THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Pages: 1 2 3 4 5 6 ... 22
Print
ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน (Read 150386 times)
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #60 - 10.11.08 at 11:38:04
 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายตัดฟืนอาศัยอยู่ในป่า ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  จนกระทั่งวันหนึ่ง ปรากฏร่างเทวดาตรงหน้าชายตัดฟืนคนนั้น
“เราจะมอบของล้ำค่า เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนที่เจ้าเป็นคนดี มันคือยักษ์วิเศษ
“เทวดากล่าวและบรรยายสรรพคุณต่อ “เจ้ายักษ์ตนนี้มีความสามารถสูง มันเกิดมาเพื่อทำงาน มันสามารถทำงานให้เจ้าได้ทุกอย่าง และทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ที่สำคัญมันทำงานได้เร็วมากเลย”
“แต่..” เทวดาเว้นวรรคเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “เจ้าต้องระวังหากไม่สามารถหางานให้มันทำได้ละก็…มันจะกลับมาเล่นงานเจ้าเอง มันจะเล่นงานเจ้าถึงตายเชียวนะ”

ชายตัดฟืนตัดสินใจรับยักษ์วิเศษไว้ แล้วเขาก็พามันกลับบ้าน
ทันทีที่เข้าบ้าน ยักษ์ตนนั้นก็เริ่มกล่าวว่า “นาย ๆ มีอะไรให้ข้าฯ ทำบ้าง”
ชายตัดฟืนได้มอบหมายงานให้ยักษ์ไปทำความสะอาดบ้านที่รกรุงรัง ตัวเองก็กระหยิ่มใจที่ได้พัก ขณะที่เขากำลังจะเอนตัวลงงีบ ก็ได้ยินเสียงชัดเจนดังข้างหูว่า “นาย ๆ ข้าฯ ทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้ว มีอะไรให้ข้าฯ ทำอีก”
ชายตัดฟืนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง บ้านสะอาดหมดจดอย่างไม่มีที่ติ เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสั่งให้ยักษ์ไปตัดฟืนที่เขาทำค้างไว้เป็นงานชิ้นใหญ่ที่ทำให้เข
าพอมีเวลา

จากนั้นชายตัดฟืนได้ไปปรึกษาท่านผู้รู้ประจำหมู่บ้าน หลังจากฟังคำแนะนำชายตัดฟืนได้กลับถึงบ้าน เจ้ายักษ์เสร็จงานผ่าฟืนพอดี
“นาย ๆ ผมผ่าฟืนเสร็จแล้วมีอะไรให้ผมทำอีก” น้ำเสียงของเจ้ายักษ์ส่อเลศนัยว่ามันจะได้กินชายตัดฟืนเป็นอาหารแน่ ๆ
ชายตัดฟืนเริ่มทำตามแผนทันที เขาสั่งให้ยักษ์พาตนไปยังต้นไม้สูงกลางป่า ณ ต้นไม้นั้นเขาสั่งให้เจ้ายักษ์ให้ลิดกิ่ง ลิดใบออกจนหมด ต้นไม้สูงต้นนี้จึงดูเหมือนเสาโล้น ๆ ต้นหนึ่ง

“นับจากนี้ไป” ชายตัดฟืนกล่าว “เมื่อใดที่เจ้ายืนอยู่ที่โคนต้นงานของเจ้าคือให้ปีนขึ้นไปจนสุดปลายยอดไม้” เขาเว้นเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อ “และเมื่อใดที่เจ้าอยู่ปลายยอดไม้ งานของเจ้าคือให้ปีนลงมายังโคนต้นไม้”
คำสั่งสองคำนี้ทำให้เจ้ายักษ์ทำงานเป็นวงจรอันไม่รู้จบ ผลก็คือเมื่อใดที่ชายตัดฟืนมีงานให้ทำ เขาก็เรียกเจ้ายักษ์มาใช้ ครั้นเมื่องานเสร็จสิ้นลงเขาก็ใช้ให้เจ้ายักษ์ไปปีนต้นไม้…..

ยักษ์วิเศษตนนี้ก็คือความคิดของมนุษย์นั่นเอง ใช่หรือไม่ที่ความคิดของมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความสามารถสูง เป็นสิ่งที่เร็วยิ่ง มนุษย์มีเทคโนโลยีอันทันสมัย เดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้ ก็เพราะความคิดนี่เอง แต่..บ่อยครั้งที่เราพบว่าเพราะความคิดนี่แหละ กลับมาเล่นงานมนุษย์เสียเอง บางคนคิดมากจนบั่นทอนสุขภาพ บ้างถึงกับจบชีวิตตนเองลงด้วยซ้ำ ก็เพราะเจ้าความคิดนี่เอง ต้นไม้ในนิทานก็คือลมหายใจในตัวเรานั่นเอง ซึ่งจะเดินทางขึ้นลง จากปอดขึ้นสู่จมูกจากจมูกลงสู่ปอดเท่านั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ผู้มีปัญญาย่อมรู้จักที่จะใช้ความคิดของตนเองให้เกิดประโยชน์ ครั้นเมื่อว่างจากการคิด ก็ควรหมั่นฝึกนำจิตของตนมารู้อยู่กับลมหายใจเข้าและลมหายใจออก หรือ นั่งสมาธิ ให้จิตสงบนั่นเอง   ผู้ที่ทำได้เช่นนี้ ก็จะยังชีวิตที่เป็นประโยชน์และเป็นสุข.


ขอขอบคุณเวป
http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%...

Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #61 - 11.11.08 at 08:18:10
 
เรื่องยักษ์นี่สุดยอดครับ เข้าใจเปรียบเทียบได้ดีจริงๆ ผมว่าจิตของคนนี่แหละครับ ที่มีพลังยากจะวัดได้ถ้าเราใช้เป็นนะ

*****************************************

หลวงพ่อชา สุภทฺโท : เรื่องจิตนี้...
เรื่องจิตนี้...


การปฏิบัติเรื่องจิตนี้...ความจริงจิตนี้ไม่เป็นอะไร มันเป็นประภัสสรของมันอยู่อย่างนั้น มันสงบอยู่แล้ว ที่จิตไม่สงบทุกวันนี้ เพราะจิตมันหลงอารมณ์ตัวจิตแท้ๆ นั้นไม่มีอะไรเป็นธรรมชาติอยู่เฉยๆเท่านั้น ที่สงบ ไม่สงบ ก็เป็นเพราะอารมณ์มาหลอกลวง จิตที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่มีความฉลาด มันก็โง่อารมณ์ก็มาหลอกลวงไปให้เป็นสุข เป็นทุกข์ ดีใจ เสียใจ จิตของคนตามธรรมชาตินั้นไม่มีความดีใจ เสียใจ ที่มีความดีใจเสียใจนั้นไม่ใช่จิต แต่เป็นอารมณ์ที่มาหลอกลวง จิตก็หลงไปตามอารมณ์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็เป็นสุขเป็นทุกข์ไปตามอารมณ์ เพราะยังไม่ได้ฝึก ยังไม่ฉลาด แล้วเราก็นึกว่าจิตเราเป็นทุกข์นึกว่าจิตเราสบาย ความจริงมันหลงอารมณ์


พูดถึงจิตของเราแล้วมันมีความสงบอยู่เฉยๆ มีความสงบยิ่งเหมือนกับใบไม้ที่ไม่มีลมมาพัดก็อยู่เฉยๆ ถ้ามีลมมาพัด ก็กวัดแกว่ง เป็นเพราะลมมาพัด และก็เป็นเพราะอารมณ์ มันหลงอารมณ์ ถ้าจิตไม่หลงอารมณ์แล้วจิตก็ไม่กวัดแกว่ง ถ้ารู้เท่าอารมณ์แล้วมันก็เฉย เรียกว่าปกติของจิตเป็นอย่างนั้น ที่เรามาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อใหเห็นจิตเดิม เราคิดว่าจิตเป็นสุข จิตเป็นทุกข์ แต่ความจริงจิตไม่ได้สร้างสุข สร้างทุกข์ อารมณ์มาหลอกลวงต่างหาก มันจึงหลงอารมณ์ ฉะนั้น เราจึงต้องมาฝึกจิตให้ฉลาดขึ้น ให้รู้จักอารมณ์ไม่ให้เป็นไปตามอารมณ์ จิตก็สงบ เรื่องแค่นี้เองที่เราต้องมาทำกรรมฐานกันยุ่งยากทุกวันนี้


ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่ เป็นอยู่นั้น มันเป็นสักแต่ว่า "อาศัย" เท่านั้น ถ้ารู้ได้เช่นนี้ ท่านว่า รู้เท่าตามสังขาร ทีนี้แม้จะมีอะไรอยู่ก็เหมือนไม่มี ได้ก็เหมือนเสีย เสียก็เหมือนได้...

พระโพธิญาณเถร

(หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
.
*********************************************

ลมหายใจของชีวิต คือ ลมหายใจแห่งการเรียนรู้


ลมหายใจยังมี...ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป


เรียนรู้ด้วยหัวใจ


****************************************
หากหัวใจดี.............ทุกสิ่งจะดีตาม

หากหัวใจพร้อม...ทุกสิ่งพร้อม

หากหัวใจสู้.............ทุกสิ่งยังมีหวัง

หากหัวใจมุ่งมั่น....ความฝันไม่ไกล

หากหัวใจศรัทธา..นำพาความสำเร็จ

ดูแลหัวใจ..เพื่อรับสิ่งดีๆในลมหายใจของชีวิต

เหนื่อยนักพักก่อน...แล้วค่อยๆก้าวเดินต่อไป

***********************************

ไม่มีใคร..ประสบความสำเร็จหรือได้รับสิ่งดีๆเสมอไป

ไม่มีใคร..ลำบากหรือเจอปัญหาตลอดเวลา

ชีวิตมีขึ้นลง....เช่นดัง ดวงตะวัน และเกลียวคลื่น

*****************************************

เพิ่มพลังให้แก่หัวใจ  เพิ่มกำลังใจให้แก่ตัวเรา

แบ่งปันสิ่งดีๆแก่กันและกัน

เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับชีวิตตนเอง  ชีวิตผู้คนรอบข้าง

และผืนแผ่นดิน
***************************************
http://gotoknow.org/

Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #62 - 11.11.08 at 09:21:39
 
ไม่มีใคร..ประสบความสำเร็จหรือได้รับสิ่งดีๆเสมอไป

ไม่มีใคร..ลำบากหรือเจอปัญหาตลอดเวลา

ชีวิตมีขึ้นลง....เช่นดัง ดวงตะวัน และเกลียวคลื่น



ชอบประโยคข้างต้นนี้มากครับ

ขอบคุณ คุณลู มากครับ

Smiley Smiley Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #63 - 11.11.08 at 13:05:07
 
ผมนำ “กล่องข้าว” ไปกินที่โรงเรียนครั้งแรกตอน ม.1 เหตุผลสำคัญจริงๆ ก็คือทำตามเพื่อน ในชั้นเรียนนั้นมีเพื่อนนำอาหารมากินตอนพักเที่ยงกันกว่าครึ่งห้อง ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มีทั้งที่ใส่ปิ่นโต ใส่กล่อง และบางคนใส่ห่อมาก็มี เมื่อถึงเวลาพักก็เอามาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันกิน ถามเพื่อนว่าทำไมเอาข้าวมากิน ส่วนใหญ่บอกว่าซื้อกินเองแพง ไม่มีเงินพอ บางคนบอกว่าอาหารที่โรงอาหารไม่อร่อย กินของแม่อร่อยกว่า เลยนำอาหารที่บ้านมาเอง และบางคนเห็นเพื่อนกินข้าวกล่องกันเยอะๆ ดูแล้วสนุกดี แถมบางคนก็เป็นเพื่อนสนิท ไม่อยากจะแยกกัน ก็เลยเอามากินเป็นเพื่อนด้วย

ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มหลังนี้ ที่บ้านมีปิ่นโตอยู่แล้ว แต่ผมไม่สะดวกกับการหิ้วปิ่นโต เพราะบ้านอยู่ต่างอำเภอขณะที่โรงเรียนอยู่ในตัวจังหวัด ถ้าต้องหิ้วปิ่นโตและโหนรถสองแถวด้วยคงลำบาก แม่จึงซื้อกล่องข้าวอันใหม่ให้จำได้ว่าเป็นกล่องสีฟ้า ข้างในนอกจากมีพื้นที่ใส่ข้าวแล้วยังแบ่งเป็นช่องเล็กๆ ใส่อาหารได้ถึง 3ช่อง สำหรับบางคน การห่อข้าวเป็นความสะดวกและเรียบง่าย แต่กับผมไม่ใช่เพราะที่บ้านปกติ จะซื้ออาหารสำเร็จมาทาน เนื่องจากแม่ผมไม่ค่อยแข็งแรง ไม่สบายด้วยโรคมากมายรุมเร้า ทั้งโรคหัวใจ โรคความดัน โรคอ้วน และไขมันในเส้นเลือดสูง แต่ผมไม่อยากจะซื้อแกงถุงสำเร็จรูปเพราะธรรมเนียมของการกินข้าวกล่องที่โรงเรียนคือ ต้องเป็นอาหารที่ทำมาจากบ้าน มีการชื่นชมและอวดฝีมือของแม่ๆ กัน ถ้าซื้อแกงไปก็เสียฟอร์ม

เมื่อผมบอกแม่ว่าอยากได้อาหารที่แม่ทำเองไปอวดให้เพื่อนเห็นฝีมือบ้างท่านก็ยิ้มรับค
ำ จากนั้นทุกเช้าแม่จะต้องฝืนสังขารลุกขึ้นมาหุงข้าวเตรียมอาหารให้ ปัญหาต่อมาคือตอนเด็กๆ ผมไม่กินผัก และไม่กินพวกไข่ต้ม ไข่เจียว แม่จึงต้องทอดไก่ ทอดเนื้อหรือทำแกงต่างๆ ให้ ซื่งต้องใช้เวลาและขั้นตอนต่างๆ นานพอสมควร แต่กระนั้น ทุกเช้า “กล่องข้าวสีฟ้า” ของผม ก็ถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยเสมอ แต่แล้วกินข้าวกล่องอยู่ได้ไม่นานนักผมก็ล้มเลิกโครงการนี้ เพราะรู้สึกอึดอัดกับคำถามและสายตาของคนรอบข้างเพราะเริ่มเป็นวัยรุ่น จึงอายที่จะถูกมองว่าเป็นเด็กที่ห่อข้าวมากินเพราะความยากจน เมื่อกลับมาบอกยกเลิกที่บ้าน โดยบอกเหตุผลว่าอายเพื่อนนั้น แทนที่แม่จะโล่งใจเพราะไม่ต้องเหนี่อยอีก ท่านกลับอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา และจากวันนั้นมา ผมก็ไม่สนใจอีกว่าแม่จะเก็บกล่องข้าวสีฟ้าไว้ที่ไหน

…*ม**ายตอนผมเรียน ม.6 ไม่ทันอยู่จนเห็นผมเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ทำงาน และมีครอบครัว ตามที่ท่านอยากจะเห็น เราย้ายบ้านอีกหลายครั้ง ทั้งข้าวของและคนในครอบครัวเริ่มกระจัดกระจายพลัดพรากกันไป ไม่ใช่แต่เพียงกล่องข้าวใบนั้นหรอกที่หายไป ความทรงจำหลายอย่างก็สลายสูญ ขณะที่ชีวิตของผมก็ต้องดำเนินต่อไป

…สองสามเดือนมานี้ ผมเริ่มทดลองที่นำอาหารจากบ้านใส่กล่องไปทานที่ทำงานตอนพักเที่ยง แล้วก็ได้พบว่านอกจากจะได้ทานอาหารแนวสุขภาพที่เราควบคุมได้เต็มที่เพราะทำเองแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดเงินได้มาก ซึ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ค่อนข้างมีความจำเป็น น่าแปลกที่การนำข้าวกล่องมากินครั้งนี้ผมไม่อายสายตาคนรอบข้างอีก หลังผ่านวันเวลาของชีวิต ผมเรียนรู้ว่า ถ้ากระทำในสิ่งที่มีเหตุผลพอ ก็ไม่ต้องเกรงว่าใครจะหมิ่นหยาม ความหวั่นไหวมักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเริ่มดูถูกตัวเองต่างหาก

เช้าวันนี้ ผมมองดูภรรยาจัดเตรียมอาหารใส่กล่อง แค่ผัดผักบุ้งไฟแดงและปลาทูนึ่งสองตัวก็คงพออิ่มสำหรับมื้อเที่ยง ร่างเล็กๆนั้นเคลื่อนไหวไปทั่วทั้งบริเวณครัวอย่างกระฉับกระเฉง ทั้งๆ ที่เธอเองก็เพิ่งฟื้นไข้มาไม่นานนัก ผมพลันหวนนึกถึงแม่วูบขึ้นมา เห็นภาพหญิงอ้วนวัยกลางคน ซ้อนทับอยู่กับภาพหญิงสาวร่างเล็กเบื้องหน้า แล้วน้ำใสในดวงตาผมก็ท้นเอ่อออกมา… มองกล่องข้าวสีขาวเบื้องหน้า ผมพลันรู้ตัวขึ้นมาทันทีว่า “กล่องข้าวสีฟ้า”ที่เคยคิดว่ามันหายไปแล้วนั้น แท้จริงมันไม่ได้หายไหนเลย เพียงแต่ผมค้นหามันพบช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง….


ขอขอบคุณเวป
http://www.9mot.com/2008/03/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%...
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #64 - 13.11.08 at 07:26:20
 
ทุกวันนี้ผมยังเอาข้าวไปทานที่ทำงานทั้งกลางวันและเย็นครับ ไม่ใช่จะประหยัดนะครับ แต่อาหารที่ไปทานบางครั้งแพ้ครับ และควบคุมรายการอาหารตามหมอสั่งครับ คุณน้าหรือคุณแม่คนที่2ทำให้ กลางวันนั่งทานข้าวในรถ เย็นทานในห้องทำงาน

********************************************
ให้เงินพ่อแม่ เพื่ออะไร!

บทความบางตอนจาก
หนังสือ "หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ" ของ
พ.อ.(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน, สมคิด ลวางกูร

(เป็นบทความ นะครับ อ่านช้าๆ เดี๋ยว งง ประโยคสนทนาครับ)

พอกราบคุณย่าเสร็จ ผมก็หันมาคุยกับอาจารย์ ถามว่าอาจารย์กำลังทำอะไรครับ
อาจารย์ตอบผมว่า กำลังตัดรายจ่ายอยู่ .. คุณทองคำ

ผมต้องจ่ายค่าแม่ครับ คนขับรถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และให้แม่อีกเดือนละ 300 บาท
รายได้กับรายจ่ายตอนนี้ มันไม่สัมพันธ์กัน ต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง


ผมก็ทำหน้าที่ เป็น advisor ว่า “เงินเดือนที่ให้แม่เดือนละ 300 บาท ตัดได้นี่ครับ”

อาจารย์หันมามองหน้าผม…แล้วยิ้ม “ทำไมล่ะ”

ผมบอกว่า “อาหาร 3 มื้อ อาจารย์ก็จัดไว้ให้เรียบร้อย .. เสื้อผ้า อาจารย์ก็ซื้อให้ใหม่ปีละ 3 ชุด เรียบร้อย… เจ็บป่วยไม่สบาย อาจารย์ ก็พาไปหาหมอให้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นเงินเดือน 300 นี้ ตัดได้ครับ”

ท่านบอกว่า“ตัดไม่ได้เด็ดขาด คุณทองคำ 300 บาทนี่ สำคัญที่สุด”

“ เงิน 300 บาทนี้ สำหรับ เลี้ยงหัวใจแม่ “ ผมฟังแล้วสะอึก “โอ .. นี่เป็นเงินเลี้ยงหัวใจแม่”


พวกเราเคยได้ยินไหมครับ
ผมนึกว่าให้อาหาร … เสื้อผ้า … เจ็บป่วยก็เอาหมอมารักษา น่าจะพอแล้ว


ท่านบอกว่า “ อาหารกินแล้วก็ไปส้วม เสื้อผ้า เก่าแล้ว ก็เป็นผ้าขี้ริ้ว หมอรักษา ก็รักษาอาการทางกาย สิ่งต่างๆ ที่เราจัดให้นี้ เป็นอาหารกาย แต่ 300 บาทนี่ เป็นอาหารเลี้ยงหัวใจแม่

“หัวใจ ต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้ .. เอิบอิ่ม .. เบิกบาน.. เป็นสุข” คุณทองคำลองนึกดู “คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่ เป็นยังไง ? “หัวใจมันแฟบ” หัวใจมันเห*่ยวเฉา.. เหมือนดอกไม้ยามเย็น”

ใครที่เป็นข้าราชการจะรู้ .. พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเห*่ยว ๆ ยังไงชอบกล ไม่มีเงินค่ารถ ไม่มีเงินค่าอาหาร ไม่มีเงินซื้อข้าวสาร มันเห*่ยวจนไปถึงสิ้นเดือน


แม่อยู่กับเราก็จริง แต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่ … หัวใจท่านเห*่ยว

พอถึงวันเงินเดือนออก ทุกคนหน้าบาน..เหมือนดอกไม้ยามเช้า จิตใจสดชื่น...เบิกบาน...มีความสุข
รับเงินเดือนมาใหม่ๆ หน้าสดใส สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด


ทุกสิ้นเดือน พอเงินเดือนออก ผมเข้าไปกราบแม่ บอกแม่ว่า วันนี้เงินเดือนออกครับ
ผมนำเงินมาบูชาพระคุณแม่ 300 บาทครับ เอาเงิน 300 บาทใส่มือแม่
แม่ก็ให้ศีล ให้พร ยกหมอนขึ้น เอาเงินวาง แล้ววางหมอนทับ มีความสุข เดือนละ 300 สามสี่เดือน ก็เป็นพันใช่ไหมครับ

แล้วเงินนี่สำคัญยังไง เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร?

ท่านเล่าต่อว่าตอนนั้น ท่านมีลูก 2 คนเป็นผู้หญิงทั้งคู่กำลังท้องคนที่ 3
วันหนึ่ง ก็พาเมียไปโรงพยาบาล แม่ถามว่า คลอดหรือยัง? ยังครับแม่
วันต่อมาถามอีก คลอดหรือยังคลอดแล้วครับแม่
ผู้หญิงหรือผู้ชาย? ผู้ชายครับ โอ๊ย...แม่ดีใจจังเลย ได้หลานไว้สืบสกุล


แต่ก่อนทองคำบาทละ 400 อาจารย์รีบไปซื้อทองมาให้
วันรุ่งขึ้นแม่เขาอุ้มลูกขึ้นมาหาย่า ย่ากอดหลานชาย...สวมสายสร้อยให้เป่าหัวให้เสร็จ

พอเด็กคนนี้โต พูดได้ มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้
คุณย่าซื้อให้…ชี้มือไปที่คนตาบอด
คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคือคุณย่า ไม่ใช่พ่อแม่
เพราะเงิน 300 บาท…นี่เสกให้คนตาบอดขลัง
ถ้าคุณย่าไม่มีเงิน จะรับขวัญหลานได้อย่างไร ?


เห็นไหมครับ ? ไม่ใช่ว่า.. พอโตขึ้น..
มีคนถามว่า..คนนี้เป็นใคร..บอกว่า ...
ยายแก่ตาบอดนี่.. มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่..



เห็นหรือยังคุณทองคำ
เงินเดือนๆ ละ 300 บาทนี่ ทำให้คนแก่ตาบอด กลายเป็นเทพเจ้า


..สร้อยนี่ คุณย่าให้...วันดีคืนดีนะ คุณทองคำ
แม่ครัว ล้างชามเสร็จ คุณย่าก็บอกให้มานวดขาให้
แม่ครัวหน้ามุ่ย ทำงานเหนื่อยจะตายยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำ ๆ หน้าคว่ำ
พอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 30 บาท แม่ครัวยิ้มหน้าบานยกมือไหว้ขอบคุณค่ะ
วันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จรีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ วันนี้นวด...อีกไหมคะ..คุณย่า


เห็นไหมเงินเดือน300 บาท ที่เราให้แม่เรานี่ มันมีฤทธิ์
มีคน.. มายกมือไหว้ มีคน มาปรนนิบัติ มีคน มานวดให้
ถ้าไม่มีเงินเดือนๆ ละ300 บาทนี้ แม่เราจะมีฤทธิ์ได้อย่างไร




ป.ล. บทความนี้ ทองคำ ราคา บาท ละ 400 นะครับ

http://romphosai.com/forums/forum11/thread3992.html

*****************************************

ส่วนตัวผมเคยให้คุณยายสมัย15ปีก่อนนู้นเดือนละ 5,000 เนื่องจากท่านเลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็ก ท่าน ไว้ซื้อยา ทำผม ทำเล็บ แถมบางทีทำกับข้าวไว้ด้วย ทั้งๆที่เราทานข้าวนอกบ้านประจำ

จนท่านเสียไปเมื่อ12 ปีก่อน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านรวยกว่ามากๆ ผมเลยพาไปทานข้าวอย่างเดียวครับSmiley


Back to top
« Last Edit: 13.11.08 at 07:32:15 by Loucipher »  
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #65 - 13.11.08 at 07:58:21
 
ขอบคุณ คุณลู มาก ๆ ครับ

อ่านทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัวของ คุณลู และอ่านเรื่องที่ คุณลู นำมาฝาก ทำให้รู้สึกอิ่มเอบใจมาก ๆ ครับ

Thanx Embarrassed Thanx Embarrassed
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #66 - 17.11.08 at 10:45:43
 
ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี
จำเป็นต้องรอเวลาถึง3 ชั่วโมง  ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อ
ไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม
และคุ๊กกี้ 1 ห่อและเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ

    เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง
เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ
เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่ม
ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา

            ...........
  สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ
ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุกกี้ออกจากถุง

ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้น
เธอมองด้วยความโกรธ...!!
แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา


    ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย...กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า


"ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"

    ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
ทั้งสองส่งสายตามองกัน...เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย
เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น
ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น....

    เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
"เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ   ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม

    ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก
ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....
คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน

    เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า
มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง...

    มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด...
มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น...
และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง
ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย

    นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า…..

"เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?   และ
เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"
แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า
มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง...

    มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด...
มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น...
และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง
ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย

    นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า…..

"เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?   และ
เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"


Credit With Thanks
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=18870.0
Back to top
 
 
IP Logged
 
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 44
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #67 - 17.11.08 at 11:19:49
 
SmileySmileyมองในแง่ดีเข้าไว้ใช่ไหมครับSmileySmileySmiley
เรื่องบางเรื่อง มันอาจจะมี2ด้าน 2มุม ให้เราเลือกจำเอาไว้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเราใช่ไหมครับ
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #68 - 17.11.08 at 12:42:05
 
Maisinders wrote on 17.11.08 at 11:19:49:
SmileySmileyมองในแง่ดีเข้าไว้ใช่ไหมครับSmileySmileySmiley
เรื่องบางเรื่อง มันอาจจะมี2ด้าน 2มุม ให้เราเลือกจำเอาไว้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเราใช่ไหมครับ


การมองโลกในแง่ดี ถือเป็นกลไลทางธรรมชาติวิธีหนึ่งในการช่วยให้พ้นจากความทุกข์

หากความรักถูกปฏิเสธ ถ้ามองในแง่ร้าย ก็จะเหมือนกับโลกทั้งโลกเศร้าหมอง และรู้สึกตัวเองไร้ค่า ไม่มีใครต้องการ

แต่หากมองโลกในแง่ดี จะพบว่าคนรอบข้าง เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ญาติสนิท และมิตรสหาย ต่างก็เป็นห่วงใยเราอยู่ ที่ผ่านเราไม่ได้อยู่คนเดียว หากแต่เราเป็นฝ่ายทิ้งพวกเขาต่างหาก

ถ้ามองในแง่ดี จะพบว่า เราจะมีเวลาให้กับคนที่รักและห่วงใยเราอย่างแท้จริงมากขึ้น

Back to top
 
 
IP Logged
 
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 44
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #69 - 17.11.08 at 13:22:00
 
ผมนึกถึงเรื่องอาจารย์สอนป.โท ที่พี่เคยเล่าให้ฟัง  ที่เอาลูกบอลใส่ขวดโหลและเติมทรายใส่เป็นสิ่งสุดท้าย
..
   ครอบครัว  เพื่อน  และงาน  เงิน  ส่วนเรื่องอื่นๆ..  ก็คงช่างมัน
Back to top
 
 
IP Logged
 
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 44
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #70 - 17.11.08 at 13:23:08
 
อ้อ.อออ  น้ำต่างหาก ที่เป็นสิ่งสุดท้าย แฮ่ๆ ลืมไปSmiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #71 - 18.11.08 at 06:35:39
 
Quote:
มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด...
มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น...
และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง
ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย

   นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า…..



อันนี้เห็นด้วยครับ มีหลายครั้งที่ผมเกือบตำหนิลูกน้องผมไป โชคดีที่ผมได้ทราบความจริงก่อน ก็คิดเหมือนกันว่า "เกือบไปแล้ว"  บางทีปัญหาวุ่นวายมันเกิดจากการที่เราเข้าใจผิด ตัดสินคนอื่นไปก่อนครับ

**********************************

ข้อความดีๆที่อยากให้อ่าน

การที่คุณบอกความในใจกับใครคนนั้นไป มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย
เพราะบางทีใครคนนั้นอาจกำลังรอคำพูดของคุณอยู่


เรือที่จอดอยู่ในท่าจะปลอดภัยที่สุด
แต่เรือไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้จอดอยู่ในท่า


เธอจะพบความสวยงามของมหาสมุทรได้อย่างไร หากเธอไม่กล้าพอที่จะออกไปไกลจากฝั่ง


สำหรับคนที่มีความอดทน แม้ชั่วโมงที่ยากลำบากที่สุดก็ยาวนานเพียง 60 นาที


วันที่ยาวนานที่สุด คือวันที่หัวใจของเธอไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ


ฉันเป็นคนมั่งมี ไม่ใช่เพราะฉันมีมากมาย แต่เป็นเพราะว่าฉันมีมากพอ


เทียนที่นำไปจุดเทียนเล่มอื่น จะไม่สูญเสียความสว่างของตัวเอง แต่จะทำให้ห้องสว่างไสวขึ้น


บางครั้ง เราอาจไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง ฉะนั้น จึงไม่ควรตัดสินการกระทำของคนอื่น


ถ้ามองแต่ความผิดของคนอื่น เธอจะมีแต่ความเกลียด ถ้ามองแต่ความดีของคนอื่น เธอจะมีแต่ความรัก


เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น อย่ามัวคิดว่าใครเป็นคนทำ แต่จงคิดว่าจะแก้ไขได้อย่างไร


เมื่อพบความผิดพลาด ก็นับว่า ความผิดพลาดนั้นได้รับการแก้ไขไปแล้วส่วนหนึ่ง


หากเธอยอมรับประโยชน์จากแสงสว่าง และความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์
เธอต้องยอมรับผลของพายุของฝนฟ้าคะนองด้วย


ความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับการกระทำ ไม่ใช่การอธิษฐาน



credit โดย :nong_1363@hotmail.com


Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #72 - 18.11.08 at 07:49:29
 
วันที่ยาวนานที่สุด คือวันที่หัวใจของเธอไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ


ฉันเป็นคนมั่งมี ไม่ใช่เพราะฉันมีมากมาย แต่เป็นเพราะว่าฉันมีมากพอ


เทียนที่นำไปจุดเทียนเล่มอื่น จะไม่สูญเสียความสว่างของตัวเอง แต่จะทำให้ห้องสว่างไสวขึ้น


บางครั้ง เราอาจไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง ฉะนั้น จึงไม่ควรตัดสินการกระทำของคนอื่น



ขอบคุณ คุณลู มากครับ

Cool Cool Thanx Thanx
Back to top
 
 
IP Logged
 
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 44
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #73 - 18.11.08 at 08:10:44
 
เยี่ยมมากๆเลยครับCoolSmiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
sert
FIGHTER
***
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 70
ค่าพลัง: 3


Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #74 - 18.11.08 at 09:41:54
 
....มาเก็บข้อคิดดีๆไว้เตือนตนครับ.....
 ขอบคุณทุกๆท่านครับ...Embarrassed
Back to top
 
 
IP Logged
 
Robot
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 111
ค่าพลัง: 1


Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #75 - 19.11.08 at 20:13:33
 
Cool  เยี่ยบครับ Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #76 - 19.11.08 at 20:48:29
 
Robot wrote on 19.11.08 at 20:13:33:
Cool  เยี่ยบครับ Smiley



You're welcome.


Smiley Smiley Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #77 - 20.11.08 at 08:11:26
 
เอามาฝากกันอีกแล้ว ยาวหน่อยนะครับจาก FORWARD MAIL:)

นิทานเพื่อลูก: กล่องของแม่
แม่ก้าวเดินอย่างมั่นคงมาขึ้นรถ มั่นคงจนฉันใจหาย “หนักมั๊ยแม่ อิ๋วถือกล่องให้แล้วกัน” ฉันเอื้อมมือไปฉวยกล่องเก่าๆ นั้นจากมือแม่แต่ไม่สำเร็จ แม่เม้มปากอย่างเด็ดเดี่ยว และตามองถนนอย่างระมัดระวัง ส่วนมือประคองกล่องที่ว่าไว้อย่างมั่นคง วันสุดท้ายแล้วที่แม่จะอยู่ในความดูแลของฉัน เมื่อตอนคุยกันกับแม่ความโล่งอก ทำให้ฉันมีความสุขมาก สุขที่แม่เข้าใจความจำเป็นของลูกที่ตัดสินใจส่งแม่ไปอยู่ที่อื่น แน่นอน ตรงนั้น ตรงที่ใหม่ที่แม่จะไปอยู่ทุกคนจะมีความสุข เพราะเป็นสถานที่ สำหรับคนอายุรุ่นราว คราวเดียวกัน สถานที่ซึ่งรวมเอาคนที่มีความรู้สึก ความต้องการ ความคิดอ่านและอะไรต่อมิอะไรหลาย ๆ อย่างที่ เหมือนกันมาไว้ใต้ชายคาเดียวกัน มันเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง! ทฤษฏีของการแยกประเภทแยกโลกออกจากกันให้ชัดเจน เพื่อลดความขัดแย้งในต่างประเทศที่ พัฒนาแล้วสังคมล้วนเป็นเช่นนี้

“ไปก็ไปซี ว่าแต่แกจะกินอยู่ยังไงล่ะ” แม่ตอบง่ายๆ ใจวาบลึกเหมือนกันกับคำพูดของแม่ ที่ห่วงฉันจะอยู่จะกินยังไงต่อไป “แม่อย่างห่วงเลย อิ๋วโตแล้ว” ฉันตอบแม่อย่างเด็ดเดี่ยวบ้าง นับแต่วันที่คุยกันแล้ว แม่ก็ยังดำเนิน ชีวิตปกติ เพื่อรอวัน ‘ย้ายบ้าน’ แม่ไม่ได้ลุกขึ้นมาเก็บสมบัติของแม่ อย่างที่ฉันคิดไว้ แม่ไม่ได้มีอาการซึมเศร้าเหงาหงอย อย่างที่พวกเราพี่ๆ น้องๆ กลัวกันและแม่ไม่ได้พูดจาโต้แย้งกับฉันเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยเป็นมา พวกพี่ๆและบรรดาสะใภ้ กับเขยทั้งหลายเสียอีกที่รุมถล่มฉันอยู่หลายวัน “แม่คนเดียว อยู่อีกไม่กี่ปี อิ๋วก็ไม่น่าจะ ต้องผลักไสแกไปอย่างนั้นนี่” พี่สาวคนโต “คนแก่ก็ยังงี้แหละ บ่นบ้างว่าบ้าง จะอะไรกันนักหนา ชั่วดีก็แม่เราจะส่งแกไปทำไมกัน “แม่คงเสียใจพิลึก แกลองไปคิดดูใหม่ดีๆ แล้วกันว่าจะส่งแม่ไปจริงเหรอ” เออ..เอาเข้าไปได้พวกดีแต่พูด พูดกันดีนักแต่ไม่เห็นมีใครมาดูดำดูดีแม่ซักคนนอกจากฉัน! ใช่ว่าฉันจะสวยน้อยกว่า พี่อ้อย พี่แอ๊ว และพี่อ๋อม และใช่ว่าความรู้จะด้อยกว่าพี่คนอื่น ๆ เพียงแต่แม่พวกนั้น มันเกิดก่อนเลยได้โอกาสตัดช่องน้อยแต่งงานกัน ไปหมดแล้ว ฉันเลยกลายเป็นคนสุดท้าย ที่พลาด เก้าอี้ดนตรีไปซะฉิบ ตกที่นั่งต้องมานั่งเลี้ยงแม่ ทนฟังแม่ บ่นและคอยเถียงกับแม่ในทุกเรื่อง

แม่ขึ้นรถเรียบร้อยพร้อมเอากล่อง ของแม่วางบนตักโดยไม่ยอมให้ฉันเอาไปวางไว้เบาะหลัง พอพ้นซอยเท่านั้นแหละรถติดเป็นแพเต็มถนน ฟ้าที่ดำทะมึนตั้งกะเช้าก็สำแดงอาการทันที กลายเป็นฝนตกลงมาห่าใหญ่ โดยไม่ต้องมีอารัมภบท มันดูน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับอาการฝนตกรถติด “แม่หนาวมั๊ย จะได้หรี่แอร์” แต่แเม่สั่น หน้า ตั้งแต่ออกจากบ้านแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย “แม่เอาของมาน้อยจัง” ในเมื่อแม่ไม่พูดฉันเลยต้องพูดไม่งั้นคงเครียดเป็นบ้า กับประโยคนี้ ของฉันแม่เริ่มพูดขึ้นมาได้ “ที่เอามานี่ก็ทั้งชีวิตแล้วอย่างอื่นไม่รู้ จะเอาไปทำไม มันไม่จำเป็น เสื้อสองชุด รองเท้าแตะคู่ก็พอเอาไปมากเดี๋ยวโดนขโมยน่ะซี” ฉันลอบถอนใจ ยังดีที่แม่คุยขึ้นมาบ้าง แม้จะเป็นการพูดแบบมองโลกในแง่ ลบไปหน่อยก็ตามแม่ก็ยังงี้แหละ กลัวของหายกลัวคนมาขโมยของของตัวบางทีโวยวายแทบตายปรากฏว่าของที่ว่าหายนั้น อยู่ในลิ้นชักของตัว เองแท้ๆ

รถบนถนนขยับได้ทีละนิดสลับกับ อาการหยุดนิ่งอยู่กับที่ทีละนานๆ ฝนบนฟ้าก็เทลงมา ยังกะเทวดากำสรวลฉันมองดูกล่องบนตักแม่ที่แม่ใช้ใส่ของไปบ้านใหม่ มันเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลเก่าแก่ ด้วยกาลเวลากล่องแบบนี้เดี๋ยวนี้เขาคงเลิกผลิตแล้ว และผงซักฟอกยี่ห้อนั้นก็เลิกผลิตไปนานหลายปีแล้วยิ่งดูจากวันเดือนปีที่ผลิตตรงข้างก
ล่อง ยิ่งเห็นว่ามันเก่าเชียวลังผงซักฟอกของแม่จะว่าไปจริงๆ ขนาดกำลังพอดีเพราะพอวางบนตักแล้ว ขนาดพอดีกับตักแม่เลยมีรอยปะตามวิธีการของแม่อยู่หลาย แห่งรวมทั้งเชือกฟางสีชมพูหม่น ที่แม่ใช้รัดรอบกล่องหลายทบเพื่อเสริมความแข็งแรงไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ไม่เปลี่
ยนกล่องใหม่ ทั้งที่เราก็มีกล่องแบบนี้หลายใบอยู่ วันนี้แม่ประคองกล่องของแม่อย่างเบามือ มันดูน่าขันยังกะพวกบ้านนอกเวลาจะกลับบ้าน วันก่อนฉันเอากระเป๋าใบเก่งของฉันให้แม่ แต่แม่ไม่เอา ย้ายไม่ได้ ย้ายแล้วเดี๋ยวมันสับสนกันหมดเอาไว้ในกล่องน่ะดีแล้ว” ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นแม่ลากเจ้ากล่องใบนี้เข้าๆออกๆ อยู่หลายหนแต่ไม่มีใครเคยถามแม่ซักที ว่ามีอะไรในนั้นพวกเรามักเรียกว่า ‘กล่องของแม่’ ก็เท่านั้นและเป็นอันรู้กันว่าห้ามย้าย ห้ามรื้อกล่องของแม่เป็นอันขาดไหนๆ แม่จะไม่อยู่แล้ว ฉันเลยถามขึ้นว่า“มีอะไรในกล่องมั่งล่ะ”

แม่มีอาการกระตือรือร้นเชียวเวลาพูดถึงกล่องของแม่รีบดึงเชือกฟางสีชมพูที่ผูกบนกล่อ
งออกมาอย่างเบามือ แล้วเริ่มหยิบของในนั้นออกมาให้ดู “มีแต่ข้าวของเกี่ยวกับพวกแกทั้งนั้นแหละ บนๆ นี่ก็รูปพวกหลานทั้งหลาย ล่างๆ ก็จะเป็นรูปพวกแก" แม่หยิบสมุดอัลบั้มใส่รูปขึ้นมาหนึ่งเล่ม แล้วเปิดดูทีละหน้าพร้อมกับยิ้มกว้าง “นี่ตาเอกตอนเกิดใหม่ๆ ตัวมันแดงเชียว หน้าเหมือนแม่มันยังกะแกะพอโตแล้วซนเป็นบ้า ยายมันเลี้ยงซะเสียคน” นี่ก็เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแม่คือมีช่องว่างเป็นต้องจิกลูกสะใภ้และครอบครัว แม่ยังหยิบโน่นหยิบนี่ออกมาอย่างช้า ๆ พวกรูปทั้งนั้นแหละมีทั้งรูปลูกชาย ลูกสาว หลานยาย หลานย่า รูปวันแต่งงาน รูปรับปริญญา รูปเด็กเกิดใหม่ รูปที่พวกลูก ๆหลานๆ ไปเที่ยวต่าง จังหวัดกัน แม่เก็บไว้ยังกะของมีค่าแล้วก็มาถึง บรรดากระดาษรุ่งริ่ง กระดาษพวกนั้นบางและเก่า จนแทบจะกระจายเมื่อโดนลมจากเครื่องปรับอากาศหน้า รถ “อุ๊ย! อะไรน่ะ”

ฉันรีบปัดหน้ากากเครื่องทำความเย็น ให้พ้นหน้าตักแม่ก่อนที่กระดาษคร่ำคร่าพวกนั้นจะร่วง ปลิวไปตามแรงลม“วันเกิดพวกแกกับพวกหลาน ๆ ไง ฉันเก็บไว้ทุกคนแหละ ไม่ยังงั้นเวลาไหว้พระจำไม่ได้ว่าเกิดกันเมื่อไหร่เรามันครอบครัวใหญ่ จำไม่หมดนี่..นี่..แผ่นนี้วันเกิดตาอึ่ง (คือพี่ชาย ฉัน) ตอนมีลูกคนแรกมันสับสนวุ่นวายไปหมด ทีแรกไม่รู้จะจดวันเกิดลูกยังไงดีแต่ยายน่ะซีรีบฉีกปฏิทินออกมายัดใส่ มือ บอกว่า เอ้า! วันเกิดลูกเก็บไว้ซะตั้งกะนั้นมาพอใครเกิด ฉันก็ฉีกวันที่ เก็บไว้ทุกที ฉันมันคนไม่รู้หนังสือไม่เหมือนพวกแกหรอก มีคอมพิวเตอร์มีอะไรกัน แต่ไม่เห็นมีใครจำวันเกิดแม่ได้ซักคนวันตายพ่อยังไม่รู้เลยฉันต้องนั่งไหว้อยู่คนเดี
ยวทุกปี” น้ำเสียงของแม่ไม่มีอาการน้อยใจหรือเสียใจอาจเพราะแม่กำลังชื่นชมของที่เก็บไว้ในกล่
องอยู่ก็ได้ ปฏิทินที่แม่ว่านั้นเป็นกระดาษสีนวล บาง ๆ ใบใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่ว่าปีไหน เขาจะผลิตปฏิทินออกมาขนาดไหนตอนเด็ก ๆ อาเจ๊ร้านขายของชำแถว บ้านจะเอามาแจกให้ทุกปี พอเขาเลิกแจกแม่ต้องไปซื้อที่ตลาดเก่าเยาวราชนู่นแหละ ตอนหลังพี่อึ่งเป็นคนเอามาให้ทุกปี เพราะที่บ้านเขามีคนเอามาให้แต่เขาไม่แขวนเพราะเชย มันเป็นปฏิทินทางจันทรคติ ที่แยกวันที่ออกเป็นวันละหนึ่งแผ่น ตัวเลขวันที่พิมพ์ตัวโตสีดำเด่นอยู่กลางหน้ากระดาษ ถ้าเป็นวันหยุดตัวเลขจะเป็นสีแดงแทนพวกเราทุกคนคุ้นกับปฏิทินของแม่ดี เพราะแม่สอนพวกเราทุกคนหัดอ่าน หนึ่ง สอง สาม จากปฏิทินพวกนี้แหละ พี่อั๋นนั้นโดนแม่ตีมือมากที่สุดเพราะอ่านไปฉีกเล่นไป อย่าฉีกเดี๋ยวแม่ไหว้เจ้าไม่ถูก” แม่จะหวงปฏิทินมากเพราะบนกระดาษแต่ละใบนั้นนอกจากวันที่ตัวมหึมาเห็นเด่นชัด โดยไม่ต้องใส่แว่นแล้วยังมีคำทำนายสั้นๆอยู่ด้วยสำหรับคน เกิดในวันนั้น และมีฤกษ์ผานาที กำกับไว้ว่าวันนั้นควรทำการมงคลหรือไม่ควรทำอะไรและที่สำคัญใบ้หวย...แม่น!

“ลูกแปดคนก็มีแต่แกนี่แหละที่เล่นเอา ฉันไม่เป็นอันกินอันนอน” “อ้าว! ทำไมล่ะ” เออนี่เป็นความรู้ใหม่ทีเดียวสำหรับฉัน “ตอนแกเกิดในปฏิทินเขาเขียนไว้ว่า ชะตาไม่ดี เลี้ยงยาก ไอ้ฉันเลยร้องไห้ซะเป็นวรรคเป็นเวรพ่อแกเค้าหาว่าบ้า เฮ้อ! จริงไม่จริงคนเป็นแม่ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนน่ะแหละของมันอยู่ในท้องมาตั้งเก้าเดือน ใครไม่รักไม่หวงก็บ้าแล้ว ผู้ชายจะมารู้อะไร เค้าไม่ได้มาอุ้มท้องแบบเรานี่” พูดถึงพ่อแล้วแม่อดค้อนลมค้อนแล้งไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อว่า “พอออกจากโรงพยาบาล อยู่เดือนยังไม่ครบดีฉันก็รีบไปไหว้เจ้าเลย ย่าแกด่าซะไม่มีดี เค้าห่วงกลัวเราไม่สบาย ได้ตอนนั้นเราก็ไม่รู้เลยเสียอกเสียใจยกใหญ่พอไปไหว้เจ้าเสี่ยงเซียมซีก็พูดเหมือนกั
น เค้าว่าแกเลี้ยงยากเพราะดวงมันมายังงั้น แต่จะมีความก้าวหน้าในชีวิต เฮ้อ! ไอ้ฉันน่ะ เลี้ยงแกมาชนิดไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยกลัวพี่เอาไปทำแข้งขาหัก ไปโรงเรียนก็จุดธูปทุกเช้า ให้แคล้วคลาดเวลาไปไหนๆ ก็ต้องบนพระทุกที่ให้แกไปดีมาดี กว่าจะโตมาได้ เฮ้อ! แม่ถอนใจอยู่หลายครั้งกว่าจะพูดจบได้

ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่ นอกจากเสียงฝนและเสียงเครื่องปรับอากาศในรถแล้ว มันเงียบจนฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่ไหนซักแห่งในโลกที่ไม่ใช่บนถนนมีรถติดเป็นแพอย่างน
ี้ ”แกจะเอาฉันย้ายไปอยู่ไอ้เนิร์สซิ่งโฮมของแกฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก คนแก่แล้วมีที่นอนมีข้าวกินสามมื้อก็พอ ห่วงก็แต่แกน่ะแหละอีกไม่กี่ปี จะสามสิบห้าอยู่แล้วต้องระวังตัวให้ดี อย่าลืมไปทำบุญไหว้พระซะ จะได้อายุมั่น ขวัญยืน ถ้าฉันยังอยู่กะแกก็จะได้ไปจัดการให้ แต่ต่อไปแกต้องทำเองแล้วค่ำมืดดึกดื่น เข้าบ้านออกบ้านต้องระวังหน่อย” แม่พูดพร้อมกับที่ค่อยๆ เรียงกระดาษและรูปทั้งหมด ลงไปในกล่องของแม่อย่างเดิม

“ไอ้กล่องนี่ไม่ได้เปลี่ยนเลยนะตั้งกะมีลูกคนแรก มีอะไรฉันก็เรียงลงไปเรื่อยๆ หลายสิบปีแล้ว แต่มันยังกะคอมพิวเตอร์พวกแกเลยนะ แถมแม่นไม่มีอะไรเท่า พวกแกซะอีกหลง ๆ ลืม ๆ” ฉันไม่เคยรู้เลยว่ากล่องของแม่จะบันทึกชีวิตของครอบครัวเราไว้ได้มากขนาดนี้ มิน่าแม่จะจำวันสำคัญของพวกเราได้ แม่น อย่างไม่น่าเชื่อจนพวกเราแอบเรียกแม่ว่า “สมอง คอมพิวเตอร์” ที่แท้แม่มีทีเด็ดตรงกล่องนี่เองเห็นแม่ลากออกมาดูบ่อยๆ แล้วเก็บไว้อย่างดีทุกที

ฉันคงนั่งนิ่งไปนานถ้าแม่ไม่พูดขึ้นว่า “แกก็อย่าไปคิดอะไรมากเลยฉันรู้ว่าพวกพี่ ๆ เค้าเอาภาระมาใส่แกมากเกี่ยวกับตัวฉันแต่คนเดี๋ยวนี้มันก็ภาระแยะ ไหนจะส่งลูกไปโรงเรียน ไหนจะเอาลูกไปสอบไปวิ่งเต้นเรื่องนั้น เรื่องนี้ ผัวมันยัง ต้องไปตีกอล์ฟอีก แม่พวกสะใภ้ ก็ต้องวิ่งกลับไปดูพ่อแม่เค้า อะไรๆ ฉันก็รู้แต่ทำไงได้ล่ะคนมันยังไม่ถึงคราวตาย มันก็ต้องอยู่ไปยังงี้แหละ ใช่ว่าอยากตายก็จะได้ตายซะที่ไหน แก่แล้วลำบากไปไหน ต้องอาศัยคนอื่น ทำอะไรก็ต้องออกปากไหว้วานคนนั้น คนนี้ มันเหมือนต้องบากหน้าไปอ้อน วอนเค้า ไอ้ที่เคยคล่องๆ ก็กลายมาเป็นภาระความจริงไอ้ที่แกไม่มีผัวฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน บางทีถ้าไม่มีภาระเรื่องแม่แกอาจจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซักที”

เงาดำในใจฉันเริ่มคลี่ขจายออกกลายเป็นเพียงหมอกบางๆ ฉันแหงนหน้าไปดูท้องฟ้านอกรถ ฝนเริ่มบางตา แสงสว่างสามารถส่องผ่านเมฆมาได้บ้าง “แกอย่าห่วงฉันเลย ห่วงตัวเองดีกว่า ไอ้ที่ฉันจะไปอยู่มันคงดีเพราะราคามันแพง จะมีคนแก่ ซักกี่คนที่ได้ไปอยู่ที่แพง ๆ อย่างนั้นห่วงตัวเองเถอะ ถ้าเจอคนดีพอใช้ได้ ก็อย่าเลือกมากมาย รีบแต่งงาน รีบมีลูก แก่แล้วจะได้ไม่ลำบากดูอย่างชั้นซี อย่างน้อยถึงลูกไม่มีมาดูแล เวลาให้ ก็ยังมีคนส่งเงินมาให้ใช้ถ้าไม่มีลูกจะยิ่งลำบากมากกว่านี้” ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เงียบกันไปพักหนึ่ง ฉันบอกแม่ว่า “อิ๋วจะไปหาแม่บ่อยๆ” “อย่าพูดยังงั้นเลยเดี๋ยวนี้การจราจรมันสาหัสเหลือเกิน เวลาก็ไม่ค่อยมี เรื่องต้องทำก็มีแยะไปหมดเอาเป็นว่าว่างก็มาแล้วกัน แต่ถึงพวกแกไม่มา ฉันก็ไม่เดือดร้อนหรอก ชีวิตทั้งชีวิตของชั้นอยู่ในนี้หมดแล้ว อยากเห็นหน้าลูกก็ดูเอาในนี้ อยากเห็นหน้าหลานก็ดูเอาในนี้ ไม่ต้องมานั่งคอยให้เสียเวลา เปิดกล่องของแม่มา ก็เห็นหน้าพวกแกได้ทันที”

แม่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อกอดกล่องให้กระชับขึ้น รถบนถนนเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ พร้อมกับฝนที่ขาดเม็ด อีกไม่กี่เมตรจะถึงสี่แยกแล้ว และมีป้ายให้กลับรถได้ ฉันพารถเบียดเข้าเลนขวาเพื่อกลับรถแม้รถคันอื่น จะบีบแตรด่ากันเสียงขรม แต่ฉันไม่สนใจ ฉันกำลังนึกถึงตัวเองตอนแก่ และมีกล่องอย่างแม่สักใบ คงดีไม่น้อยที่จะได้อวดลูกๆ ของฉันถึง “กล่องของแม่”

รักแม่ ดูแลและตอบแทนแม่ของคุณ ให้มากๆ ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ ทำซะก่อนที่จะรู้สึกเสียใจ ในชีวิตนี้คุณมีแม่เพียงคนเดียวนะ คนอื่นคุณหาใหม่ได้อีกเยอะ จริง มั๊ย!!!!
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #78 - 20.11.08 at 08:45:15
 
รักแม่ ดูแลและตอบแทนแม่ของคุณ ให้มากๆ ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ ทำซะก่อนที่จะรู้สึกเสียใจ ในชีวิตนี้คุณมีแม่เพียงคนเดียวนะ คนอื่นคุณหาใหม่ได้อีกเยอะ จริง มั๊ย!!!!

ขอบคุณ คุณลู มากครับ

Smiley Smiley Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Robot
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 111
ค่าพลัง: 1


Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #79 - 21.11.08 at 16:37:23
 
Cool  รักพ่อรักเเม่ให้มากๆครับ SmileySad
Back to top
 
 
IP Logged
 
Pages: 1 2 3 4 5 6 ... 22
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge