THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 6 (Read 1306 times)
Jocho
TRAINING HERO LEVEL1
****
Offline


W ♥ THAI-TOKU
Posts: 219
ค่าพลัง: 9


Age: 35
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Leo
Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 6
02.10.08 at 15:24:09
 
SILK 6 : พี่น้อง - พ่อลูก

     หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น มิฮารุนั่งใจลอยนึกถึงเรื่องที่ได้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อ 2 วันก่อน ว่าสิ่งที่เธอได้พบเห็นนั้นมันคืออะไร อสุรกายเหล่านั้นมันคืออะไรมันมาจากไหนทำไมต้องมาทำร้ายเธอ และก็พวกกลุ่มคนที่ใส่ชุดดำแปลก ๆ นั่นเป็นใคร คนที่มีลายสีแดงเป็นใครทำไมเขาถึงได้คล้ายมาซากินัก หน้าตาเขาเป็นยังไง เรื่องพวกนี้มิฮารุนั่งคิดซ้ำไปซ้ำมาจนไม่เป็นอันทำงาน เธอเห็นภาพของ RAL มีมาซากิมาทับซ้อน ทั้งรูปร่าง ท่าทาง น้ำเสียง เธอคิดว่าจะต้องเป็นมาซากิแน่ ๆ แต่ทำไมเขาต้องทำเป็นว่าไม่รู้จักเธอ ถ้าหากว่าเขาคือมาซากิจริง ๆ แล้วล่ะก็ ทำไมเขาจะต้องไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นด้วย เธอไม่อยากให้มาซากิบาดเจ็บหรือว่าเป็นอะไรไปเลย ตั้งแต่วันนั้นเธอก็เอาแต่คิดถึงแต่เรื่องของมาซากิซ้ำไปซ้ำมา ว่าตอนนี้มาซากิทำอะไรอยู่ กินข้าวอิ่มไหม ยังอยู่ดีหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เธอเจ็บช้ำ ยิ่งทำให้เธอโทษตัวเอง เธอต่อว่าตำหนิตัวเองในหลาย ๆ เรื่องที่ได้ทำกับเขา “เรามันแย่ เรามันเป็นแม่ที่ไม่ดีเลย ทำให้มาซากิต้องเสียใจผิดหวังในตัวเรา แถมยังทำร้ายจิตใจเขาต่าง ๆ นานา เป็นแม่ที่ใจร้ายแม้แต่ตอนที่มาซากิโทรมาเราก็ยังไม่ใยดี เรามันบ้า......มาซากิ...มาซากิ” หลังจากที่เธอพบ RAL มันก็ยิ่งกระตุ้นความคิดถึงที่เธอมีต่อมาซากิให้รุนแรงมากขึ้นแต่เธอก็ยังไม่กล้าที่
จะไปพบหน้าเขา หลายวันแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เธอเห็นมาซากิออกมาจากโรงแรมกับแฟนสาวโดยบังเอิญ มาซากิก็ไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อเธออีก ช่วงแรกเธอรู้สึกโล่งใจเพราะว่าในที่สุดมาซากิก็คงจะทำใจลืมเธอได้ แต่พอคิดอย่างนั้นเป็นตัวเธอเองที่รู้สึกยอมรับไม่ได้ที่มาซากิจะลืมเธอ  ตัวมิฮารุเองนั้นก็ไม่มีความกล้าที่จะโทรไปหาเขาที่บ้าน ส่วนหนึ่งก็เพราะกลัวว่าคนที่จะมารับโทรศัพท์จะไม่ใช่มาซากิแต่เป็นแฟนสาวของเขาแคทเ
ธอรีน ในข้อนี้เท่านั้นที่เธอไม่อาจทนได้...... “คุณจุนโด”

     หัวหน้าแผนก : คุณจุนโด!
     มิฮารุ : .....คะ ค่ะ หัวหน้า
     หัวหน้าแผนก : คุณช่วยตรวจเอกสารนี่ให้ผมหน่อย ขอก่อนบ่ายสามโมงนะ
     มิฮารุ : ค่ะได้ค่ะ

มิฮารุรับงานมาทำทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ค่อยจะมีกะจิตกะใจเสียเท่าไร เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถ ดังนั้นเวลาทำงานถึงเธอจะมีปัญหาอะไรมันก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการทำงานของเธอลดล
งยกเว้นเรื่องนี้ มันทำให้สองสามวันมานี้ประสิทธิภาพในการทำงานของเธอลดลงอย่างเห็นได้ชัดจนบรรดารุ่นน
้องผู้หญิงที่สนิทกับเธอรู้สึกเป็นห่วง ตกเย็นเธอเดินทางกลับอพาตเมนท์ของมาโคโตะ ตลอดทางเธอคิดว่ามันจะดีแล้วหรือที่เธอยังจะอยู่กับมาโคโตะต่อไปแบบนี้ ตอนช่วงแรก ๆ ที่เธอย้ายมา การที่ได้อยู่กับมาโคโตะมันทำให้เธอได้ลืมเรื่องมาซากิลงได้ ลืมเรื่องความเป็นแม่ที่จะต้องมาก่อนของเธอลงได้ เธอเหน็ดเหนื่อยจากภาระในการเป็นแม่ของมาซากิมานาน แต่เธอเองก็ไม่เคยบ่นออกมาซ้ำยังเต็มใจที่จะเหนื่อย เธอไม่ยอมรับที่ตัวเองบกพร่องด้านความรู้สึกในการเป็นแม่เพราะดันไปหลงรักลูกชายตัวเ
องจะกลับหลังก็ไม่ได้จะก้าวไปข้างหน้าก็ยิ่งห่างไกล ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบเจอแต่ทางตัน จนสุดท้ายแล้วทางออกที่มิฮารุพอจะทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือเธอจะต้องหนีจากความรู้ส
ึกนั้นซะ แต่ในตอนนี้เธอกลับโหยหาความรู้สึกที่เธอเสียไปนั่นคือความสุขในตอนที่ได้อยู่กับมาซ
ากิ เธอคิดถึงมาซากิโดยที่ไม่รู้แน่ว่าเธอคิดถึงเขาในฐานะที่เขาเป็นลูกหรือว่าเป็นผู้ชา
ยที่เธอรักกันแน่ เธอสับสนแต่ก็ไม่อาจจะถอยหลังได้เพราะเธอกลัว กลัวใจของตัวเองจริง ๆ แต่ตอนนี้ยังไงเธอก็รู้สึกสงสารมาโคโตะถ้าเธอคิดจะตัดขาดจากเขา เธอเองก็มีความรู้สึกที่ดี ๆ ให้กับมาโคโตะเช่นกัน มันทำให้เธอต้องอยู่กับมาโคโตะเพื่อประคับประคองจิตใจของตนเองแบบนี้ต่อไป

     จากในวันนั้นที่มาซากิได้ต่อสู้กับพวก DEMON เพื่อปกป้องมิฮารุ มันทำให้เขาที่เริ่มจะลืมเธอได้กลับมาคิดย้อนเรื่องระหว่างเขากับเธอต่อ เขาเป็นห่วงเธอ เขาไม่รู้ว่าทำไมพวก DEMON ถึงจ้องจะทำร้ายเธอ รึว่าตอนนั้นมันออกมาหาเหยื่อตามปกติแต่ว่ามิฮารุโชคร้ายที่ไปพบกับพวกมัน ข้อนี้เท่านั้นที่เขาตีโจทย์ไม่ออก  นอกจากนี้แล้วเขาที่ได้พบเธออีกครั้งมันทำให้เหมือนกับว่ามีอะไรมาตีกระพืออยู่ในใจ
มันทำให้มาซากิรู้สึกอยากที่จะเจอกับเธออีกสักครั้ง “มาคุง ข้าวเสร็จแล้ว”

     แคทเธอรีน : มาคุง...?
     มาซากิ : หือ? ...อื้อจะไปเดี๋ยวนี้แหละ

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แคทเธอรีนทำกับข้าวให้เขา โดยที่ปกติพวกเขาจะออกไปกินกันข้างนอก บางครั้งก็มีแวะที่อื่นบ้างก่อนที่จะกลับ สำหรับมาซากิแล้วแคทเธอรีนเธอเป็นคนดีในสายตาเขา เป็นผู้หญิงที่ช่วยบรรเทาจิตใจที่เหงาหงอยให้แก่เขาได้ และนอกจากนี้เธอยังมอบรักที่เธอมีให้แก่เขาจนหมดใจ แต่ส่วนลึก ๆ ของมาซากิก็ยังคิดว่ายังไงซะแคทเธอรีนก็ไม่มีทางที่จะมาแทนมิฮารุได้ ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอมันเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กัน แต่มันคงไม่อาจที่จะเรียกว่าความรักได้ แต่ว่าตอนนี้เขาต้องการเธอและเธอก็ต้องการเขา เพื่อให้เธอมาช่วยเยียวยาแผลใจนี้ให้บรรเทาลง เขาเองก็รู้สึกผิดที่ไม่อาจจะตอบสนองความรักนี้กับเธอได้ มาซากิจึงคบกับเธอแบบนี้ต่อไปเพราะเขาไม่อยากที่จะทำร้ายจิตใจของเธอไปมากกว่านี้อีก
แล้ว

     มาซากิ : อะไรเนี่ย วันนี้แกงกะหรี่เหรอ คง......จะไม่เผ็ดมากใช่มั้ย...เคธี่?
     แคทเธอรีน : ไม่เผ็ดหรอกมาคุง  
     มาซากิ : อืม........อร่อย

แคทเธอรีนนั่งมองมาซากิกินข้าวอย่างมีความสุข เหมือนกับว่าเวลานี้มีเพียงสองเรา สำหรับเธอแล้วมาซากิเป็นเป้าหมาย เธอหลงรักเขาตั้งแต่แรกเริ่มที่ได้พบกันตั้งแต่ตอนที่อยู่ปี 1 มาซากิเป็นผู้ชายที่จัดว่าอยู่ในระดับที่หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว นอกจากที่จะหล่อแล้วเขายังเรียนเก่งและก็เงียบขรึมทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษจนสาว ๆ ต่างก็หลงไหลในตัวเขา  ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกันรุ่นน้องหรือว่ารุ่นพี่ผู้หญิงต่างก็หลงใหลในเสน่ห์ของเขา
แม้แต่อาจารย์สาวสวยบางคนยังแอบ ๆ มองเขาบ้างเลย เธอเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของสาว ๆ ที่หลงใหลในตัวเขาด้วย แต่เพราะว่ามาซากิไม่ใช่คนเจ้าชู้ เขาไม่เคยคิดที่จะคบกับใครเป็นพิเศษ มันทำให้เธอที่เป็นเพื่อนในกลุ่มเรียนเดียวกันกับเขาค่อนข้างที่จะอยู่เหนือกว่าพวกผ
ู้หญิงคนอื่นที่คอยหมายตาเขาไว้  แต่แคทเธอรีนเองก็เคยนึกเหมือนกันว่าทำไมมาซากิถึงไม่เคยคิดที่จะมีแฟนหรือว่าคบกับ
ใครสักคน จนกระทั่งมาถึงในวันงานวัฒนธรรม การออกร้านของมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้พวกนักศึกษาตามภาคและชมรมต่าง ๆ ได้ออกร้านขายของทำกิจกรรมกัน วันนั้นเธอก็ได้พบปัจจัยสำคัญที่น่าจะทำให้มาซากิไม่เคยมองผู้หญิงคนไหน นั่นก็คือมิฮารุคุณแม่ของเขา เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาดีกลายเป็นธรรมดาไปเลยถ้าเอามาเทียบกับเธอ มาซากิพามิฮารุเดินเที่ยวงาน จนหลายคนเข้าใจผิดว่านี่คือแฟนของมาซากิ เมื่อเธอได้รู้ความจริงจากปากของมาซากิทีหลังก็แทบจะไม่เชื่อ เพราะว่าดูจากทั้งบรรยากาศที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันกับความใกล้เคียงกันของวัย มันไม่น่าที่จะเชื่อเลยว่ามิฮารุคือแม่แท้ ๆ ของมาซากิตามที่มาซากิได้บอกกับเธอ เธอเองก็เป็นผู้หญิงเธอย่อมสังเกตผู้หญิงด้วยกันออก ในวันนั้นสายตาที่มิฮารุมองมาซากิยังไง ๆ ก็น่าจะมีอะไรที่มากกว่านั้น แต่แคทเธอรีนก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีอะไรที่จะเอามาเทียบกับมิฮารุได้เลยสักอย่าง แต่สิ่งที่เธอยังมีสิทธ์เอาชนะมิฮารุได้ก็คือ ฐานะและความเกี่ยวดองทางสังคมของเธอกับมาซากิ ถ้าเป็นอย่างที่มาซากิว่าจริง เขากับมิฮารุจะไม่มีวันที่จะลงเอยกันได้เด็ดขาดไม่ว่ามิฮารุจะรู้สึกยังไงกับมาซากิก
็ตามแต่ มิฮารุจะต้องรู้สึกขัดแย้งกับตัวเองแน่นอน และตอนนั้นแหละมันจะเป็นโอกาสของเธอของแคทเธอรีน และในที่สุดวันนั้นก็มาถึงแล้ว

     แคทเธอรีน : เอาอีกมั้ย....มาคุง?
     มาซากิ : อื้อ.....ขออีกหน่อย

“(เสียงเรียกเข้า)” เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาระหว่างที่มาซากิกำลังจะกินข้าวต่อ เขาเองก็สงสัยว่าใครโทรมาในตอนนี้ บางทีอาจจะเป็นชินกิหรือว่าเนกิก็ได้ แต่เมื่อเขานำมันขึ้นมาดู หน้าจอกลับขึ้นชื่อ “มิฮารุ จุนโด” ..............

     มิฮารุอยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดิน ในใจเธอยังคงนึกเรื่องของมาซากิมาตลอดทาง ยิ่งเธอได้พบกับชายที่ชื่อว่า RAL คนนั้นแล้ว มันยิ่งกระตุ้นให้เธออยากจะพบกับเขาใจจะขาด อยากจะได้ยินเสียงของเขา โทรศัพท์มือถือสั่นจากมีเมล์เข้ามันมาจากมาโคโตะ เนื้อหาภายในบอกว่าวันนี้เขาจะกลับช้าเพราะต้องทำรายงานที่บ้านเพื่อน เธออ่านจบแล้วก็ยิ้มเล็กน้อยที่มาโคโตะยังมีใจห่วงเรื่องแค่นี้กับเธอ มิฮารุกำลังจะพับเก็บมือถือใส่ในกระเป๋าแต่เธอก็เห็นอะไรบางอย่างก่อนที่เก็บมัน “เมนู ข้อมูลการใช้ เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย” เธอเปิดที่จะดูมันอีกครั้ง “วันที่ 01/08/2057 มาซากิ จุนโด” เป็นข้อมูลไม่ได้รับสายของมาซากิครั้งล่าสุดเมื่อ 8 วันก่อน จากนั้นเขาก็ไม่เคยที่จะโทรมาอีกเลย มิฮารุจ้องมองข้อมูลนี้อยู่นานและแล้วเธอก็กดโทรออก.......”ตู๊ด~~~~ตู๊ด~~~~ตู๊ด~~~
~” เธอเอาโทรศัพท์มาแนบไว้กับหูจนมือเธอสั่นไปด้วยใจที่ลุ้นระทึก

     มาซากิ : ฮัลโหล..........

แม้ว่าเธอจะเตรียมใจเอาไว้แล้วที่มาซากิจะรับสายของเธอ แต่เธอก็ยังตั้งตัวไม่ทัน มิฮารุได้แต่ฟังเสียงของเขาอยู่ฝ่ายเดียวอย่างนั้นโดยที่ไม่ได้พูดหรือสนทนาได ๆ ถึงแม้ว่าเธออยากจะคุยกับเขาใจจะขาดขนาดไหนแต่เธอก็ยังไม่กล้า ได้แต่เอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อที่จะได้ยินเสียงของคนที่เธออยากจะได้ยินให้ชัดขึ้

     มาซากิ : ฮัลโหล! .......แม่ครับ......นั่นแม่ใช่มั้ย? ..........ทำไมไม่พูด........แม่!

เธอได้ยินเสียงของมาซากิชัดมาก ถึงอยากจะพูดกับเขาเพียงไหนแต่เธอกลับคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอจึงได้แต่ฟังเสียงเขาอย
ู่ฝ่ายเดียว ตัวเธอสั่นด้วยใจที่ถวิลหาแต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ ทุกอย่างมันรุมเร้าเธอจนน้ำตาไหล

     ที่บ้านมาซากิเขาได้วางสายเธอไปแล้วเพราะว่ามิฮารุไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย ตอนนี้ในใจของมาซากินั้นเป็นห่วงเธอมาก เขากลัวว่าเจ้าพวกนั้นจะมาทำร้ายเธออีก ความกระวนกระวายมันแสดงออกทางสีหน้า แคทเธอรีนเห็นดังนั้นจึงเสนอที่จะพาเขาไปพบกับเธอ ทั้งสองเดินทางไปที่นั่นโดยเร็วทางรถยนต์ส่วนตัวโดยที่มีแคทเธอรีนเป็นคนขับ พวกเขาดักรอมิฮารุที่หน้าอพาตเมนท์ของมาโคโตะ จนในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึง มิฮารุเช็ดน้ำตาและกำลังจะเดินขึ้นบันไดแต่แล้ว “แม่ครับ” มาซากิเดินตามเธอมาจากด้านหลัง มิฮารุได้ยินเสียงนี้ก็รู้ว่าเป็นเขาจริง ๆ ในใจเธอตอนนี้แทบอยากจะกระโจนกอดเขาเสียให้ได้ เธอหันกลับไปก็พบว่ามาซากิยืนอยู่ที่ด้านล่างของบันได จนในใจเธอเริ่มที่จะพองโตแต่ว่ามันไม่ใช่แค่นั้นเสียแล้วเพราะว่ายังมีอยู่อีกคนหนึ่
งที่เธอก็มองเห็น มิฮารุเห็นผู้หญิงอีกคนที่มาพร้อมกันกับเขาด้วย เป็นแคทเธอรีนที่มาด้วยกันกับมาซากิ เธอรอเขาอยู่ที่รถซึ่งไม่ได้จอดไกลจากที่นี่เท่าไรนัก มิฮารุนึกย้อนถึงภาพในอดีตขึ้นมาทันที ภาพของมาซากิกับแคทเธอรีนบนเตียง ภาพที่เธอเห็นเขาและเธอคนนั้นเดินออกมาจากโรงแรมด้วยกัน ภาพที่เธอเห็นทั้งคู่กอดจูบกันกลางถนนหน้าโรงแรม แล้วผู้หญิงทั้งสองก็สบตากัน แคทเธอรีนส่งสายตาที่เย้ยหยันใส่มิฮารุเป็นนัย ๆ ว่ามาซากิเป็นของเธอไม่ใช่ของมิฮารุอีกต่อไป เหมือนถูกกดดันทางสายตา มิฮารุจึงหันหลังให้กับมาซากิแล้วจะเดินขึ้นไปด้านบนต่อ

     มาซากิ : เดี๋ยวสิ! ........นี่มันอะไรกัน แม่โทรหาผมทำไม มีอะไรรึเปล่า แล้วทำไมแม่ถึงไม่พูดล่ะ ตอบผมมาสิ!
     มิฮารุ : ขอโทษนะมาซากิ แม่กดเบอร์ผิดน่ะ คนที่แม่จะโทรไปหาคือมาโคโตะคุงต่างหาก

เหมือนถูกปักด้วยเข็มหมุดเข้ากลางใจ ที่เขาได้ยินคำพูดอันร้ายกาจนี้ออกมาจากปากของคนที่สำคัญทีสุดสำหรับเขา

     มาซากิ : แล้วทำไมจะต้องถือสายนานขนาดนั้นด้วย ตัดสายมันซะก็สิ้นเรื่อง!

มิฮารุเถียงไม่ออก เธอคิดว่าจะให้มาซากิกลับมายึดติดกับเธอไม่ได้ คนที่เขาเลือกอยู่ตรงนั้นแล้ว ก่อนที่เธอจะใช้วาจาสุดท้ายเป็นเหมือนกับตัดเยื่อใยทั้งหมดที่เธอมีกับเขา

     มิฮารุ : มาซากิ....แม่ต้องขอโทษจริง ๆ นะ  มาซากิก็โตพอที่จะอยู่คนเดียวได้แล้ว เราสองคนแยกกันแค่นี้เถอะนะ ในตอนนี้คนที่แม่เลือกคนที่แม่ต้องการก็คือมาโคโตะคุง

ไม่อาจที่จะบรรยายความเจ็บช้ำของเขาออกมาเป็นคำพูดได้อีกต่อไป มาซากิยืนตัวแข็งกับคำพูดที่ไร้เยื่อใยของเจ้าหล่อน เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เขารักที่สุดจะทำกับเขาแบบนี้ จากความเศร้าแปลเปลี่ยนไปเป็นความโกรธ มาซากิก้มหน้าพร้อมที่จะพูดตัดสัมพันธ์กับมิฮารุเช่นเดียวกัน

     มาซากิ : ดี......ดีมาก ถ้าหากแม่ว่าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ต่อจากนี้ไปเราขาดกัน! ผมจะไม่มาให้แม่เห็นหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง!! ลาก่อนครับ
     มิฮารุ : อือ.......ลาก่อน......มาซากิ

มาซากิเดินกลับไปขึ้นรถและจากเธอไป มิฮารุก็ไขกุญแจเข้าไปข้างในห้อง เธอฟุบตัวลงนอน เหมือนคนที่หมดเรี่ยวแรง แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือหยิบตุ๊กตาไล่ฝนตัวน้อยมากำเอาไว้แน่น ไม่ใช่แต่มาซากิที่ต้องเสียใจ หัวใจที่เจ็บช้ำของมาซากิมีเท่าไดแต่หัวใจของเธอนั้นเจ็บช้ำยิ่งกว่าจนน้ำตาต้องไหลร
ิน ดวงใจชอกช้ำเจ็บช้ำเพราะว่าเป็นเธอเองที่เป็นคนขยี้สายสัมพันธ์สุดท้ายที่เธอมีต่อเข
าเพียงเพราะต้องการประชดกับแรงหึง ที่เธอเห็นเขามาด้วยกันกับผู้หญิงคนนั้น

     มิฮารุ : ฮือ.....ฮือ.....ฮือ......มาซากิ.....ไม่นะ.....มาซากิ...แม่....แม่น่ะ........แม่ร
ัก....มาซากิ........ฉันรักมาซากินะ!!...โฮ....โฮ...ๆ....ๆ...ๆ.....


     ที่ฐานใต้ดินของ GATE เนกิกับชินกิพึ่งจะออกเวรของวันนี้ พวกเขาแต่งตัวอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เรื่องของมาซากิในตอนนั้นที่มาซากิพรวดพราดออกไปโดยที่ไม่ยอมฟังเสียงใคร เป็นข้อกังขาในใจของสองพี่น้องโดยเฉพาะชินกิที่เขาเป็นห่วงมาซากิเสมือนน้องแท้ ๆ พวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพวกเขารู้สึกถึงความผูกพันระหว่างพวกเขากับมาซากิ
ขนาดนี้ เพราะว่าในเวลาที่อยู่ด้วยกันความสนิทสนมของพวกเขาทั้งสามมันเหมือนดังสายสัมพันธ์ขอ
งพี่น้องที่ยังไงก็ไม่มีวันตัดขาด ชินกิคิดว่าจะต้องเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นแน่ ๆ เพราะหลังจากนั้นมาซากิก็มีอาการเก็บตัวและเริ่มปิดตัวเอง เขาจึงลองไปสืบหาข้อมูลจึงรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีชื่อว่า มิฮารุ จุนโด เป็นคุณแม่ของมาซากิ

     เนกิ : นี่....พี่ชินกิ เรื่องของมาซากิคุงน่ะ
     ชินกิ : ก็นะ......บางสิ่งบางอย่าง เราก็เป็นคนนอก แต่พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
     เนกิ : นั่นน่ะคือคุณแม่ของมาซากิคุงเหรอครับ? ดูยังไงก็ไม่เหมือนกันเลยนะฮะ เธอยังเป็นสาวอยู่เลย อายุก็ไม่น่าที่จะห่างจากเขามากนัก ถ้าบอกว่าเป็นพี่สาวก็อีกเรื่องแต่ถ้าจะบอกว่าเป็นแม่ ผมว่ามันชัดแย้งกันยังไง ๆ อยู่นะ
     ชินกิ : แน่นอนสิก็เจ้าหล่อนอายุแค่ 30 เท่านั้นเอง

เนกิถึงกับอึ้งที่ได้รู้อายุจริงของมิฮารุ เขาลองเอาอายุระหว่างมาซากิกับเธอคนนี้มาทาบกัน

     เนกิ : เฮ้ย!! ห่างกันสิบปี เป็นไปได้ยังไงนี่คุณแม่ของมาซากิมีมาซากิตั้งแต่สิบขวบเหรอ?
     ชินกิ : มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะเจ้าบ้า พี่แค่สงสัยว่าสองคนนั้นต้องไม่ใช่แม่ลูกกันแท้ ๆ และมันจะต้องมีอะไรที่ซ่อนเอาไว้อยู่อีก มาซากิไม่เคยเล่าอะไรเรื่องนี้ให้เราฟังเลย ท่าทีของเขาในตอนนั้นมันก็ดูแปลก ๆ ไป บางทีพี่คิดว่ามาซากิอาจจะกำลังคิดว่าเธอเป็นแม่แท้ ๆ ของเขาอยู่ก็ได้
     เนกิ : เป็นแม่แท้ ๆ แล้วมันมีอะไรเหรอครับ มาซากิคุงคิดแบบนั้นแล้วมันเกี่ยวกับท่าทางซึมเศร้าของเขาตรงไหน?

ชินกิเกาหัวแกรกที่จะต้องมาอธิบายทุกอย่างให้น้องผู้ใสซื่อในเรื่องผู้หญิงฟัง

     ชินกิ : เอาน่ะ ......จากนี้ไปเราก็ต้องเป็นกำลังใจให้มาซากิ รู้แค่นี้ก็พอแล้ว ที่เหลือถ้ามาซากิพร้อมเมื่อไร เจ้านั่นก็เล่าให้เราฟังเอง

     หลังจากวันนั้นวันที่เขาได้ประกาศตัดขาดจากมิฮารุ ชีวิตของมาซากิก็ไม่ได้มีความสุขเลย ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ได้ออกปฏิบัติการ แม้แต่แคทเธอรีนที่มาหาเขาก็ไม่เปิดรับเธอ เขาปิดตัวเองอยู่ที่บ้านกับความรู้สึกชอกช้ำในอกความเจ็บปวดนี้ที่ไม่อาจจะทุเลาลงได
้ ด้วยคำพูดคำนั้น “ลาก่อน” มันคอยวนเวียนมาหลอกหลอนเขาทุกวันคืนกับคำพูดอีกคำ “เราสองคนแยกกันแค่นี้เถอะนะ ในตอนนี้คนที่แม่เลือกคนที่แม่ต้องการก็คือมาโคโตะคุง” มันทำให้เขานอนดิ้นพล่านบนเตียงเหมือนกับปลาที่หาทางลงสู่แหล่งน้ำไม่ได้ เขาไม่รู้เลยว่าต่อไปนี้จะอยู่ไปทำไม จะอยู่ในโลกนี้ได้ยังไงและจะอยู่เพื่ออะไร หลายสิ่งหลายอย่างมันทำให้สติของเขาตกลงสู่ก้นบึ้งแห่งความมืด “HELLHOUND” เป็นชื่อของปืนพกสองกระบอกคู่ใจของตัวเขาที่ใช้ในตอนออกไปต่อสู้ HELL เป็นปืนลูกโม่ลำกล้อง .44 มีอานุภาพรุนแรง กับ HOUND ปืนพกออโตเมติคใส่กระสุนแบบซองแมกกาซีน ลำกล้อง .37 เน้นความเร็วและความต่อเนื่องในการยิงระยะไกล เขาหยิบ HELL มาตรวจดูกระสุนเผยรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็หันปากกระบอกปืนมาจ่อที่ขมับของตัวเองขึ้นลำกล้องพร้อมที่จะลั่นไกแต่ในตอน
นั้นเอง....... “(เสียงริงโทน)” เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาขัดจังหวะเอาไว้ มาซากิวางปืนลงแล้วรับสาย

     ชินกิ : มาซากิ....นายเป็นอะไรไป ทำไมไม่มาเข้าเวร และพี่ก็ถามเนกิแล้วนะ นายไม่ได้ไปเรียนมาหลายวันแล้วใช่มั้ย
     มาซากิ : ............................
     ชินกิ : มาซากิทำไมไม่พูดอะไรบ้าง มาซากิ
     มาซากิ : เลิก....ทำทีว่าเป็นห่วงผมซะที เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน คุณไม่จำเป็นจะต้องมาห่วงผม เลิกวางตัวเป็นพี่ชายผมได้แล้ว คุณไม่ใช่พี่ชายของผมอย่ามาทำเป็นพี่ของผมหน่อยเลย!

แล้วเขาก็ตัดสายชินกิได้แต่กำโทรศัพท์แน่นเขาเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องบางเรื่องเ
ป็นสิ่งที่ไปก้าวก่ายกันไม่ได้แต่ถึงมาซากิจะพูดอย่างนั้น สำหรับเขาแล้วเขาเห็นมาซากิเป็นเหมือนกับน้องชายของเขาจริง ๆ เหมือนกับน้องชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องในสมัยเด็กซึ่งจู่ ๆ ก็หายสาบสูญไป

     ในขณะที่พวกมาซากิกำลังมีปัญหากันนั้น มีเงาของคนผู้หนึ่งจับจ้องไปที่ตัวมาซากิจากที่ห่างไกล พร้อม ๆ กับเหล่ากองทัพอสุรกายที่ยืนเรียงรายอยู่ที่ด้านหลัง บ้างก็หลบอยู่ตามมุมตึก บ้างก็ซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างมิติ รอคอยคำสั่งจากนายผู้เป็นจ้าวชีวิตของพวกมัน “ไม่เป็นไร ๆ เธอจะไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก ฉันจะส่งของขวัญที่แสนวิเศษไปมอบให้กับเธอแน่ ๆ โลกที่ทำให้เธอต้องปวดร้าว โลกที่ทำร้ายเธอ ฉันจะช่วยกำจัดมันให้เอง แล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันสองคนตลอดไป......ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” คนผู้นี้ยืนยิ้มเยาะกับความคิดของตนเอง หัวเราะออกมาประดุจเสียงของนางมาร

     ทางด้านมิฮารุนั้น.....หลายวันแล้วที่เธอไปทำงานด้วยจิตใจอันล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อ
กับตัว ความสามารถในการทำงานของเธอก็ลดลงจนเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง การที่ได้อยู่ด้วยกันกับมาโคโตะมันไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขขึ้นเลย แม้ว่าจะถูกเพิ่มเติมไอรักจากการนอนด้วยกันแต่มันก็แค่ชั่วคราว เธอไม่ได้รู้สึกอิ่มเอมกับความสุขที่มาโคโตะหยิบยื่นให้กับเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามาโคโตะไม่มีทางที่จะมาแทนที่คน ๆ นั้นได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าตอนนี้คนที่เธอรักและสำคัญที่สุดเป็นใครแต่เธอก็ไม่อาจที่จะกลับไปหาเขาไ
ด้ เธอยังรู้สึกผิดต่อเขามากจนไม่รู้ว่าเขาจะยอมยกโทษนี้ให้กับเธอหรือเปล่า ตกเย็นทุก ๆ ก้าวที่เธอเดินกลับไปหามาโคโตะมันก็เหมือนกับบาปที่ค่อย ๆ เกาะตัวเธอมากขึ้นทุกครั้ง จนที่สุดในวันนี้เธอต้องมาหาทางออกโดยการดื่มเพื่อที่เธอนั้นจะได้ลืมเลือนความผิดนี
้ให้เบาบางลงไปบ้าง มิฮารุเดินจนมาถึงร้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ตรงมุมถนน ร้านนี้เป็นบาร์ที่มีชื่อว่า “Blue Eye” เธอเปิดประตูเข้ามา ภายในร้านเป็นบรรยากาศแบบสบาย ๆ ดวงไฟสลัว ๆ กับบาร์เล็ก ๆ ตั้งอยู่ มิฮารุนั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่สาม

      “ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีคะ”
     มิฮารุ : เหล้า....ขอแรง ๆ หน่อย

เจ้าของร้านทำหน้าที่ของบาเทนเดอร์ด้วย เธอสลักน้ำแข็งรินสุราตามคำขอของลูกค้า ทันทีที่วางแก้ว มิฮารุก็ยกแก้วซดจนหมดในอึกเดียว

     มิฮารุ : เอามาอีก.......

เจ้าของร้านรินให้ตามออเดอร์ มิฮารุก็ยกซดหมดในอึกเดียวอีกเช่นกัน

     มิฮารุ : ขออีก..........
      “คุณลูกค้าคะ..............การดื่มน่ะเราดื่มเพื่อที่จะหรรษาไปกับมัน ไม่ใช่เพื่อเป็นการทำร้ายตัวเองนะคะ”
     มิฮารุ : ช่างฉันเถอะ ฉันอยากดื่ม ฉันจะดื่มอีก...........

เจ้าของร้านรินให้เธอ พร้อมกับพยายามชวยคุยเพื่อเป็นการผ่อนคลายจิตใจของลูกค้า

      “คุณจะกลุ้มอะไรมาดิฉันไม่รู้หรอกนะคะ แต่ถ้าไม่รังเกียจดิฉัน คุณจะเล่าเรื่องที่ทุกข์ใจให้ดิฉันฟังก็ได้นะคะเผื่อว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

มิฮารุค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของร้าน เธอคนนี้ก็ยิ้มให้กับเธอ เจ้าของร้านท่าทางเป็นคนใจดี มิฮารุรู้สึกได้ถึงสิ่งนี้จากตัวเธอ แถมยังเป็นคนที่สวยมาก ถ้าจะให้บรรยายความสวยถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับมิฮารุก็ว่าได้ แต่เธอคนนี้ดูอายุมากกว่ามิฮารุน่าจะอยู่ในวัยกลางคนประมาณเลขสี่กว่า ๆ แล้ว ผมยาวตรงสีชา ผิวขาว กับประกายจากดวงตาที่สวยงาม คล้าย ๆ กับว่ามิฮารุเคยเห็นเธอจากที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เธอจึงเริ่มเพ้อบางสิ่งที่เก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจเป็นการระบ
ายออกมาแต่ก็ไม่ทั้งหมด เวลาล่วงเลยจนดึกดื่นมิฮารุหลับฟุบคาเคาท์เตอร์ไปแล้ว เจ้าของร้านถอนหายใจก่อนที่เธอจะปิดร้านและพยุงตัวมิฮารุขึ้นไปนอนที่ชั้นสองของร้าน


     วันรุ่งขึ้นวันนี้เป็นวันเข้าเวรในช่วงเช้าของมาซากิที่ฐานใต้ดิน ในที่สุดเขาก็มาแล้ว หลายคนต่างก็เป็นห่วงที่มาซากิหยุดงานไปนานอย่างไร้สาเหตุ แต่พอได้มาพบหน้ากับเขาในตอนนี้หลายคนต่างต้องตกใจ เขาดูอิดโรยเหมือนคนอดนอนมาหลายวัน ร่างกายดูไร้เรี่ยวแรง โคทาโร่เรียกเขาไปพบในทันทีมาซากิโดนสวดยับที่ละทิ้งหน้าที่ในฐานะของผู้กล้า แม้ว่าจะฟังคำสวดจากผู้บัญชาการไปหลายจบแต่ตอนนี้ไม่ว่าใครจะต่อว่าเขายังไง เขาก็ไม่มีทีท่าจะสนใจเลยแม้แต่น้อยมันไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่าเรื่องที่มิฮารุท
ิ้งเขาไปอีกแล้ว เขาได้แต่ยืนเฉยรอให้โคทาโร่ต่อว่าจนจบ โคทาโร่ถามเขาว่าไม่มีอะไรจะแก้ตัวรึไง เขาพูดสวนทันทีว่าไม่มี เขาไม่มีคุณสมบัติในการที่จะเป็น BRAVE อีกแล้วขอให้ตัดเขาออกจากทีมซะ คำ ๆ นี้เล่นเอาโคทาโร่จี้ดขึ้นสมองจนรองผู้การอย่างเคทาโร่ต้องเสนอตัวเข้ามาจัดการในเรื
่องนี้ให้แทน เขาพามาซากิไปคุยกันที่โรงอาหารเพราะเขาเห็นว่ามาซากินั้นดูอิดโรยเหมือนคนที่ไม่ได้
กินไม่ได้นอนมาหลายวันอย่างน้อยถ้าได้กินอะไรให้ร่างกายมีแรงขึ้นบ้างก็น่าจะดี

     เคทาโร่ : เอ้าอยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ วันนี้ฉันเลี้ยงมาซากิคุงเอง

แต่มาซากิก็ยังคงไม่มีทีท่าได ๆ เคทาโร่จึงตัดสินใจเดินไปซื้ออะไรเป็นของว่างที่พอจะกินให้อิ่มได้ เขากลับมาพร้อมกับครอกเกะครีมปูในยานใหญ่หลายชิ้น มาซากิมองครอกเกะเหล่านั้นมันทำให้เขานึกถึงเรื่องที่ไม่อยากจะนึก

     มาซากิ : ผมเกลียดครอกเกะ........

“ถ้างั้นนายก็น่าจะดื่มไอ้นี่นะมาซากิคุง” เนกิเดินมาจากด้านหลังโยนเครื่องดื่มเกลือแร่ให้ จากนั้นก็มานั่งข้าง ๆ เขา เคทาโร่จึงบอกมาซากิว่าชินกิเป็นห่วงเขามากนะ ตลอดเวลาที่มาซากิไม่อยู่ชินกิเป็นคนที่คอยดูแลที่นี่ให้แทนเขา แต่มาซากิก็ยังคงนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยา เนกิจึงเริ่มเล่าให้ฟังว่า อย่างที่มาซากิรู้เขากับพี่เป็นคนในโลกอัลฟ่า แต่พอพวกเขาได้มาอยู่ที่นี่เขากับพี่ชายก็รู้สึกคุ้นเคยกับมาซากิดีและยอมรับว่ามีคำ
สั่งให้ทำตัวสนิทสนมเพื่อที่จะได้ชักชวนมาซากิมาร่วมด้วยงานกันจริง แต่ที่เขากับพี่สนิทสนมกับมาซากิไม่ใช่เพราะว่าเป็นคำสั่งอย่างเดียว แต่เพราะว่าพวกเขาอยากจะเป็นเพื่อนกับมาซากิจริง ๆ และถามมาซากิกลับไปว่ามาซากิไม่เคยเห็นพวกเขาเป็นพวกพ้องเลยหรือ ตรงนี้มันทำให้มาซากิสะดุดเขาเริ่มคิดย้อนหลังถึงเรื่องต่าง ๆ ในครั้งที่พวกเขาได้ออกปฏิบัติการด้วยกัน ทั้งการไปสำรวจ ทั้งการช่วยเหลือกันต่อสู้ และเหนือสิ่งอื่นไดเขาเองก็เคยรู้สึกว่าพวกพ้องที่นี่โดยเฉพาะเนกิกับชินกิได้ช่วยเย
ียวยาจิตใจของเขาที่เกิดจากเรื่องหนักใจต่าง ๆ ได้จริง การที่ได้อยู่ข้างกายเพื่อน ๆ มันทำให้เขามีวันเวลาที่ดีซึ่งเคยลืมเลือนไปนานแล้ว....กลับคืนมาอีกครั้ง

     มาซากิ : ผม....ขอโทษนะ เนกิคุง...........
     เนกิ : เฮ้ย! อะไรกันเราเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ถ้าจะขอโทษผมว่านายไปขอโทษพี่ชินกิเขาจะดีกว่านะ

     มาซากิสีหน้าดูดีขึ้นมาหน่อย เขาขอบคุณเนกิที่ช่วยให้เขาตาสว่าง ขอบคุณเคทาโร่ที่อุตสาห์หวังดี เขาคิดว่าจะไปตามหาชินกิเสียหน่อยเพื่อที่จะได้ขอโทษในหลาย ๆ อย่างที่เคยทำผิดไว้กับชินกิ แต่ชินกิก็มายืนอยู่ที่ด้านหลังของเขาแล้ว

     ชินกิ : ไงไอ้น้อง!
     มาซากิ : .......ผมขอโทษพี่ชินกิด้วยครับ ที่ตอนนั้นผมพูดไม่ดีกับพี่ชินกิไปแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่พี่ก็เป็นห่วงผมแท้ ๆ

ชินกิเคาะหัวมาซากิเบา ๆ และบอกว่าเขาไม่เคยโกรธอะไรมาซากิเลย

     ชินกิ : ฉันเองก็รู้ว่าบางทีคนเราก็จำเป็นต้องมีความลับ แต่ถ้าความลับนั้นมันทำให้เราเครียดจนเป็นปัญหาในใจของเราเอง ถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีปัญหาอะไรนายสามารถมาปรับทุกข์กับเราได้ตลอดเลยนะมาซากิ ฉันน่ะเห็นว่านายเป็นเหมือนกับเนกิน่ะแหละเป็นน้องชายคนสำคัญของพวกเรา

มาซากิตื้นตันคำพูดของเขามาก อยู่ ๆ น้ำตาก็รินไหลออกมาจากตาของเขา เขาไม่สามารถหยุดกลั้นน้ำตาที่เกิดจากความเสียใจเจ็บช้ำอย่างรุนแรงที่สะสมกันมาเนิ่
นนานนี้ได้อีกต่อไป

     เคทาโร่ : มาซากิ เป็นอะไรรึเปล่า

เขาส่ายหัวแล้วเช็ดน้ำตา “นี่......คือเรื่องของผมครับ” มาซากิเริ่มเล่าทุกอย่างให้ทั้งสามคนฟังสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขา เรื่องที่เขาเห็นมิฮารุออกมาจากโรงแรมกับเพื่อนสนิท เรื่องที่เขารู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจกับความรู้สึกที่มีต่อเธอที่เขาเริ่มจะสับสน ทั้งตอนที่เขามีปากเสียงกับมิฮารุแล้วเขาพยายามที่จะปลุกปล้ำขืนใจเธอ สุดท้ายเธอก็จากเขาไปมาถึงตอนนี้เขาและเธอก็ขาดกัน มาซากิเล่าเรื่องนี้ทั้งน้ำตา ทุก ๆ คนต่างก็เห็นใจเขาที่จะต้องมาเจอกับชะตากรรมที่น่ารันทดนี่ กับรักต้องห้ามอันนี้แม้ว่าตัวมาซากิในตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ตัวก็ตามว่าเขาความรักขอ
งเขาที่มีให้กับเธอนั้นมันเกินเลยความรู้สึกของคนที่เป็นลูกไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะบอกเรื่องนี้กับเขาเพราะว่าตอนนี้เขายังทำใจไม่ได้และยิ่งถ้าเ
ขาได้รู้ความจริงว่ามิฮารุอาจจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเขามันอาจจะทำให้เขาช็อค  ชินกิบอกกับเขาว่าเรื่องพวกนี้มาซากิไม่ได้เป็นคนผิด มันไม่มีใครผิดมาตั้งแต่แรกและตอนนี้มาซากิก็โตพอที่จะยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองแล้ว
อย่าปล่อยให้เงาของอดีตมาเป็นโซ่ตรวนที่มัดเขาเอาไว้ มาซากิควรที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แค่ผู้หญิงคนเดียวมันไม่ทำให้มาซากิตายได้หรอก ถ้ามาซากิอยากที่จะให้เธอกลับคืนมา มาซากิก็ต้องแสดงความเป็นลูกผู้ชายที่มาซากิมี แสดงให้เธอเห็นว่ามาซากิมีคุณค่า....แล้วเธอก็จะกลับมาเอง อย่างที่มาซากิได้ทำในตอนนี้เป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้แต่เข
าเชื่อว่าสักวันผลของการทำดี......ผลของการที่พวกเขาได้เสียสละลงไปนี้จะต้องได้รับผ
ลที่ดีกลับคืนมา

     คำ ๆ นี้ของชินกิมันทำให้เขาคิดได้ เนกิตบหลังเขาเบา ๆ เป็นกำลังใจให้เขา มาซากิเริ่มที่จะมีรอยยิ้มกลับคืนมาบนใบหน้า เขาคิดว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป ขณะนั้นเองสัญญาณฉุกเฉินดังเตือนในฐานแห่งนี้ พวกเขาทั้งสี่จึงรีบกลับมาที่ห้องบังคับการโดยเร็ว

     เคทาโร่ : เซอร์จเชอร์รายงานด้วย มันเกิดอะไรขึ้น?
“สัญญาณรหัสแดงค่ะ ย้ำสัญญาณรหัสแดง Time Shock ค่ะ”
     เคทาโร่ : ที่ไหน เกิดขึ้นที่ไหน
“เขต C1 ที่หอนาฬิกาค่ะ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเขตเลยค่ะ”
     ชินกิ : ผู้การ!!

โคทาโร่พยักหน้า พร้อมประกาศให้ BRAVE ออกปฏิบัติการ โดยที่ครั้งนี้มีเคทาโร่ไปด้วย ทั้งสี่วิ่งไปที่ห้อง TRANFER เข้าแคปซูลของตัวเองก่อนที่ทั้งสี่จะถูกส่งไปยังที่หมาย เมื่อมาถึงที่หมายแล้วโดยที่มาซากิมาถึงเป็นคนสุดท้าย แต่พวกเขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกมันเลย

     เคทาโร่ : พวกเธอระวังตัวเองไว้ให้ดีล่ะ
     “Alright!”

ทันไดนั้นเองมีพายุลำแสงยิ่งสาดลงมาจากรอบทิศทาง แต่มาซากิก็สามารถฟันทำลายลำแสงเหล่านั้นได้หมด จากนั้นพวกเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เท้าแผ่นดินสะเทือนค่อย ๆ แรงขึ้น DEMON ขนาดยักษ์ปรากฏออกมาตรงหน้าของคนทั้งสี่ มันใหญ่มากใหญ่กว่าที่พวกเขาเคยเจอมาทั้งหมด ที่ ๆ ห่างไกล “ศัตรู” เฝ้าจับตาดูการต่อสู้นี้ “เอาเลย โกไลอัส ฆ่าพวกมันให้หมด ยกเว้นแต่คนนั้นให้สาหัสก็พอ” กลับมาที่พวกเขาทั้งสี่ สามหนุ่มยังคงยืนตะลึงกับความมหึมาของเจ้าอสุรกาย ทันไดนั้นเอง “วาเลนทีน” ดวงแสงแห่งเปลวไฟลอยอยู่ตรงหน้าเคทาโร่กลายเป็นดาบเปล่งประกายแห่งไฟในมือของเขา เคทาโร่พุงกระโจนขึ้นไปก่อนใครเพื่อน ทั้งสามเรียกสติแล้วก็แยกกันเข้าโจมตี ปิศาจยิงหนามบางอย่างมาใส่พวกเขา มันเหมือนกับจรวดนำวิถีที่จะพุ่งตามเป้าหมาย มาซากิต้องชัก HELLHOUND ยิงสกัดมันเอาไว้แต่เขาคาดผิดไปนิดเดียวเจ้าพวกนี้มันไม่ใช่หนามที่คล้ายจรวดนำวิถีแ
ต่ว่ามันคือจรวดนำวิถีต่างหาก เมื่อกระสุนปะทะกับหัวจรวดก่อให้เกิดประกายไฟและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

     "มาซากิ!!"

กลุ่มควันพวยพุ่งร่างของมาซากิร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างจัง เขาไม่มีแรงเลยเพราะนอกจากจะบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อกี้นี้แล้ว ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ค่อยที่จะได้พักผ่อนเพราะเป็นไข้ใจ อสูรร้ายเห็นเป็นโอกาสชูมือขึ้นบรรยากาศรอบ ๆ มือของมันกลายเป็นแท่งหอกแล้วขว้างซ้ำใส่มาซากิที่ไม่มีแรงเหลือแม้แต่จะหลบ “ฉึก” หอกทะลุร่าง ทุกคนที่อยู่ที่นี่แม้แต่ที่ฐานทุก ๆ คนได้เห็นภาพ ๆ นี้ผ่านทางจอมอนิเตอร์ คนที่ต้องคมหอกไม่ใช่มาซากิกลับเป็นเคทาโร่ที่รีบกระโจนตามมันมาบังให้เขา

     มาซากิ : ท่านรอง!!

วาเลนทีนหล่นจากมือ ร่างของเคทาโร่ก็ล้มลงสู่พื้นดินตาม ชินกิกับเนกิโกรธจัด  มาซากิที่เห็นภาพนี้ต่อหน้าต่อตาตา มันเหมือนกับว่ากำลังมีอะไรบางอย่างในตัวของเขากำลังจะขาดออกจากกันจนเกิดการเปลี่ยน
แปลงในตัวเขาเหมือนตอนครั้งแรกที่เขาสัมผัสถึง "มัน" นัยน์ตาขาวเป็นสีดำม่านตาเป็นสีขาวเหมือนมีพลังมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่าง Battle Suit ไม่อาจรับพลังนี้ได้ถึงกับฉีกขาดกระจายให้เห็นลายอักขระตามแขนกับแผ่นหลัง “แกบังอาจมาก” มาซากิตะโกนลั่น เขาหยิบวาเลนทีนที่หล่นพื้นกระโจนเข้าใส่ปิศาจร้ายตนนี้ ชินกิกับเนกิเองก็พลอยพลังปะทุไปด้วย ดวงตาเนกิกลายเป็นสีแดงแขนทั้งสองของเขามีเงารวมตัวจากก้อนพลังกลายเป็นเงาแขนยักษ์ค
ู่เข้าฟันเจ้าปิศาจไม่เลี้ยง ชินกิผมกับนัยน์ตากลายเป็นสีขาว ลอยตัวอยู่กลางอากาศชี้นิ้วไปที่เจ้าอสูรที่ถูกโจมตีส่งมาทางเขา ปรากฏดาบแสงนับร้อยลอยล้อมกรอบเจ้าปิศาจร้าย

     ชินกิ : HOLY LANCE !!

ดาบแสงพุ่งจากทุกสารทิศเสียบคาร่างของปิศาจนับร้อยแผล มาซากิกระโจนเข้าซ้ำวาดดาบจากด้านล่างเสยขึ้นไปจนตัวมันผ่ากลางเปลวไฟพวยพุ่งจากรอยแ
ผลเผาผลาญซากของมันจนสลายไปเป็นทุลี.......

      “Checkmate!!”

      จากนั้นทั้งสามรีบเข้ามาดูอาการของเคทาโร่ หอกที่ปักคาหายไปแล้วแต่ว่าบาดแผลนั้นกลับไม่ได้หายตาม

     มาซากิ : ทำไมครับท่านรอง ทำไมถึงต้องเอาตัวมาบังผมด้วย

เคทาโร่ได้ยินเสียงของมาซากิที่ประคองตนจึงค่อย ๆ ลืมตา เขามองใบหน้าของมาซากิที่ตอนนี้มันเหมือนกับว่าน้ำตาของเขาจะค่อย ๆ ซึมออกมาที่ละนิด ๆ แล้วเคทาโร่ก็ยิ้มให้

     ชินกิ : เซอร์จเชอร์ TRANFER เรากลับเร็วเข้า!!
     เคทาโร่ : มาซากิ.....ถือวาเลนทีนได้ด้วยเหรอเนี่ย..........
     มาซากิ : ท่านรอง.......อย่าพูดอะไรเลยครับถึงสูทจะช่วยห้ามเลือดได้แต่มันจะกระเทือนแผลนะครั
บ.......
     เคทาโร่ : แค่นี้น่ะฉัน...ไม่สิ....พ่อไม่เป็นไรหรอกมาซากิ......ขอโทษนะที่เราปิดบังลูกมานานม
าซากิ กว่าจะได้มาเจอกันอีกทีลูกก็โตเสียขนาดนี้แล้ว .....อยากให้รูมินัสมาเห็นลูกในตอนนี้จริง ๆ ......

แล้วเคทาโร่ก็หมดสติไป มาซากิถึงแม้ว่าเขาไม่ค่อยได้ยินในสิ่งที่เคทาโร่ต้องการจะบอกกับเขา แต่เขาเองก็พอจะรู้แล้วในบางคำ มันทำให้หยดน้ำหยดเล็ก ๆ ต้องร่วงหล่นลงจากตาของเขาอีกครั้ง...........  


- หมดด้ายเส้นที่ 6 -



ความหมายที่เคทาโร่ต้องการจะบอกกับมาซากิคือ...... ตอนหน้าจะเป็นการเปิดเผยความลับทั้งหมดของช่วงแรกและก็จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะนำพาไปส
ู่ในช่วงที่สอง........
ช่วงที่สองจะเริ่มในตอนที่ 10 นะครับ ตอนที่ 8 กับตอนที่ 9 จะเป็นตอนทิ้งท้ายของพวกมาซากิในเบต้าแล้ว Smiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
jark_kaizer
BOARD MODERATOR
*****
Offline


Unbreakble Dream!
Posts: 2977
ค่าพลัง: 88

มณีสีครามแห่งทางช้างเผือก
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Libra
Re: Silk Infinity RAL the Crimson ตอนที่ 6
Reply #1 - 03.10.08 at 00:15:55
 
แค่ประเด็นความสัมพันธ์ตัวละครอย่างเดียวก็ทำเป็น series ได้แล้ว แต่ก็มีเนื้อหาบู๊ ให้สมกับเป็น fan fic hero ด้วย เยี่ยมครับ SmileySmiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge