THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Pages: 1 2 3 4 5 ... 22
Print
ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน (Read 147889 times)
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 44
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #40 - 04.11.08 at 09:18:14
 
อาจารย์สอนนักศึกษาป.โทกับลูกสาวชาวนาคนนั้น น่าจะเป้นแฟนกันนะครับ  ฮิๆ ชอบทั้ง2เรื่องเลยครับผมSmileyWink
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #41 - 04.11.08 at 11:55:04
 
เรื่องนี้ก็มีคติเตือนใจนะครับ แต่จะเตือนอย่างไรลองอ่านกันดูนะครับ

เด็กหนุ่มคนหนึ่ง...เป็นชาวสงขลา...

เรียนเก่งมาก...

ได้ทุนไปเรียนอเมริกา...ตั้งแต่เด็ก...จนจบด็อกเตอร์...

จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน... .


บ้านของเด็กหนุ่ม...

อยู่อีกฟากหนึ่ง...ของทะเลสาบสงขลา...

ต้องนั่งเรือแจว...ข้ามไป...ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง..  

เรือที่ติดเครื่องยนต์...ไม่มีเหรอ...ลุง... ?

ไม่มีหรอกหลาน...ที่นี่มันบ้านนอก...

มันห่างไกลความเจริญ...มีแต่เรือแจว...



โอ...ล้าสมัยมากเลยนะลุง...โบราณมาก...

ที่อเมริกา....เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง...ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก...



ไปส่งผมฝั่งโน้น...เอาเท่าไร...ลุง...?

80 บาท...

OK...ไปเลยลุง...



ในขณะที่ลุงแจวเรือ...

หนุ่มนักเรียนนอก...ก็เล่าเรื่องความทันสมัย...

ความก้าวหน้า...ความศิวิไลช์...ของอเมริกาให้ลุงฟัง...



เมืองไทย...เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว...ล้าสมัยมาก...

ไม่รู้คนไทย...อยู่กันได้ยังไง...?



ทำไมไม่พัฒนา...ทำไมไม่ทำตามเขา...เลียนแบบเขาให้ทัน... ?

ลุง...ลุงใช้คอมพิวเตอร์...ใช้อินเตอร์เน็ต...เป็นไหม...?

ลุงไม่รู้หรอก...ใช้ไม่เป็น...

โอโฮ้...ลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ....ชีวิตลุงหายไปแล้ว... 25 %....



แล้วลุงรู้ไหมว่า...เศรษฐกิจของโลก...ตอนนี้เป็นยังไง...?

ลุงไม่รู้หรอก...

ลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ...ชีวิตของลุงหายไป...50 %



ลุง...ลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม...ลุง...?

ลุง...ลุงรู้เรื่องดาวเทียมไหม...ลุง... ?

ลุงไม่รู้หรอก...หลานเอ๊ย...

ชีวิตของลุง...ลุงรู้อยู่อย่างเดียว...

ว่าจะทำยังไง...ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น...

ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้...ชีวิตของลุง...หายไปแล้ว...75 %



พอดีช่วงนั้น...

เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง...คลื่นลูกใหญ่มาก...ท้องฟ้ามืดครึ้ม...

นี่พ่อหนุ่ม...เรียนหนังสือมาเยอะ...จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ...

ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม...?

ได้...จะถามอะไรหรือลุง... ?



เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม...?

ไม่เป็นจ๊ะ...ลุง....





ชีวิตของเอ็ง...กำลังจะหายไป 100 % ...แล้วพ่อหนุ่ม


ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=13025.0
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #42 - 04.11.08 at 12:01:09
 
tigerroad197 wrote on 04.11.08 at 11:55:04:


เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม...?

ไม่เป็นจ๊ะ...ลุง....





ชีวิตของเอ็ง...กำลังจะหายไป 100 % ...แล้วพ่อหนุ่ม[/b]

ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=13025.0


Wink;)Wink;)Winkบทเรียนพวกชอบ โชว์ ออฟครับ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะเจอประเภทนี้มากครับ แต่จะไม่พยายามสนิทด้วย ผมว่า เหมือนเขามีปมอยู่ในใจครับ
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #43 - 04.11.08 at 12:01:18
 
มหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่งสุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชายวัยห้าขวบของเขา
กำลังจะได้ เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขา
เท่านั้น ถึงจะมีปัญญาส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ แต่โดยส่วนตัว
ของเขาเองแล้ว ก็อยากจะสอนให้ลูกชายได้รู้จักกับชีวิตจริงในโลกนี้ควบคู่ไปกับ
การสอนทฤษฏีในโรงเรียนด้วย ดังนั้นในวันหยุดนี้เขาจึงได้ตระเวนพาลูกชาย
คนเดียวของเขา ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่ลูกชายยังไม่เคยได้ไป
และแล้ววันหนึ่งเขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่อง ความยากจน

เพราะเขามีความเชื่อว่าลูกชายของเขาคงไม่มีวันได้รู้จักแน่นอน
เขาจึงพาลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง
และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา มหาเศรษฐีได้ทดสอบว่า
ลูกชายได้อะไรบ้างจากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจนบ้าง
ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า
เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนา
และพักแรมที่นั่น ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า....
ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้างใหญ่ ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยม
ที่ว่ากว้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าห้องทำงานของชาวนา
อาหารที่ชาวนารับประทาน สามารถหาได้ตลอดเวลารอบๆ บริเวณบ้าน
โดยไม่ต้องซื้อหา ในขณะที่บ้านของเรามีตู้เย็นเท่านั้น ที่เป็นที่เก็บอาหาร
เวลารับประทานอาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน
ตามประสาพ่อแม่และลูก ในขณะที่ตัวเองนั้นต้องนั่งทานอาหารกับโต๊ะอาหาร
ที่ยาวเกือบสิบเมตร และมีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน
ลูกชาวนาที่ซ้อนท้ายจักรยานของพ่อเขาต้องกอดเอวพ่อให้แน่น เพื่อจะได้ไม่ตก
จากจักรยาน แต่ตัวเขาเองนั้น ต้องนั่งในรถที่ใหญ่โตอยู่ข้างหลังเพียงลำพังโดยมี
คนขับรถพาไปทุกที่ๆ ถูกกำหนดไว้แล้ว
ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟส่องสว่างตลอดเวลา

ในเวลากลางคืนโดยไม่ขาดแคลน แต่เขาก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน
.........ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำภูเขาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา

แต่เขาเองกลับมีเพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร่
ลูกชาวนาได้มีเพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีดหิ่งห้อยนับร้อยนับพัน

แต่เขาเองกลับไม่มีใครเลย
ผมขอขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้ผมได้รู้คำตอบว่า.....จริงๆ แล้ว.......

พวกเรายากจนกว่าชาวนามาก.....




ความพอเพียง คือการเพียงพอ ต่อสิ่งที่ตนมี


ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=11896.0

หมายเหตุ ผมเชื่อว่า ถ้าหาก ลูกชายเศรษฐี มีความคิดแบบนี้ตลอดไป ก็จะไม่รู้จักคำว่า ยากจน แน่นอนครับ

SmileySmileySmiley
Back to top
« Last Edit: 04.11.08 at 12:03:00 by tigerroad197 »  
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #44 - 05.11.08 at 05:17:14
 
tigerroad197 wrote on 04.11.08 at 12:01:18:
มหา
ผมขอขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้ผมได้รู้คำตอบว่า.....จริงๆ แล้ว.......

พวกเรายากจนกว่าชาวนามาก.....




ความพอเพียง คือการเพียงพอ ต่อสิ่งที่ตนมี


ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=11896.0

หมายเหตุ ผมเชื่อว่า ถ้าหาก ลูกชายเศรษฐี มีความคิดแบบนี้ตลอดไป ก็จะไม่รู้จักคำว่า ยากจน แน่นอนครับ

SmileySmileySmiley


ถ้าหลายคนคิดได้แบบนี้ โลกเราคงไม่วุ่นวายนะครับ

ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์

คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี  1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที

ลอง นับเป็นสัปดาห์  อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์  อุแม่เจ้า........แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง

คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข

ยัง มีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน  เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง  หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก

พื้นที่ อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ

ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน  นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!

อุแม่เจ้าเทค 2   คืนวันเสาร์ที่จะได้ ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู   กางปฏิทินออกกว้าง ๆ  เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้

นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน

เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี  แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......

คำนวณเองบ้างซิว้อยย..... เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่

ผลลัพธ์ที่ได้  เราจะทำยังไงกับมันดี .....  แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ

นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้  เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า 'เงินเดือน '

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน

เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น  ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น

แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ ม*งแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา ' ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย

บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้างใช่แล้ว ....เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ  ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ  ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย


แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...

มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก

ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี

ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้วใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้

กอด กันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล


....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ดลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง

เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่ เรื่องชุดแต่งงาน.........  หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ...... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน

ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ   อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก


รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำเดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่

โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

**************************************8***


อีกเรื่องครับ มีเรื่องเล่า ว่า.... มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..

ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทรายด้วยกัน... ระหว่างทาง... เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน

เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย คนถูกทำ ร้าย....เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา... กลับเขียนลงบนผืน ทรายว่า

' วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า '    

พวกเขายังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำพวกเขา
ตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิต

คนรอด ตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา...กลับสลักลง ไปบนหินใหญ่...

' วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉัน ไว้'

อีกคนไม่เข้าใจ...ถาม ว่า...      


' เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบน หิน '



อีกคนยิ้มพราย...กล่าว ตอบ

' เมื่อถูกคนที่รักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย...จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบ ล้างไม่เหลือ

แต่ เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย... บังเกิดเราควรสลักไว้บน ก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ... ซึ่งต่อให้มีสายลมแรงเพียงใด...ก็ไม่อาจ ลบล้าง ทำลาย....


Back to top
« Last Edit: 05.11.08 at 05:19:36 by Loucipher »  
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #45 - 05.11.08 at 08:03:53
 
ขอบคุณ คุณลู มากครับ สำหรับข้อคิดดี ๆ

จริงนะครับ ชีวิตคนเราเกิดมาหาได้มีเวลายืนยาว เวลาที่จะทำสิ่งดี ๆ ก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว ยังเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถือทิฐิ มีอคติ และจมปลักอยู่แต่ความหลัง ก็ยิ่งทำให้เวลาที่มีน้อย ยิ่งสั้นเข้าไปใหญ่
Back to top
 
 
IP Logged
 
tom241
ACTION HERO
*******
Offline


W ♥ THAI-TOKU...ja
Posts: 2404
ค่าพลัง: 57

Bangkok, THAILAND
Age: 50
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Taurus
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #46 - 05.11.08 at 19:47:50
 
tigerroad197 wrote on 05.11.08 at 08:03:53:
ขอบคุณ คุณลู มากครับ สำหรับข้อคิดดี ๆ

จริงนะครับ ชีวิตคนเราเกิดมาหาได้มีเวลายืนยาว เวลาที่จะทำสิ่งดี ๆ ก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว ยังเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถือทิฐิ มีอคติ และจมปลักอยู่แต่ความหลัง ก็ยิ่งทำให้เวลาที่มีน้อย ยิ่งสั้นเข้าไปใหญ่

เห็นด้วยครับ ทุกคนล้วนต้องผ่านเหตุการณ์แบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าผ่านแล้วได้อะไร หลบหลีกแล้วได้อะไร สุดท้ายก็ตัวเราเอง เวลาเราเอง หากวันหนึ่งเราตาย คนที่เรารักมากหรือรักเรามากก็ไม่อาจตายตามเราไปด้วย หรือหากตายพร้อมกันจริง จะมีโอกาสได้พบกันหรือไม่ Roll Eyes
Back to top
 
tom241.hi5.com  
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #47 - 06.11.08 at 08:04:05
 
เอามาฝากกันอีกครับ วันนี้พอดีสุนัขพันธุ์ชิสุที่เลี้ยงดู รู้จักมานาน 11 ปี ต้องมาโดนฉีดยาให้หลับตาย เพราะมันเป็นเนื้องอกกับมะเร็งในตัวครับ มันทรมานมาก หมอบอกถ้าผ่าคงไม่รอด เมื่อคืนวันเสาร์แม่ผมเอามาฝาก เลี้ยงไว้ วันอาทิตย์พาไปเดินเล่นอยู่เลย วันพฤหัสต้องไปซะแล้ว  

***************************************

http://www.paisarn.com/

วาสนา

ชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต
ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย
ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้
ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย
เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง
สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ
เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ
ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น
เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด
เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ
ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น
และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด

Happy คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่
ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ Happy

************************************
ความแตกต่างของนรก-สวรรค์





  อ่านจบแล้วแน่ใจว่าคงทำให้ผู้อ่านยิ้มได้อย่างแน่นอน ลองไปอ่านกันดูแล้วน่าจะได้ข้อคิดไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงกันได้บ้าง

  เรื่องมีอยู่ว่า มีชาวเดนมาร์กคนหนึ่งนอนหลับอยู่ที่บ้านในเวลากลางคืน มีนางฟ้าลงมาหาเขา ชวนให้ไปเที่ยวสวรรค์กับนรก เขาก็ตกลงไปด้วย นางฟ้าพาไปที่ที่หนึ่งแล้วบอกว่า “ถึงนรกแล้ว” ที่นั่นเป็นห้องใหญ่ๆ มีโต๊ะยาวๆ บนโต๊ะมีอาหารที่ประณีต อร่อย มีคุณค่าทุกประเภท มีคนนั่งอยู่หลายคน นางฟ้าก็บอกว่า “นี่สัตว์นรก” คนเหล่านั้นนั่งมองอาหารที่น่ากินที่สุดในโลกแต่ตัวเขาผอมเหลืองน่าสงสาร นางฟ้าบอกว่าที่นี่อนุญาตให้กินอาหารดีๆ ได้

   แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามใช้มือหยิบ ต้องใช้ช้อนที่ยาว 1 เมตร ตักอาการกินเท่านั้น เวลาจะใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากตัวเองคนที่นรกก็ตักไม่ถึงสักที อาหารที่อร่อยหกลงบนพื้นเกือบหมด เขาเลยมีความวุ่นวายเดือดร้อนมาก พยายามตักอาหารเท่าไรก็ไม่ถึงปาก จึงผอมโซเพราะอดอาหารทั้งที่อยู่ใกล้ชิดอาหารที่อร่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ไม่สามารถเอาเข้ามาถึงปากของตนเองได้

  นางฟ้าพาไปอีกห้องหนึ่งแล้วบอกว่า “ถึงสวรรค์แล้ว”

  ห้องที่ 2 นี้มีลักษณะเช่นเดียวกับห้องแรกทุกประการ มีโต๊ะอาหารยาวๆ อาหารประณีตหลายๆ อย่างเหมือนกันกับห้องนรก มีเก้าอี้รอบ มีคนนั่งอยู่หลายคน นางฟ้าบอกว่า “นี่เทวดาบนสวรรค์” แต่แปลกที่คนบนสวรรค์นั้นยิ้มแย้มแจ่มใสอ้วนท้วนสมบูรณ์สบาย ดูว่าเขากินอาหารอย่างไร ทั้งๆ ที่เขาก็ต้องใช้ช้อนยาว 1 เมตรเหมือนกับที่นรก “เอ...ทำไมมันไม่เหมือนที่นรก? ทำไมคนที่นี่สนุกสนานแจ่มใสร่าเริง แข็งแรง”

  พอดูดีๆ อ้อ! เห็นวิธีของชาวสวรรค์

   คนอีกข้างก็ตักอาหารมาใส่ปากของคนตรงข้าม คนอีกข้างก็ตักอาหารมาใส่ปากของคนข้างนี้ ก็เลยได้กินกันทุกคน อยู่อย่างสุขสบาย

  สรุปว่า ที่นรกนั้น...คนคิดแต่จะได้อย่างเดียว คิดแต่เรื่องความสุขของตัวเอง คิดแต่ว่าเราจะได้อาหาร ได้สิ่งที่เราชอบ โดยไม่คิดถึงคนอื่น แต่ที่สวรรค์นั้น...มีการช่วยเหลือกัน มีความรักสามัคคีกัน คำนึงถึงความสุขของคนอื่นด้วย จึงก็ได้รับความสุขทั่วถึงกันทุกคน



Back to top
« Last Edit: 06.11.08 at 08:05:34 by Loucipher »  
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #48 - 06.11.08 at 08:35:48
 
ขอบคุณ คุณลู มากครับ

เรื่อง บุญพาวาสนาส่ง ผมเชื่อครับ



Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #49 - 07.11.08 at 08:47:25
 
เอามาฝากครับจากนิทานชาวบ้าน

นิทาน ปลาช่อนตัวใหญ่


ครั้งหนึ่ง ยังมีเจ้าเมืองเมืองหนึ่ง มีบุตรชายโทนอยู่เพียงคนเดียว เป็นคนมีความประพฤติ และอัธยาศัยไม่มีที่ติ ท่านเจ้าเมืองและภรรยาจึงปรึกษากันว่า


"อันลูกชายของเรานี้ หากได้ภรรยาดีเขาก็จะก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ฉะนั้นเราเป็นพ่อแม่ ก็น่าจะต้องช่วยเขาเลือกเฟ้นหญิงสาว มิให้พลาดพลั้งได้"

ครั้นถึงเวลาที่พ่อแม่เห็นว่าลูกชาย น่าจะต้องแต่งงานเสียที จึงเรียกลูกเข้ามาไต่ถาม เพื่อจะปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ เมื่อลูกชายเข้ามานั่งอยู่เฉพาะหน้า เจ้าเมืองผู้เป็นพ่อจึงพูดกับลูกว่า
"บัดนี้เจ้าก็โตเป็นหนุ่มใหญ่ อายุสมควรที่จะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่คนดีอย่างเจ้า ควรจะได้แต่งงานกับผู้หญิงฉลาด เจ้าพอหมายตาใครไว้บ้างหรือเหล่า"

เมื่อลูกชายก้มหน้าไม่ตอบ พ่อจึงบอกลูกชายต่อไปว่า
แต่ผู้หญิงที่เจ้าจะแต่งงานด้วยนั้น ก็จะเลือกด้วยความระมัดระวัง พ่อจะให้เวลาเจ้า 7 วัน ไม่ต้องทำอะไรมาก เจ้าไปตามบ้านที่เขามีลูกสาวที่เจ้าถูกตา

"แล้วให้ถามหญิงสาวแต่ละบ้าน ด้วยคำถามเดียวกัน คือ หากจับปลาช่อนตัวใหญ่มากมาได้ตัวหนี่ง จะทำอย่างไรกับปลาช่อนตัวนั้น จึงจะกินได้นาน"

ขณะที่ลูกชายฟังคำสั่งของพ่อ แล้วยังงงเข้าใจไม่แจ่มแจ้งอยู่นั้น ก่อนที่จะเอ่ยปากซักถาม เจ้าเมืองก็สั่งต่อไปว่า
"ออกเดินทางได้แล้ว อย่าลืมว่าเจ้ามีเวลาเพียง 7 วัน ไม่ต้องซักถามอะไรดอก เพียงแต่ว่าเห็นลูกสาวบ้านไหนต้องตา เจ้าก็ถามตามที่พ่อสั่งเท่านั้น อย่าทำอะไรมากไปกว่านั้น"

ฝ่ายภรรยาเจ้าเมืองก็กำชับลูกชายว่า "อย่าลืมล่ะ พอครบ 7 วัน รีบกลับบ้าน ตามคำสั่งของพ่อ"

เนื่องจากลูกชายเจ้าเมือง เป็นหนุ่มรูปงามมารยาทดี แล้วยังเป็นลูกชายโทนของเจ้าเมืองเสียอีก ฉะนั้นสาวๆ จึงทอดสะพานให้เขา พ่อแม่ผู้หญิงก็เต็มใจต้อนรับ อยากจะยกลูกสาวให้ เป็นการสะดวกแก่เขายิ่งนัก

เมื่อพบหญิงสาวบ้านใด เขาก็จะถามเพียงประโยคเดียวเหมือนกันว่า
"ถ้าแม่นางได้ปลาช่อนตัวโตๆ มาตัวหนึ่ง ทำอย่างไรจึงจะกินได้นานๆ"
หญิงเหล่านั้นก็มักจะตอบคล้ายๆ กันว่า
"จะยากอะไร เอาไปทำปลาร้าเสียซิ จะได้เก็บไว้กินค้างปี ได้อย่างสบาย"
บ้างก็อธิบายต่อเติมว่า "ปลาร้าน่ะยิ่งเก็บค้างปียิ่งอร่อยนะจ๊ะ" บางบ้านก็ตอบผิดแผกไปนิดหนึ่ง คือตอบว่า "เอาปลาไปย่างไฟให้แห้ง แล้วตากแดดไว้ ค่อยๆ บิเอาออกมากิน ตัวหนึ่งก็จะกินไปได้หลายหน"

เจ้าหนุ่มก็รับโดยพยักหน้า เพราะคำตอบเหล่านั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร อีกบ้านหนึ่ง ตอบแตกต่างออกไปเล็กน้อย คือตอบว่า" ก็เอาไปถอดเกล็ดแร่เป็นริ้ว ตัวโตอย่างนั้นจะทำ 6 ริ้ว 8 ริ้ว คงจะได้ เคล้าเกลือหมักไว้สักคืน รุ่งขึ้นแดดดีๆ ตากไว้ 2 แดด ก็จะเป็นปลาแห้ง ตัดทีละริ้ว ครึ่งริ้ว ก็จะกินได้เป็น 10 วัน" หญิงสาวเหล่านั้นก็ตอบถูกอีก

ในที่สุด เขาก็มาถึงบ้านๆ หนึ่ง แม้แต่ไม่ใช่บ้านเศรษฐี แต่ก็สะอาดเรียบร้อย บริเวณบ้านรื่นตา มีสวนครัวอยู่หลังบ้าน มองลอดใต้ถุนไปเห็นได้รอบบ้าน มีผลไม้ยืนต้นให้ลูก บ้างก็กำลังตกลูกน่าสบายยิ่งนัก

ณ ที่นั้นเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังเก็บดอกไม้อยู่ เขาก็เดินเข้าไปแล้วถามประโยคเดิม เรื่องจะทำอย่างไรกับปลาช่อนตัวใหญ่ เพื่อให้กินได้นานที่สุด

เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นตอบเขา เขาก็ตะลึงอยู่กับที่ นางนั้นยิ้มแย้มพองาม หน้าตาหมดจด แล้วนางก็ตอบด้วยน้ำเสีย ที่น่าฟังมีจังหวะจะโคนว่า

"ฉันจะเอาปลาตัวนั้นไปแกง แล้วแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งจะเอาไว้กินกันเองในครอบครัวฉัน อีกส่วนหนึ่งจะเลือกแต่ของดีๆ เก็บไว้ถวายพระสักถ้วยหนึ่ง ส่วนที่เหลือฉันจะเอาไปแจกเพื่อนบ้าน"

"อ้าว! แม่นาง อย่างนั้นแม่นางก็จะกินแกงวันเดียวหมดนะซี แล้วจะเก็บไว้กินนานๆ ได้อย่างไร"

"อย่างนี้อย่างไรล่ะจ๊ะ ส่วนที่บ้านฉันจะกินนั้น ก็จะหมดในวันนั้น หมดแล้วเราได้ปลามาในวันอื่น ก็คงจะมีกินกันได้อีก คนในบ้านก็สำคัญนะจ๊ะ"

"แล้วที่เอาไปวัดล่ะ" ชายหนุ่มถาม
"ก็สบายใจ แล้วเผื่อจะมีกินในชาติหน้า" สาวตอบ
"เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้วละ ที่ไปแจกเพื่อนบ้านล่ะแจกทำไม"
สาวจึงตอบด้วยเสียงหนักแน่น และแสดงความมั่นใจว่า

"นั่นแหละ! ทำให้กินปลาได้นานไม่รู้จบละ เราเอื้อเฟื้อคิดถึงเขา เขาก็จะคิดถึงเรา มิตรจิตก็มิตรใจยังไงล่ะจ๊ะ ปลาตัวนี้จะกินไม่รู้จักหมด เพราะอย่างนี้แหละจ๊ะ"

ชายหนุ่มรู้สึกซาบซึ้ง ในคำตอบของหญิงสาวยิ่งนัก เขานั่งคุยต่ออย่างอ้อยอิ่ง ผิดกับเมื่อขี้นไปบ้านอื่น จนเกือบจะพลบ หญิงสาวจึงเชิญชวนเขารับประทานอาหาร ซึ่งเขาก็ตอบว่า

"จริงซี นี่ก็จะค่ำแล้ว ฉันต้องรีบกลับไปหาพ่อตาที่นัดกันไว้ ฉันออกจากบ้านมาจะครบ 7 วันอยู่ค่ำนี้ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง ฉันลาก่อน" ชายหนุ่มกล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์

เมื่อเขากลับมาถึงจวนก็มืดค่ำเข้าไปแล้ว แต่เขาก็ไม่รอกินอาหารเย็นเสียก่อน รีบเล่าเรื่องต่างๆ ให้พ่อแม่ฟังว่าใน 7 วันนั้น เขาไปพบหญิงสาวกี่คน และคนไหนตอบเรื่องปลาช่อนตัวโตว่าอย่างไร

เมื่อเขาเล่าถึงสาวคนที่เขาพบล่าที่สุดจบ เจ้าเมืองและภรรยาก็ตกลงใจทันที ที่จะเลือกหญิงสาวผู้แบ่งแกงออกเป็น 3 ส่วน เป็นลูกสะใภ้

พิธีแต่งงานทำกันในจวนอย่างสมเกีรยติ ต่อมาชายหนุ่มและภรรยา ก็ได้รับความสุขความเจริญ ด้วยคุณธรรมความดี ประกอบศรัทธาในศาสนา และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนใกล้เคียง จึงเป็นที่นิยมชมชอบของคนทั่วไปชั่วกาลนาน
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #50 - 07.11.08 at 09:18:53
 
ขอบคุณ คุณลู มากครับ

Smiley Smiley Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #51 - 07.11.08 at 10:02:34
 
จิตของคนเรานั้น เหมือนกับลิง

เราจึงเรียนรู้เรื่องของจิตใจของเราได้มากมายจากพฤติกรรมของลิง

ลิงนั้นเกลียดกะปิ ถ้ากะปิถูกมือมันเมื่อใด

มันจะถูนิ้วกับพื้นจนเลือดไหลเต็มมือจนกว่ากลิ่นกะปิจะหายในที่สุด

จนกลายเป็นว่า กะปิ ถึงจะร้าย ก็ไม่ร้ายเท่า ความเกลียดกะปิ

ที่มือลิงเป็นแผลเหวอะหวะ ไม่ใช่เพราะกะปิ

หากเป็นเพราะความจงเกลียดจงชังกะปิต่างหาก

สิ่งที่เราเกลียดนั้น

บ่อยครั้งไม่น่ากลัวเท่ากับความเกลียดชังในจิตใจเรา

ความเกลียดชัง หรือพูดให้ถูกก็คือความรู้สึกอยากผลักไส

ซึ่งรวมทั้งความโกรธและความกลัว

แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความจริงเท่านั้น

นอกจากความอยากผลักไสแล้ว

ความยึดติดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังไม่แพ้กัน

กลับมาที่ลิงจอมซนอีกที

ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้าน

เพราะชอบขโมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง

โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็กๆ พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้

ในกล่องมีถั่วซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ

วันดีคืนดี ลิงมาที่สวน

เห็นถั่วอยู่ในกล่อง ก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว

แต่พอถอนมือออกมาก็ติดฝากล่อง

เพราะกำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้

ลิงพยายามดึงมือเท่าไรก็ไม่ออก

พอชาวบ้านมาจับ ก็ปีนหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้

เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว  

สุดท้ายก็ถูกคนจับได้

ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่า เพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น

มันก็เอาตัวรอดได้

แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย จึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก

มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่เราใฝ่ฝันอยากได้

จนถึงกับยึดไว้อย่างเหนียวแน่น

เวลาประสบปัญหา

เพียงแค่คลายสิ่งที่ติดยึดนั้นเสียบ้าง ปัญหาก็คลี่คลาย

แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมปล่อย

จึงเกิดผลเสียตามมาอย่างมากมาย..ไม่คุ้มกับสิ่งที่ติดยึด

ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางเสียบ้าง

มันก็จะบรรเทาไปได้เยอะ

บ่อยครั้งการปล่อยวางไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น

หากแต่เป็นทางออกจากปัญหาเลยทีเดียว

ความจริงการอยากผลักไสอะไรสักอย่าง ก็เป็นการติดยึดอีกแบบหนึ่ง

ทั้งๆ ที่ลิงพยายามถูกำจัดกลิ่นกะปิไปจากมือ

ก็อดไม่ได้ที่จะดึงมือมาดมหากลิ่นกะปิซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในหลายๆกรณี ความทุกข์ไม่ได้มาจากไหน

หากมาจากการยึดติดไม่ยอมปล่อย

ดั่งเจ้าลิงหวงถั่ว.


ขอขอบคุณเรื่องดี ๆ จากเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=10536.0
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #52 - 07.11.08 at 10:12:06
 
ขอบคุณครับ ผมนึกถึงหนัง STARWARS PHANTOM MENACE ภัยซ่อนเร้น

"Fear is the path to the dark side. Fear leads to anger. Anger leads to hate. Hate leads to suffering." - Yoda

"ความกลัวเป็นบ่อเกิดแห่งด้านมืด. ความกลัวนำมาสู่ความโกรธ,เมื่อโกรธก็จะยิ่งเกลียด, และความเกลียด...จะนำมาซึ่งความทุกข์ " - Yoda

...
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #53 - 07.11.08 at 10:46:53
 
Loucipher wrote on 07.11.08 at 10:12:06:
ขอบคุณครับ ผมนึกถึงหนัง STARWARS PHANTOM MENACE ภัยซ่อนเร้น

"Fear is the path to the dark side. Fear leads to anger. Anger leads to hate. Hate leads to suffering." - Yoda

"ความกลัวเป็นบ่อเกิดแห่งด้านมืด. ความกลัวนำมาสู่ความโกรธ,เมื่อโกรธก็จะยิ่งเกลียด, และความเกลียด...จะนำมาซึ่งความทุกข์ " - Yoda

...


ขอบคุณ คุณลู มากครับ

ความกลัว นี่น่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยอ่านเรื่อง เดวิลแมน ฝูงชนที่ถูกนำด้วยความกลัว ทำให้บ้าคลั่ง สามารถทำได้ทุกอย่าง


Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #54 - 08.11.08 at 09:22:46
 
คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือจะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้ อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขกบ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิ้น

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง
2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์
3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน
   
ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้ เข้มแข็ง ทางแห่งความหลุดพ้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อย ปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้  ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน แต่งใจ ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่ หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ ...ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใดหรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ? กรรมลิขิต เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่ ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจนักบุญ การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น ละความตระหนี่มีสุข

ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน อย่าเอาเปรียบเทวดา ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและ บาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย บุญบริสุทธิ์การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็น
ขั้นที่ หนึ่งจะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว

ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน สั่งสมบารมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็น บารมีอย่างหนึ่งในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน เมตตาบารมี การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการ บำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน แผ่เมตตาจิต ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย

ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า อานิสงส์การแผ่เมตตา ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่าความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป     ฉะนั้นผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้วโรคที่เป็นอยู่มันจะหายไปถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัยหรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้วก็จะรักษาให้มันกระชุ่ม
กระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้ประโยชน์จากการฝึกจิตผู้ที่ปฏิบัติ
วิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตนเริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่าปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอนเมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้า
งหน้านี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้วคุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย
เจ็บป่วยได้ กล่าวคือการบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อนเป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็งกา
ยเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้นความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติโรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหายป
่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

คัดลอกจากหนังสือ เรียน ธรรมะบูชาพระสุปฏิปันโน เล่มของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี


ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=2896.0
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #55 - 08.11.08 at 10:11:29
 
นานมาแล้วมีนายพรานคนหนึ่งชื่อว่าโกกะ แกชอบการล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ พอ ๆ กับท่านที่ชอบดื่มไวน์แทนน้ำเปล่า ทุกวันแกจะต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่มุ่งสู่ป่าพร้อมด้วยสมุนคู่ใจอีกหลายตัว หมู่สุนัข 4-5 ชีวิตคือหมู่มิตรของแก มันเป็นบริวารที่ไว้ใจได้มากกว่ามนุษย์ แกคิดเห็นอย่างนั้น จึงเลี้ยงไว้อย่างไม่เสียดายข้าวสุก เมื่อแกชี้ไปที่วัตถุ หรือคนใด สุนัขเหล่านั้นก็จะกรูรุมเข้าไปทำร้ายกัดวัตถุหรือบุคคลผู้นั้นอย่างกระหายเลือด
วันหนึ่ง แกก็ออกจากบ้านพร้อมกับหมู่สุนัขเช่นเคย ทุกตัวต่างเริงร่าที่จะได้สังหารเหยื่อในป่า นายพรานโกกะเองก็มีอาวุธครบมือ ทั้งมีด ปืนผาหน้าไหม้ สะพ่ายกันจนไหล่ลู่มุ่งสู่ป่าอย่างเริงร่าใจ
พอออกถึงประตูหมู่บ้านเท่านั้น ตาแกถึงกับอารมณ์เสีย เมื่อพบกับภิกษุรูปหนึ่งกำลังบิณฑบาต " ชิชะ วันนี้ท่าจะดวงไม่ดีแน่แท้ เจอคนที่เป็นเสนียดจัญไรแต่เช้าเลย .." แกบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ ก่อนบึ่งเดินไปอย่างอารมณ์เส ีย

วันนั้น ด้วยเหตุอะไรไม่ทราบได้ จะเป็นเพราะเป็นวันประชุมสภาของหมู่สัตว์ หรือวันปฏิวัติของหมู่กวาง หรือจะเป็นวันว่าง ๆ ของหมู่นก ก็ไม่อาจทราบได้ ปรากฏว่าในป่าใหญ่ไม่มีแม้สัตว์ใดเผ่นผ่าน แม้กระทั่งนกกระจาบเล็ก ๆ ซึ่งเมื่อวันก่อนต่างร้องระงมไปทั่วทั้งป่า มาวันนี้กลับไม่มาแม้สักตัวเดียว ฝูงกวางที่มักลงมากินน้ำที่ริมบึง มาวันนี้ต้องเหตุไรจึง ไม่พึงมีแม้สักตัว ..!!
ตาพรานป่าแกหันหน้าไปมองสมุน พวกมันเองก็คงหงุดหงิดไม่แพ้กัน บางตัวทำท่าทางหงุดหงิด เหมือนปลาสลิดถูกไฟลวก .. ทุกตัวน้ำลายไหลเยิ้มมาจนถึงพื้นด้วยความกระหายเลือด!
"ต้องเป็นเพราะพระเมื่อเช้าแน่ๆๆ มันเป็นตัวเสนียดแท้ ๆ ทำให้เราไม่ได้อะไรเลยแม้สักตัวเดียว .." พรานป่าคิดพลางสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าพอดี
เป็นความโชคร้ายของภิกษุนักบิณฑบาตที่บังอาจมาเจอนายพรานป่าเข้าถึง 2 ครั้ง
"อ่า เจอแล้วตัวเสนียดจัญไร วันนี้ไม่ได้ฆ่าแก กูไม่หายเจ็บใจแน่ ๆ " พูดพลางชี้นิ้วสั่งให้สมุนทั้งหลายเข้าทำร้ายอย่าได้เกรง
สุนัขทั้งหมดต่างกรูหน้าเข้าหาภิกษุรูปนั้นด้วยความกระหาย
ภิกษุผู้น่าสงสาร เห็นสุนัขกรูเข้ามาเช่นนั้น ก็ทิ้งบาตรวิ่งหนี เหลือบไปเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งเข้าก็รีบปีนป่ายหนีตายอย่างเวทนา ต้นไม้ไม่สูงนักท่านยืนอยู่บนกิ่งไม้ พวกสุนัขเหล่านั้นก็ต่างกระโดดเพื่อจะกัดท่านให้ได้ทีเดียว แต่ก็ไม่อาจกระโดดถึงได้
นายพรานโกกะเห็นดังนั้น ก็ถือหอกเดินดุ่ม ๆ เข้ามา แล้วใช้ปลายหอกอันแหลมคมทิ่มไปที่ฝ่าเท้าของภิกษุรูปนั้นเต็มแรง ท่านร้องด้วยความเจ็บ พอเท้าข้างขวาถูกแทงก็ยกขึ้น ยืนด้วยขาข้างเดียวบนกิ่งไม้ พออีกข้างถูกแทงก็ยกอีกข้าง แล้วยืนด้วยขาอีกข้างอย่างเจ็บปวด จนเท้าทั้งสองชุ่มไปด้วยเลือดจากฝ่าเท้า ท่านทนเจ็บไม่ไหว จีวรที่ห่มก็หลุดไหลลงมาคลุมตัวนายพรานโกกะอย่างไม่เจตนา ฝ่ายฝูงมาเข้าใจว่าภายใต้จีวรนั้นเป็นภิกษุจึงกรูเข้าไปภายในจีวรกัดกินนายพรานโกกะอ
ย่างกระหาย จนสุดท้ายเหลือแต่กระ ดูก โอ้ ..อนิจจา
ภิกษุหนุ่มที่อยู่บนต้นไม้เห็นเหตุการณ์อันโหดร้ายตรงหน้า จึงคว้ากิ่งไม้แห้งเขวี้ยงใส่หมานั้นไป พวกมันหันมามองภิกษุบนต้นไม้ แล้วเหลียวกลับไปดูเศษกระดูกก็รู้ทันทีว่า ตนได้ฆ่าเจ้าของเสียแล้ว จึงรีบวิ่งหนีเข้าป่าไป
ภิกษุรูปนั้น ตะเกียกตะกายลงจากต้นไม้อย่างทุลักทุเล โซซัดโซเซหอบร่างอันอิดโรยกลับวัด ท่ามกลางความสนใจของพระเณรในวัดกันทั่วหน้า ท่านเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดากราบทูลเรื่องทั้งหมด แล้วทูลถามว่า " ข้าพระองค์เกรงว่าจะบาปหนักที่นายพรานโกกะตาย "

"ดูก่อนภิกษุ บาปย่อมมีแก่คนที่ทำบาป ส่วนตัวเธอเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร บาปย่อมไม่มีแก่เธอหรอ เพราะว่าเปรียบเหมือนมือใครที่ไม่มีแผล เขาก็สามารถที่จะจับยาพิษได้ ฉันใด คนที่จิตใจไม่มีบาป ไม่มีอกุศล ก็ย่อมไม่ได้บาป ฉันนั้นเหมือนกัน"


ขอขอบคุณเวป
http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=3096.0
Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #56 - 09.11.08 at 06:34:42
 
ขอบคุณครับ ผมคิดอยู่เสมอครับ ว่า ทุกชีวิตที่มาเกิด มาใช้ชีวิตบนโลกจนสิ้นอายุขัย เมื่อเหลือแต่ดวงวิญญาณ เขาจะประมวลผลว่า คุณทำบุญทำกรรมอะไรไว้บ้าง ถ้าบุญมีมากกว่าบาป คุณอาจจะได้เสวยสุขในสวรรค์ช่วงนึงแล้วไปเกิดใหม่มีชีวิตที่ดีขึ้นมพร้อมบุญเก่าและก
รรมเก่า ถ้าคุณมีบาปมากกว่า อาจจะต้องไปชดใช้ในนรก แล้วไปเกิดใหม่มีชีวิตที่แย่ลงเพราะกรรมเก่า คุณจึงควรละกรรมเช่าสร้างความดี

ฝรั่ง  จากหนังเรื่อง THE BUCKET LIST ที่ JACK NICOLSON ถาม MORGAN FREEMAN ว่าถ้าคุณเกิดเป็นหอยทาก คุณจะทำกรรมดีขึ้นได้อย่างไรตามหลักศาสนาพุทธ ผมเคยคุยกับแฟน เราเห็นว่า การเกิดเป็นหอยทาก เป็นการชดใช้กรรมครับ ไม่แน่ใจว่าต้นไม้จะเข้าข่ายหรือเปล่า  แต่สัตว์ก็ทำความดีได้นะครับสังเกตจากชาดกต่างๆ

กรรมส่วนใหญ่จะตามทันในชาตินี้  คนเลวๆที่กรรมตามไม่ทัน ผมเชื่อว่า เขายังมีบุญเก่าครับ แต่เมื่อบุญหมดนี่สิ...


คำถามที่ผมสงสัยอยู่คือ ถ้าชาตินี้ชาติหน้ามีจริง แล้วชาติแรกสุดของทุกคนคืออะไรครับ?  ก่อนจะมีนรก มีสวรรค์คืออะไร



บางทีวันหนึ่งเราอาจไขปริศนาทั้งหมดได้โดยเฉพาะเรื่องชีวิตหลังความตายSmiley
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #57 - 10.11.08 at 07:56:48
 
Loucipher wrote on 09.11.08 at 06:34:42:
ขอบคุณครับ ผมคิดอยู่เสมอครับ ว่า ทุกชีวิตที่มาเกิด มาใช้ชีวิตบนโลกจนสิ้นอายุขัย เมื่อเหลือแต่ดวงวิญญาณ เขาจะประมวลผลว่า คุณทำบุญทำกรรมอะไรไว้บ้าง ถ้าบุญมีมากกว่าบาป คุณอาจจะได้เสวยสุขในสวรรค์ช่วงนึงแล้วไปเกิดใหม่มีชีวิตที่ดีขึ้นมพร้อมบุญเก่าและก
รรมเก่า ถ้าคุณมีบาปมากกว่า อาจจะต้องไปชดใช้ในนรก แล้วไปเกิดใหม่มีชีวิตที่แย่ลงเพราะกรรมเก่า คุณจึงควรละกรรมเช่าสร้างความดี

ฝรั่ง  จากหนังเรื่อง THE BUCKET LIST ที่ JACK NICOLSON ถาม MORGAN FREEMAN ว่าถ้าคุณเกิดเป็นหอยทาก คุณจะทำกรรมดีขึ้นได้อย่างไรตามหลักศาสนาพุทธ ผมเคยคุยกับแฟน เราเห็นว่า การเกิดเป็นหอยทาก เป็นการชดใช้กรรมครับ ไม่แน่ใจว่าต้นไม้จะเข้าข่ายหรือเปล่า  แต่สัตว์ก็ทำความดีได้นะครับสังเกตจากชาดกต่างๆ

กรรมส่วนใหญ่จะตามทันในชาตินี้  คนเลวๆที่กรรมตามไม่ทัน ผมเชื่อว่า เขายังมีบุญเก่าครับ แต่เมื่อบุญหมดนี่สิ...


คำถามที่ผมสงสัยอยู่คือ ถ้าชาตินี้ชาติหน้ามีจริง แล้วชาติแรกสุดของทุกคนคืออะไรครับ?  ก่อนจะมีนรก มีสวรรค์คืออะไร



บางทีวันหนึ่งเราอาจไขปริศนาทั้งหมดได้โดยเฉพาะเรื่องชีวิตหลังความตายSmiley


คุณลู ก็นึกสงสัยเหมือนกับผมเช่นกันว่า ชาติแรกสุดผมเกิดเป็นอะไร และเพราะอะไร ผมถึงได้เกิดในชาติแรกได้ และทำให้มีชาติภพตามมาเรื่อย ๆ


Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #58 - 10.11.08 at 11:25:37
 
นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง.. ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา.. โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้น มา ในห้องที่มีผู้เข้าฟัง..ร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า.. "ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้ บ้าง?" มีมือ..ได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก เขาก็พูดต่อว่า.. "ฉันจะให้เงินแบงค์1,000 นี้.. แก่หนึ่งในพวกท่าน.. แต่ครั้งแรกนี้..ฉันจะทำอย่าง นี้" เขาเริ่มที่จะขยำๆ เงิน นั้น แล้วเขาก็ถามอีกว่า .. "ใครจะยังต้องการมันอีก?" ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก "ดี" ..เขาตอบ "แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ" และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้น.. เริ่มที่เหยียบย่ำมัน..ด้วยรองเท้าของ เขา แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้..มันทั้งยับยู่ยี่และ สกปรก "ตอนนี้.. ใครยังต้อง การมันอีก?" ก็ยังคงมีคนยกมืออีก.. "เพื่อนๆ ..คุณได้เรียนรู้บทเรียน ที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้ว ว่า.. ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน .. คุณก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่า.. มันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า1,000 บาทอยู่นั่น เอง เหมือนกับหลายๆครั้ง..ในชีวิตของ เรา ที่ถูกทิ้ง.. ถูกเหยียบ ย่ำ .. และถูกทำให้สกปรก.. โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า.. คุณค่าของเรา--ลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไร..ที่ได้เกิดขึ้น หรืออะไร..ที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสีย--คุณค่าในตัว เอง คุณเป็นคนพิเศษ.. อย่าลืมมันตลอดไป... อย่านำความผิดหวัง..ของเมื่อวาน มาบดบังความฝัน..ในวันพรุ่งนี้

ขอขอบคุณเวป
http://www.9mot.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E...
Back to top
 
 
IP Logged
 
tigerroad197
SECRET SUPER HERO
**********
Offline


Tiger Spark !!!!
Posts: 18977
ค่าพลัง: 227


Age: 55
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Re: ข้อคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
Reply #59 - 10.11.08 at 11:29:45
 
ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเป็นคนที่ชอบกินหัวปลามากเป็นพิเศษ จนเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เพื่อนฝูง ทุกครั้งที่บ้านของเขากินปลา คนในบ้านของเขาก็มักที่จะคีบหัวปลาให้เขาก่อนเป็นอันดับแรก และทุกๆครั้งที่เพื่อนๆนัดเลี้ยงสังสรรค์กัน ทุกๆคนก็มักจะเลือกเอาหัวปลาให้เขาก่อเสมอ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดในเวลาที่อยู่กับเพื่อนๆเขามักจะปฏิเสธความหวังดีนี้อย
ู่เสมอ เมื่อไม่นานมานี้เอง ผมได้ข่าวว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่เขาจะสิ้นใจ มีเพื่อนสนิทหลายคนได้ไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล บางคนถึงขนาดทำหัวปลาปรุงพิเศษไปให้ แต่ในขณะนั้น เขาไม่สามารถที่จะกินอะไรได้อีกแล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะเปิดเผยความลับที่เขาได้ปกปิดมานานนับสิบปี ให้เพื่อนๆฟังด้วยความยากลำบากว่า..... "เราขอขอบใจในน้ำใจของพวกเพื่อนๆที่อุตส่าห์ทำหัวปลามาให้และในเมื่อมาถึงขั้นนี้ เราก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอะไรพวกเพื่อนอีกแล้ว แม้ว่าหัวปลาจะอร่อยและเราก็ได้กินมันมาครึ่งค่อนชีวิตแล้วก็ตาม แต่เราขอบอกตามตรงเลยว่าเราไม่เคยชอบกินมันเลย หากแต่เป็นฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี อีกทั้งคนในครอบครัวต่างก็ชอบกินเนื้อปลากันทั้งนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ หากเราเลือกที่ยังจะกินเนื้อปลาพวกเขาก็จะได้กินกันน้อยลง แต่ถ้าหากเราจะไม่กินปลาเลยพวกเขาก็คงจะรู้ และไม่สบายใจ ดังนั้น เราก็เลยต้องแกล้งทำเป็นชอบกินหัวปลา ทั้งๆที่ความจริงแล้ว เราเองก็อยากที่จะกินเนื้อปลากับเขาด้วยเหมือนกัน! จนถึงทุกวันนี้ทุกครั้งที่ผมได้ยินว่ามีคนชอบกินหัวปลา ผมเองก็อดที่จะมองเขาด้วยความพินิจพิเคราะห์ไม่ได้ ในใจก็ตั้งคำถามว่า เขา "รักที่จะกินหัวปลา" หรือ "กินหัวปลาเพราะรัก" กันแน่?... ข้อคิดในการสอนงาน สิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตาของเราไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นจริงเสมอไป บางคนรักที่จะทำ จึงไม่เคยสนใจหรือใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น แต่บางคนทำเพราะรัก จึงยอมสละทุกสิ่งโดยไม่เคยคิดถึงตัวเอง แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ก็ตาม ... คุณล่ะครับเป็นคนแบบไหน ?
 

ขอขอบคุณเวป
http://www.9mot.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E...
Back to top
 
 
IP Logged
 
Pages: 1 2 3 4 5 ... 22
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge