่าก็ไม่มีบางทีเธออาจจะไม่อยู่ก็ได้ บางทีเธออาจจะออกไปข้างนอกกับใครสักคนล่ะมั้ง.....มาซากิคิดเช่นนั้นแบบประชดประชัน แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องใส่ใจ ผู้หญิงคนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างเขาทนกับเธอมามากจนเกินพอแล้ว ตอนนี้เขาเหนื่อย เหนื่อยเหลือเกินอยากจะพักเสียที เขาเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองแต่ทันทีที่เปิดประตูเขาก็เห็น......

     มาซากิ : !?

เธอคนนั้นนั่งรอเขากลับมาอยู่ภายในห้องแห่งนี้ที่ปิดไฟจนมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์จะเล็ดลอดเข้ามา หล่อนค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเขาที่ละก้าว ๆ จนในที่สุดมาซากิก็เห็นใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตานี่ชัดเจน ฝ่ายหญิงสาวทันทีที่เงยหน้าขึ้นมามองมาซากิ หล่อนก็โผเข้าอ้อมกอดของเขาในทันที

     มิฮารุ : .........มาซากิ.......มาซากิ.....ในที่สุด ก็กลับมาหาฉันแล้วเหรอ? มาซากิ.........
     มาซากิ : .........มิฮารุ.........

ใบหน้าที่เศร้าหมองกลับสดใสขึ้นทันทีเมื่อเธอได้ยินคนที่เธอรักเรียกชื่อ มิฮารุกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิม แต่ถึงเธอจะกอดเขาแน่นเท่าไร มาซากิกลับไม่ได้กอดตอบเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตัวของมิฮารุเองก็รู้ดี..........

     มิฮารุ : ได้โปรด........กอดฉันหน่อยเถอะนะ....มาซากิ..............
     มาซากิ : ............................

แขนทั้งคู่ของเขาค่อย ๆ โอบร่างของเธอเอาไว้ ในยามนี้ทั้งสองคนไม่มีสิ่งใดจะสนทนาทางวาจา พวกเขาสองคนสนทนากันทางร่างกายที่โอบไว้ด้วยความอบอุ่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มิฮารุได้รับความอบอุ่นจากเขาหลังจากที่มาซากิได้เดินทางกลับมา สุดท้ายบทลงเอยของชายหญิงทั้งสองก็จบลงบนเตียงนอน เขาและเธอนอนเคียงคู่โดยที่ฝ่ายหญิงนั้นซุกไซร้อยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขาอย่างมี
ความสุข แต่ความสุขนี้ก็เหมือนเป็นเพียงแค่ความฝันเมื่อเธอลืมตาตื่นลุกขึ้นจากที่นอนในยามเช
้า เจ้าชายของเธอก็อันตรทานหายไปเหมือนกับครั้งก่อน ๆ ทิ้งไว้เหลือแต่กลิ่นกายและไออุ่นที่ยังหลงเหลือบนหมอนและที่นอน หญิงสาวได้แต่ใช้มือลูบสัมผัสร่องรอยที่เหลือทิ้งไว้ของเขานี้เท่านั้น

     มิฮารุ : มาซากิ......ฉันขอโทษ........ได้โปรดกลับมาหาฉันเถอะนะ อย่าจากฉันไปไหนอีกเลย.......มาซากิ........

     จากวันนั้นจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาได้จะเดือนที่สามแล้ว มาซากิบางครั้งบางคราวก็ได้แวะไปหาเธอบ้าง แต่ก็ไม่ได้กลับไปอยู่กับเธอจนกระทั่งมาถึงช่วงนี้ในบริษัทมีข่าวลือกันหนาหูว่า 1 ใน 6 ผู้กล้าของ GATE คนไดคนหนึ่งกำลังคบหากันอยู่กับพนักงานบริษัทสาวสวยฝ่ายต้อนรับประชาสัมพันธ์คนหนึ่ง
เรื่องนี้ดังจนขึ้นไปถึงชั้นบน ซึ่งหลังจากเมื่อเดือนที่แล้วมิฮารุก็ไม่ค่อยที่จะร่าเริงเหมือนเดิม ยิ่งมีข่าวลือบ้า ๆ นี้มาอีกก็ยิ่งทำให้มิฮารุดูเปลี่ยนไป ซึ่งเอริก้าในฐานะของประธานบริษัทก็ไม่อาจจะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพนักงานท
ุกคนได้ เธอรู้ว่ามิฮารุกำลังกังวลเกี่ยวกับข่าวลือนั่นซึ่งหลายคนต่างก็ซุบซิบนินทาว่าคนของ
GATE คนนั้นคือ RAL ส่วนฝ่ายผู้หญิงก็คือ มาริสา วิลสัน พนักงานน้องใหม่ของที่นี่ ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นจริง เอริก้าก็ไม่มีสิทธ์ที่จะไปยุ่งเกี่ยวอะไรถึงแม้ว่าเธอนั้นจะเชียร์มิฮารุอย่างออกนอ
กหน้าก็ตาม

     เอริก้า : มิฮารุซัง ไม่สบายรึเปล่า วันนี้สีหน้าเธอดูไม่ดีเลยนะ จะไปห้องพยาบาลมั้ย?
     มิฮารุ : ....เอ่อ....ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ คุณเอริก้า.......อุ๊บ!!! ...........

สีหน้าของมิฮารุดูไม่ค่อยจะดีมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วซึ่งเอริก้าคอยสังเกตลูกน้องข
องเธอตลอด พูดยังไม่ทันขาดคำมิฮารุก็พรวดพลาดลุกวิ่งออกไปจากห้องอย่างรีบร้อน เธอเองก็รู้ตัวดีมันรู้สึกมึนหัวและวิงเวียนศรีษะอ่อน ๆ ติดต่อกันมาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนนี้แล้ว ยิ่งช่วงนี้ยังมีอาการคลื่นใส้ตามมาอีก เอริก้าได้แต่เป็นห่วงเธอและมองตามเท่านั้น แต่ว่าอาการแบบนี้ของมิฮารุมันทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี ถ้าหากว่าที่เอริก้าคิดไว้เป็นจริงเกี่ยวกับอาการป่วยนี้ของมิฮารุเห็นทีว่าเรื่องข่
าวลือนั่นเธอคงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้และคงจะต้องหาทางจัดการอะไรบางอย่างถึงแม้ว่าจะถู
กคนทั้งบริษัทมองว่าลำเอียงก็ตาม ตกเย็นได้เวลาเลิกงานเอริก้าอาสาที่จะไปส่งมิฮารุเองที่บ้านแต่เธอก็ปฏิเสธโดยบอกว่า
เธอกลับบ้านเองได้ไม่เป็นอะไรหรอก แน่นอนว่าเอริก้าไม่ยอมให้มิฮารุกลับคนเดียวอยู่แล้วจนในที่สุดมิฮารุก้ต้องยอมให้เธ
อไปส่งจนได้ ระหว่างทางมิฮารุขอให้เอริก้าจอดแวะที่ร้านเค้กกับร้านสะดวกซื้อด้วยเพราะวันนี้เป็น
วันที่ 14 ตุลาคม วันเกิดครบรอบอายุ 25 ปีของมาซากิ มิฮารุคิดว่ายังไงวันนี้มาซากิก็น่าจะกลับมาจากสัญญาที่เขาเคยให้กับเธอไว้ตอนครั้งล
่าสุดที่เขากลับมาบ้าน แค่เป็นเรื่องของมาซากิเท่านั้นมิฮารุก็ยิ้มออกต่างจากเมื่อตอนกลางวันโดยสิ้นเชิงซึ
่งเอริก้าก็แอบมองดูสีหน้านี้ของเธอเงียบ ๆ

     มิฮารุ : ขอบคุณมากนะคะ คุณเอริก้า อุตสาห์มาส่งถึงที่บ้าน
     เอริก้า : อื้อจ้า~ ไม่เป็นไรหรอกเรื่องแค่นี้เอง ว่าแต่มิฮารุซังไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?
     มิฮารุ : ค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ เดินทางกลับดี ๆ นะคะ
     เอริก้า : จ้ะ

มิฮารุกลับเข้าไปในบ้านแล้วแต่เอริก้าก็ยังไม่ค่อยจะวางใจเท่าไรนัก เธอลองโทรศัพท์ติดต่อไปยังที่ ๆ หนึ่ง เสียงรอสายดังขึ้นไม่นานก็มีคนรับ

     เคทาโร่ : ครับผม คางุระครับ
     เอริก้า : รุ่นพี่คางุระ หนูเองค่ะ
     เคทาโร่ : อ้าวเอริจัง! มีอะไรรึเปล่าโทรมาซะเย็นเลย.......

เอริก้าเลยถามถึงธุระว่ามาซากิอยู่มั้ย? เธอขอคุยด้วยหน่อยซึ่งเคทาโร่ตอบกลับมาว่าโชคร้ายหน่อยตอนนี้พวกหนุ่ม ๆ ทั้งสามคนไม่อยู่ พวกเขาไปทำงานเป็นครูฝึกสอนพิเศษที่เชลเตอร์ฮ่องกงวันมะรืนนี้ถึงจะเดินทางกลับ เมื่อได้ฟังดังนั้นเอริก้าถึงกับเอามือก่ายหน้าผาก แล้ววันนี้ล่ะถ้าหากว่ามาซากิไม่กลับมามิฮารุก็ต้องตั้งหน้ารอเก้ออีกวันนึงน่ะสิ แล้วยิ่งเป็นวันนี้เสียด้วยมิฮารุทุ่มเทให้กับวันนี้มากเธอหวังว่าจะได้ใช้ช่วงเวลาท
ี่มีความสุขกับมาซากิอีกครั้งแต่มันกลับเป็นแค่ความฝันอันเลือนลางเท่านั้น เอริก้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเคทาโร่ซะเลยเรื่องระหว่างมิฮารุกับมาซากิว่าเขาในตอนนี
้คิดจะเอายังไงกับมิฮารุกันแน่ แค่นั้นน้ำเสียงเคทาโร่ก็เปลี่ยนไป เขาบอกรุ่นน้องว่าพวกเขาเองก็เป็นห่วงความสัมพันธ์ของทั้งคู่เช่นกัน ซึ่งอันที่จริงมันไม่น่าที่จะมีปัญหาใด ๆ แท้ ๆ เพราะในตอนนี้มาซากิกับมิฮารุไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทั้งในทางสังคมหรือในทางกฎหม
ายใด ๆ เลย พวกเขาสองคนมีอิสระที่จะรักกันอย่างเปิดเผยเพียงแต่ตอนนี้ปัญหากลับอยู่ที่ตัวของมาซ
ากิ คือเขานั้นยังคงโกรธมิฮารุในเรื่องผ่าน ๆ มาอยู่ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาของสองคนนี้เท่านั้นที่พวกเขาพ่อกับพี่ ๆ ไม่อาจที่จะเข้าไปก้าวก่ายได้เลย มาซากิจะต้องคิดเองสรุปเองให้ได้เท่านั้น หลังจากที่เคทาโร่วางสายไปแล้วเอริก้าไม่อยากจะคิดเลยว่า พรุ่งนี้มิฮารุจะรู้สึกยังไงเอริก้ารู้สึกสงสารมิฮารุเหลือเกิน แต่เธอก็คงจะช่วยอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้เสียแล้ว

     วันรุ่งขึ้นมิฮารุไม่ได้มาทำงาน ซึ่งเอริก้าก็คิดเอาไว้แล้วเธอพยายามโทรศัพท์คติดต่อหามิฮารุให้ได้เพราะกลัวว่าเธอจ
ะทำอะไรโง่ ๆ ลงไป โทรศัพท์บ้านดังต่อเนื่อง มิฮารุรีบมารับด้วยใจที่มีความหวังว่าคู่สายจะเป็นเขาคนนั้นแต่........

     มิฮารุ : มาซากิ!!!
     เอริก้า : ฉันเอง....มิฮารุซัง
     มิฮารุ : ............คุณเอริก้า......เอง...เหรอคะ?

ความหวังอันน้อยนิดมอดดับลงในพริบตา เธอรู้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาซากิปล่อยให้เธอรอคอยแต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาผิดสัญญา
ที่ให้ไว้กับเธอ เอริก้ารีบขอโทษแล้วบอกมิฮารุว่ามันที่จริงเธอน่าจะบอกมิฮารุก่อน ว่ามาซากิไม่อยู่เขาไปเป็นครูฝึกพิเศษที่เชลเตอร์ฮ่องกงกำหนดวันกลับมาในวันพรุ่งนี้
ซึ่งมิฮารุก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอบอกเอริก้ากลับไปว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเอริก้าหรอกแต่เป็นความผิดของเธอเองที่ได
้ทำเรื่องเจ็บปวดเอาไว้มากมายกับมาซากิ นี่.....ก็คงจะเป็นบทลงโทษที่เธอได้รับเมื่อได้ยินดังนั้นเอริก้าก็รู้สึกโมโห เธอบอกมิฮารุว่าตัวมิฮารุมีค่ามากและเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วมิฮารุต่างหากที่จะต้องหัดมองปัจจุบันนี้ไม่ใช่ยึดติดก
ับความผิดพลาดในอดีต แล้วมาซากิก็ต้องหันมามองหัวใจของมิฮารุด้วย

     เอริก้า : เอางี้นะ เดี๋ยวฉันจะลาพักร้อนให้ มิฮารุซังยังไม่ต้องมาทำงานจนกว่าสภาพจิตใจจะพร้อมนะ จำไว้นะตอนนี้มิฮารุซังจะต้องดูแลตัวเองให้ดีเข้าไว้เพื่ออนาคตของมิฮารุซังเองนะ
     มิฮารุ : ........ขอบคุณค่ะ คุณเอริก้า

มิฮารุยังคงรอเขากลับมาอยู่อย่างนั้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันกลับของเขาแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่เห็นมาซากิเปิดประตูเข้ามาเลย เธอยังรอ รอและรอเขา ในมือได้แต่กำโทรศัพท์มือถือไม่กล้าที่จะโทรออก มันช่างโหดร้ายเหลือเกินกับวาจาที่เชือดเฉือนของเขาในครั้งก่อน ผ่านมาอีกวันก็ยังคงไม่มีวี่แววการติดต่อกลับมาของมาซากิจากรุ่งเช้าจนพรบค่ำ ความรักมันทำให้มิฮารุเริ่มที่จะทนไม่ได้ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจใช้โทรศัพท์แต่คนที่เธอติดต่อไปหากลับเป็น.......

     เอริก้า : จ้า~ มิฮารุซังเหรอ? โทรมาทำไมดึกดื่นป่านนี้แล้ว
     มิฮารุ : คุณเอริก้า......คือฉันมีเรื่องจะรบกวนหน่อยค่ะ
     เอริก้า : !?

     เขต D3 ณ บ้านสองชั้นหลังหนึ่งของพวกหนุ่ม ๆ คืนนี้เคงโงต้องเข้าเวรที่โรงพยาบาลกะดึกอีกวัน ชินกิที่พึ่งจะกลับมาจากฐานเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานทักทายเคทาโร่ก่อนที่จะสลัดผ้าไป
อาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลให้สดชื่นซะหน่อย ตบท้ายด้วยเบียร์เย็น ๆ สักกระป๋องที่แช่เอาไว้ในตู้เย็น

     ชินกิ : ฮ้า~~ หลังอาบน้ำก็ต้องนี่เลย!
     มาซากิ : ระวังละกัน เขาว่ากินเบียร์หลังอาบน้ำเสร็จจะลงพุงได้ง่ายนะพี่ชินกิ

ถูกน้องชายแซวสักเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเดินไปเปิดโทรทัศน์ดูข่าวค่ำ ตั้งแต่กลับมาแล้วปกติจะต้องเห็นเนกิอยู่แถว ๆ นี้แท้ ๆ แต่วันนี้กลับเงียบผิดปกติเลยลองถามมาซากิดูว่าเนกิไปใหน น้องเล็กของบ้านตอบกลับแบบทันไดว่าตอนนี้เนกิมีนัดกินข้าวกับสาว

     ชินกิ : เฮ้ย! การตอแหลเป็นอาชญากรรมขั้นต้นนะเว้ย
     มาซากิ : โถ่......พี่.......!?

ตอนนั้นเองที่หน้าบ้านของพวกเขา เงาของคนปริศนาค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามาจนถึงหน้าประตูบ้าน เสียงออดหน้าบ้านร้องดังแสดงว่าตอนนี้พวกเขาคงกำลังจะมีแขกมาเยือน เคทาโร่สั่งให้ลูกชายรีบไปดูว่าดึกดื่นป่านนี้ยังจะมีใครมาหาพวกเขาอีก แต่ทันทีที่มาซากิเปิดประตูบ้านเขาก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นเธอคนนั้น

     มิฮารุ : มาซากิ.........
     มาซากิ : !?............................

ทุกคนในบ้านหลังนี้โดยเฉพาะมาซากิได้แต่ตะลึงงงที่แขกคนนี้เป็นมิฮารุ ชินกิที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยต้องรีบเดินไปใส่เสื้อ ทางมาซากิกลับยืนอยู่เฉย ๆ ไม่พูดหรือแม้แต่จะมองหน้าเธอเลยสักนิด

     เคทาโร่ : เอ่อ.....มาซากิ ทำไมไม่ชวนคุณจุนโดเข้ามาก่อนล่ะ
     มาซากิ : ไม่เป็นไร.......เธอกำลังจะกลับแล้ว.............

ผู้เป็นพ่อหวังดีให้ชวนฝ่ายหญิงสาวเข้ามาข้างในก่อนแต่ลูกชายกลับปฏิเสธโดยบอกว่าเธอ
คนนี้กำลังจะกลับแล้วเป็นการผลักใสไล่ส่ง จิตใจของมิฮารุในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอาไปเปรียบเทียบกับอะไรดีเมื่อเธอได้ยินคำ ๆ นั้นจากปากของเขา มันเป็นมากยิ่งกว่าความเสียใจทั้ง ๆ ที่เธออุตสาห์เดินทางมาหาเขาเองด้วยความคิดถึงจนสุดจะกล่าวแท้ ๆ แต่เขากลับใช้วาจาผลักใสเธอโดยทางอ้อมแบบนี้ เคทาโร่เองก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่ามาซากิจะใช้คำพูดแบบนั้นออกมา เขารีบตัดสินใจโยนพวงกุญแจรถให้ลูกชายเป็นการบังคับให้เขาไปส่งเธอ

     เคทาโร่ : ถ้าอย่างนั้นมาซากิก็ไปส่งคุณจุนโดซะ นี่มันดึกแล้วจะปล่อยให้ผู้หญิงกลับคนเดียวมันอันตราย

พ่อลูกสองคนนี้ได้แต่มองหน้ากันด้วยแววตาที่เอาจริงทั้งคู่ สุดท้ายมาซากิก็ต้องยอมทำตาม มิฮารุถูกมาซากิจูงมือไปขึ้นรถที่จอดเอาไว้ในโรงรถข้าง ๆ บ้านโดยที่เขาไม่ได้เปิดปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว

     ชายหนุ่มหญิงสาวอยู่ในรถยนต์กันแค่สองคน ฝ่ายชายได้แต่นิ่งเงียบไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหญิงได้พูดอะไรกับเขา มิฮารุแอบชำเลืองมองใบน้าของเขายามนี้เป็นระยะ ๆ แต่เส้นทางที่มาซากิเลือกใช้มันกลับเป็นทางอ้อมไม่ใช่ทางตรงดิ่งไปที่บ้านของหล่อนแต
่อย่างได ทิวทัศน์ของเมืองรอบ ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากย่านชุมชนมาจนถึงย่านดื่มกิน ที่ข้างทางทั้งซ้ายและขวาต่างก็เป็นโรงแรมรักทั้งนั้น มิฮารุเริ่มที่จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาก่อนที่เขาจะหยุดรถที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
สีหน้าของเขาที่เธอแอบเห็นมันไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อครู่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดออกมาคำหนึ่ง

     มาซากิ : จะแวะหน่อยมั้ยล่ะ............
     มิฮารุ : ...........แล้ว.......แล้วแต่มาซากิสิ……..

เธอตอบมาซากิกลับไปแบบกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ในที่สุดเขาก็ใส่เกียร์ขับรถออกมาจากย่านนั้นโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรอีก รถมาถึงที่หมายแล้วจอดอยู่ตรงด้านล่างของอพาร์ตเมนท์ ยิ่งเขาไม่พูดมันก็ยิ่งอึดอัด

     มิฮารุ : ....เอ่อ....มาซากิ......จะเข้าไปพักดื่มอะไรสักหน่อย.....จะดีมั้ย?

คำชวนของเธอมันเหมือนจะไร้ค่า เขาได้แต่เงียบเฉยเมยต่อคำชักชวนนี้ของเธอ เห็นมาซากิไม่ตอบตัวมิฮารุเองก็พอจะเข้าใจเขาอยู่ เธอเปิดประตูรถลงไปกำลังจะเดินขึ้นไปบนอพาร์ตเมนท์ “ปึง” เสียงปิดประตูรถดังขึ้นอีกเสียง มาซากิลงจากรถตามเธอมาติด ๆ ทันทีที่ทั้งสองเข้าไปข้างในบ้าน มิฮารุรีบที่จะเข้าไปในครัว เพื่อจะหาน้ำท่ามาให้มาซากิเสียหน่อยแต่ตอนนั้นเองเขากลับรีบจับมือข้างหนึ่งของเธอเ
อาไว้ ทั้งสองหันมาสบตากัน มิฮารุจ้องเข้าไปข้างในดวงตาของคนที่เธอรักคนนี้แล้วก็ค่อย ๆ เข้าไปซบที่กลางอก ฝ่ายชายเองก็ค่อย ๆ ลูบไล้ใบหน้าของเธอผู้นี้อย่างแผ่วเบาเช่นกัน ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่าแต่มาซากิที่มิฮารุเห็นในตอนนี้ได้ยิ้มให้กับเธอซึ่ง
มิฮารุเองก็ดีใจมาก

     มาซากิ : ........วันนั้นผมติดธุระสำคัญเลยมาไม่ได้.......ขอโทษด้วย.........
     มิฮารุ : อื้อ.......ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้จากคุณเอริก้าแล้วล่ะ.......มาซากิ....ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็สุขสันต์วันเกิดนะ


วันนี้มาซากินุ่มนวลกว่าครั้งก่อน ๆ ซึ่งมิฮารุก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขานี้ดี แสงจันทร์สาดส่องลงมาผ่านบานหน้าต่าง เธอคนนั้นหลับไปแล้วในอ้อมแขนของเขา แต่มาซากิกลับยังไม่หลับ เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างจ้องดูดวงจันทร์ที่เปล่งประกายเจิดจ้าในคืนวันเพ็ญ นี่คงจะได้เวลาไปเสียที มาซากิลุกลงจากเตียงสวมเสื้อผ้าเปิดประตูห้องออกมาและกำลังจะไป ตอนนั้นเองฝ่ายหญิงสาวตื่นขึ้นมาทันพอดี เธอไม่อยากจะสัมผัสความอ้างว้างในยามตื่นนอนตอนเช้าแบบนั้นอีกแล้ว เธอรีบคว้าข้อมือรั้งเขาเอาไว้โดยที่เนื้อตัวเธอมีแค่ผ้าห่มผืนบางคาดอกไว้เท่านั้น

     มิฮารุ : มาซากิ.....จะไปไหนเหรอ อย่าไปเลยนะ
     มาซากิ : ผมจะกลับบ้าน........ปล่อยมือผมได้แล้ว
     มิฮารุ : บ้าน? ก็ที่นี่ไงล่ะ....ที่นี่ไง....บ้านของมาซากิ....บ้านของเรายังไงล่ะ

คำว่า “บ้านของเรา” มันทำให้เขาหยุดแล้วหันกลับไปหาเธอช้า ๆ จนมิฮารุหลงดีใจว่าเขาจะไม่ไปไหนแล้วแต่มันไม่ใช่ เขาค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ใบหน้าของหล่อน รอยยิ้มที่เขาเคยมีให้เธอจนมาถึงเมื่อครู่กลับกลายเป็นอีกแบบที่ตรงกันข้าม

     มาซากิ : หึ ๆ ๆ ๆ ๆ บ้านของเราเหรอ? มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว......ที่นี่....ไม่ใช่บ้านของผม  ที่นั่นต่างหากที่เป็นบ้านของผม มีพ่อกับพี่ชายอีกสองคนกำลังรอผมกลับไปอยู่ ไม่ใช่ที่นี่!! ที่มีแต่ความปวดร้าวจากการถูกแทงข้างหลังด้วยน้ำมือของผู้หญิงคนที่ผมเคยคิดว่าเป็นครอบครัวหรอก!!  มันไม่มีอีกแล้ว!!! จะบอกอะไรให้............ผมน่ะ......ว่าไอ้การที่เราได้นอนด้วยกัน มันไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับผมเลย.............

เขาสลัดแขนข้างนั้นของเธอออกแล้วก็จากไป มิฮารุถึงกับทรุดที่ได้ยินมาซากิพูดแบบนั้น เธอได้แต่นั่งขดตัวร้องให้สะอื้นโดยที่มือทั้งสองกุมไว้ตรงบริเวณท้องน้อย

     มิฮารุ : มีสิ......ทำไมจะไม่มีล่ะ......มาซากิ.....ก็เราน่ะกำลังจะเป็นครอบครัวกันจริง ๆ แล้วนะ ฮือ....ๆ....ๆ..ๆ.....โฮ...ๆ...ๆ...ๆ .............


- หมดด้ายเส้นที่ 21 -



ความสัมพันธ์ของเขาและเธอค่อย ๆ ที่จะเกิดรอยร้าวมากขึ้นจากการกระทำที่แข็งกระด้างของมาซากิ แล้วถ้าเป็นแบบนี้แล้วมิฮารุจะทำเช่นไร

จบกันไปแล้วในตอนก่อนสุดท้าย หลายคนคงจะมีคำถามในใจนะครับว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นในตอนท้ายกับอาการของมิฮารุ ซึ่งผมเองก็คิดว่าหลายคนคงจะเดาออกแล้ว ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของภาค RAL the Crimson ซึ่งบทสรุปทั้งหมดจะจบลง และในตอนหน้าก็จะมีแอคชั่นปิดท้ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย มาช่วยกันลุ้นนะครับว่าจะจบลงยังไง

แล้วพบกันวันอังคารครับ(วันจันทร์ผมไม่ว่างพอดี) Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 21
Reply #1 - 27.11.08 at 18:11:12
 
ตอนนี้เนื้อหาค่อนข้างรุนแรงจังนะครับ สงสารมิฮารุจริงๆ ใกล้ถึงบทสรุปแล้ว หวังว่ายังคงมีความหวังเหลืออยู่บ้างน้า

ฟิล์ม: มาคุงใจร้าย Cry

พระแม่จักรวาล: เห็นมั้ย มิลเฟ่ ผู้ชายทั้งโลก ไม่มีใครดีซักคน Smiley

มิลเฟ่: ถามไถ่ทั่วหล้า รักนั้นคือไฉน จึงมอบแก่กันไว้ด้วยชีวิต Roll Eyes

ตูน: ไอ้มาซากิ ทำไมแกถึงร้ายได้ขนาดนี้วะ ข่มขืนเค้าแล้วยังมีหน้าทำเย็นชาใส่อีก ถึงสวรรค์ให้อภัย แต่ข้าไม่ให้อภัยว้อย Smiley

เมฆา: สหายเรา จริงๆแล้วอยากพูดอะไรกันแน่ Smiley

ตูน: อิจฉาง่า อยู่กับฟิล์มมาสามปีกว่า ห้องเดียวกันด้วย แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ฮือๆๆๆๆๆๆ Cry


ฟิล์ม: เคราะห์ดีที่เราย้ายไปอยู่บ้านเมฆา Shocked

บรุคลิน: อาจารย์ครับ คนรักกัน จำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ Smiley

เหล่ยอู๋จี้: ศิษย์ข้า ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจได้นะ Cool
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge