THAI-TOKU  
 
  Index HomeHelpSearchLogin  
 


Page Index Toggle Pages: 1
Print
Heroes ตอนที่ 1 เอก อัยการออกโรง (Read 1578 times)
amadeus
ACTION HERO
*******
Offline


ตาพันสี้
Posts: 1265
ค่าพลัง: 65

อยู่กับก๋ง
Age: 38
Gender: male
Zodiac sign: Zodiac sign: Gemini
Mood:
Heroes ตอนที่ 1 เอก อัยการออกโรง
20.08.08 at 12:19:02
 
ตอนที่ 1 เอก  อัยการออกโรง

สาวน้อยร่างเล็กเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่กำลังจ้องมองเธออยู่ เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปกำลังนั่งเอกเขนกยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะอย่างไม่แยแสกับส
ายตาของใคร ๆ ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มราวกับแสยะออกมา สายตาก็มองมายังสายน้อยอย่างไม่คิดปิดบังหลบเลี่ยง

รุ่งอรุณพยายามมองไปรอบ ๆ ตัว แต่ผู้คนรอบด้านก็ไม่มีใครจะมาสนใจอะไรกับเธอ ต่างคนต่างก็กำลังกัดกินแฮมเบอร์เกอร์ตรงหน้าตนอย่างเอร็ดอร่อย บ้างก็กำลังคุยกับเพื่อนของตนอย่างออกรส สาวน้อยถอนหายใจเบา ๆ วันสุดท้ายก่อนเปิดเทอมกะว่าจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ แต่กลับต้องมาเจอกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้

รุ่งอรุณตัดสินใจคว้ากระเป๋ามาถือไว้แล้วลุกขึ้นทันที ขณะที่ก้าวเท้าผ่านโต๊ะของเด็กหนุ่มคนนั้นเพื่อไปยังประตูทางออก เด็กหนุ่มก็ยกเท้าลงจากโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนเหมือนจะขวางทางเธอเอาไว้

รุ่งอรุณสะดุ้ง เธอเงยขึ้นมองหน้าเขาทันที รอยยิ้มยียวนนั้นยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา เธอสังเกตเห็นเขี้ยวของเขาที่ดูจะแหลมคมกว่าของคนทั่วไป สาวน้อยก้าวถอยออกมาสองสามก้าว พยายามมองดูว่าในมือของเขาถืออะไรที่อาจจะเป็นอาวุธได้อยู่หรือเปล่า เธอรู้สึกแปลก ๆ กับแขนและมือของเขา มันดูยาวกว่าปกติมาก ปลายนิ้วที่ควรจะแนบอยู่กับของกระเป๋ากางเกง กลับเลยไปเกือบถึงหัวเข่าเลยทีเดียว

“หลีกทางไป” สาวน้อยว่า

เด็กหนุ่มยักไหล่ รอยยิ้มยิ่งกว้างขึ้น

“ฉันขวางทางเธอเหรอ”

“ขวาง”

เด็กหนุ่มยิ้มยียวนแล้วก้าวเท้าเบี่ยงตัวให้เธอ

“ไม่ขวางแล้วนี่”

“ใช่ ฉันจะไปแล้ว”

“ตามสบาย ไม่มีใครล่ามโซ่เธอไว้นี่”

รุ่งอรุณฉุนกึก ก้าวต่อไปจนไหล่กระแทกกับเขาเข้าเต็ม ๆ เด็กหนุ่มนั่งลงกับเก้าอี้อีกครั้ง ส่งเสียงร้องโอดโอยออกมาทันที เรียกความสนใจจากคนอื่น ๆ ในร้านได้เป็นอย่างดี

“โอ๊ย เจ็บชะมัดเลย ไหล่หักซะแล้วมั้งเนี่ย”

“อะไรกัน ฉันชนนายแค่เบา ๆ เองนะ”

“เบาหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าไหล่ฉันหักซะแล้ว จ่ายค่ารักษาพยาบาลมาด้วย”

“นี่จะบ้าหรือเปล่า ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว” รุ่งอรุณตัดบทแล้วรีบเดินออกมาจากร้านทันที เธอรู้สึกได้ถึงความรู้สึกคุกคามบางอย่างจากตัวเด็กหนุ่ม เธอคิดว่าหากยังต่อล้อต่อเถียงอยู่กับเขาต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีกับตัวเองแน่ ๆ

รุ่งอรุณเหลียวกลับไปดูยังประตูแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มก้าวตามออกมา เขาเดินตามเธอมาห่าง ๆ สาวน้อยเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนในที่สุดก็กลายเป็นวิ่งอย่างเต็มฝีเท้า เหลียวกลับไปดูเขาเป็นระยะ ในที่สุดร่างของเขาก็ลับหายไปจากสายตา สาวน้อยหยุดลงตรงหน้าร้านหนังสือขนาดใหญ่ เธอตัดสินใจหลบเข้าไปในร้านทันที อย่างน้อยที่นี่ก็มีเบาะให้นั่งอ่านหนังสือ เธอจะได้พักให้หายเหนื่อย

เด็กหนุ่มปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้านหนังสืออย่างเงียบกริบ เขามองตามเข้าไปในร้าน และรอจนกระทั่งรุ่งอรุณหันมาเห็น สาวน้อยใจหายวาบ นี่เธอกำลังโดนเขาตามคุกคามอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย เด็กสาวล้วงหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือของตัวเอง แต่ก็ไม่พบอะไร

“บ้าจริง ลืมไว้ที่ห้องอีกแล้วเหรอเนี่ย ทำไงดี”
รุ่งอรุณพยายามมองไปรอบ ๆ ตัว เผื่อจะเจอคนรู้จักบ้าง ขณะเดียวกันก็พยายามเดินเลี่ยงเข้าไปในชั้นหนังสือเพื่อหลบสายตาของเด็กหนุ่ม เขาไม่ได้เดินเข้ามาในร้าน แต่เมื่อเธอแอบดูครั้งใด ก็เห็นเขายืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เธอแทบประสาทเสียจนไม่รู้จะทำยังไงดี

เด็กหนุ่มเปลี่ยนจากยืนจ้องเข้ามาในร้าน เป็นหันหลังพิงกระจกแทน ยึดตำแหน่งที่สาวน้อยจะมองออกมาไม่เห็น แล้วผิวปากฮัมเพลงที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร เพราะเจ้าตัวทำได้แค่พ่นลมออกมาให้เสียงแหลมเล็กเท่านั้น ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วพึมพำเบา ๆ

“ยังมีเวลาอยู่ อย่าช้าซี่”

รุ่งอรุณหันกลับมาแอบดูที่หน้าร้านอีกครั้ง เธอไม่เห็นเด็กหนุ่มอีกแล้ว รอยยิ้มปรากฏขึ้นทันที สาวน้อยก้าวเท้าออกจากร้าน แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตูร้านก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้น

“ค่ารักษาพยาบาลฉันล่ะ”

รุ่งอรุณหันกลับไปช้า ๆ เธอรู้สึกชังน้ำหน้าเขาเหลือจะกล่าว

“นายต้องการอะไรกันแน่ ถึงมาตามฉันแบบนี้”

“ฉันตามเธอเมื่อไร เราแค่เดินมาทางเดียวกัน”

“แล้วที่นายมายืนอยู่หน้าร้านแบบนี้ล่ะ”

“ฉันมีนัดกับเพื่อน แค่ยืนคอยเฉย ๆ”

“ดี อย่าให้ฉันเห็นนายตามมาอีกนะ” สาวน้อยว่า เธอสังเกตเห็นว่าเขาน่าจะอายุน้อยกว่าเธอ คงเป็นพวกวัยรุ่นกวนเมือง สาวน้อยจึงไม่คิดจะสนใจอะไรอีก หันหลังเดินจากมาทันที

“เฮ้ เวลากลับอย่าไปเดินทางเปลี่ยว ๆ นะ เดินที่ที่มีคนมาก ๆ ล่ะ” เด็กหนุ่มตะโกนไล่หลัง

รุ่งอรุณเร่งฝีเท้าเพื่อจะกลับเข้าหอพักให้เร็วที่สุด เธอรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเด็กหนุ่มยังตามมา คิดในใจว่าเธอไม่ควรจะออกมาในวันนี้เลย มันอาจจะนำพาเรื่องเลวร้ายมาสู่เธอได้ทุกขณะจิต เธอหันไปทางที่ตัดผ่านป่าละเมาะ ทางนี้รกและเปลี่ยว ไม่ค่อยมีใครผ่าน แต่สามารถทะลุไปถึงหน้าหอพักของเธอได้เลย เสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาทำให้เธอตัดสินใจเดินไปทางนั้นทันที
สาวน้อยออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อเสียงฝีเท้านั้นเริ่มไล่หลังใกล้เข้ามาทุกที รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อเธอสะดุดก้อนหินจนล้มคะมำลงกับพื้น ตอนนั้นเองเจ้าของฝีเท้าสองคนก็โผล่พ้นพงหญ้าสูงออกมา สาวน้อยกลับยิ่งตกใจที่ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เธอพบเมื่อครู่

เด็กวัยรุ่นสองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งปราดเข้าจับข้อมือของเธอ ขณะที่อีกคนเข้ามาปิดปากเธอเอาไว้ สาวน้อยพยายามจะหวีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่สียงของเธอไม่อาจจะพ้นฝ่ามือหยาบใหญ่ที่ปิดปากเธอออกมาได้ ร่างของเธอถูกกดลงกับพื้น วัยรุ่นคนที่อุดปากเธอควักมีดสปริงออกมาเปลือยคมขาววับ จ่อเข้าที่ลำคอของเธอ ปลายแหลมจิกลงบนผิวขาวจนเลือดซึม

“อย่าส่งเสียงนะเว้ย ไม่งั้นพ่อเสียบ”

“อื๊อออ” รุ่งอรุณพยายามส่งเสียง

“อย่าโวยวายน่า ร่วมมือดี ๆ เดี๋ยวจะได้มีความสุขด้วยกัน”
สาวน้อยน้ำตาไหล เธอไม่น่าจะเดินมาทางนี้เลย นึกถึงคำพูดของเด็กหนุ่ม แต่มันดูจะสายไปซะแล้ว ยิ่งพยายามดิ้นเท่าไร แรงก็ดูเหมือนจะหมดไปเท่านั้น พวกมันสองคนส่งเสียงหัวเราะอย่างพอใจ

“เฮ้ เฮ้ เฮ้ จะทำอะไรกันน่ะ คนอุตส่าห์มาคอยตั้งนาน รอกันหน่อยซี่”

วัยรุ่นไร้สำนึกทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงนั้นดังขึ้น รุ่งอรุณเองก็หันไปตามเสียงนั้น เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวและเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องน่าสนุกไปเสียทั้งนั้น

“เฮ้ย แกเป็นใครวะ รีบไปให้พ้น ๆ รู้มั้ยว่าพวกข้าเป็นใคร” เจ้าคนถือมีดลุกขึ้นมา จ่อมีดตรงไปทางเด็กหนุ่ม

“ไอ้ปัญญาอ่อน ตัวแกยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ฉันจะไปรู้ได้ไงวะ” เด็กหนุ่มตอกกลับ ไม่ยี่หระต่อมีดที่จ่ออยู่ใกล้แม้แต่น้อย

“ไอ้บ้าเอ๊ย กล้าหาเรื่องกับอสรพิษเหรอวะ” อีกคนหนึ่งตะคอกใส่
เด็กหนุ่มแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ยักไหล่แก้เมื่อยอย่างยียวน

“อสรพิษเหรอ อสรพิษฉันรู้จักทุกคนแหละ แต่ไม่ยักจะมีแกสองคน” เขาว่า “อสรพิษน่ะ มันโดนมารกับทมิฬถล่มไปแล้ว แกอย่ามาโมเมดีกว่า”

“พูดอะไรวะ มารกับทมิฬมันก็แค่เรื่องหลอกเด็ก อยากตายนัก ข้าจะสงเคราะห์ให้” เจ้าคนถือมีดเดินเข้าไปใกล้พลางเอามีดกดเข้าที่ลำคอของเขา “แต่ถ้าแกไป ๆ ซะ ข้าจะไม่ทำอะไร รีบไปสิวะ ไม่งั้นเจอเสียบแน่”

“หึ ไอ้คำว่าเจอเสียบน่ะ เขาพูดหลังจากลงมือทำไปแล้วเว้ย”

รวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน เด็กหนุ่มแย่งมีดจากมือ ตวัดกลับแล้วกดเข้าที่ฝ่ามือของมันทันที เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็น พร้อมด้วยเสียงร้องโหยหวนของนักเลงเพิ่งสอนเดิน อีกคนทิ้งสาวน้อยเอาไว้ แล้วรีบปราดเข้ามาดูเพื่อน รุ่งอรุณได้โอกาส รีบคลานหนีห่างออกไปทันที แต่ก็ยังคงหันกลับมาดูเหตุการณ์อยู่

“เจอเสียบ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาเท่านั้นที่วาวโรจน์น่ากลัว “แกบอกว่ามารกับทมิฬเป็นเรื่องหลอกเด็กสินะ แกอยากเจอมารมั้ย?”

“อะไร อะไรวะ แก แก....”

เด็กหนุ่มย่างเท้าเข้าหาช้า ๆ ทันใดนั้นเอง แสงสีเขียวก็เปล่งออกมาจากรอบตัวเขา ผมกับตาก็พลันกลายเป็นสีเขียว วัยรุ่นชะตาขาดทั้งสองตกใจจนอ้าปากค้าง ยกมืออันสั่นเทาชี้มายังร่างของเด็กหนุ่ม ฟันกระทบกันดังกึก ๆ รุ่งอรุณเองก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้เช่นกัน สิ่งที่เธอมองเห็นคือตำนานของหมู่บ้านนี้ เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่

“ม... ม... มาร มารผมสีเขียว”

“เออว่ะ ไม่มีใครเรียกฉันอย่างนี้มานานแล้ว ฉันคงต้องทำให้พวกแกพูดไม่ได้ล่ะนะ เดี๋ยวจะมีใครรู้ว่าฉันมีจริง”

“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

รุ่งอรุณหลับตาแน่น ไม่กล้ามองภาพที่เห็นตรงหน้า แม้แต่เสียงเธอก็แทบจะทนฟังไม่ไหว เสียงเนื้อกระแทกกับเนื้อ และเสียงที่เหมือนกระดูแทงทะลุเนื้อออกมาฟังแล้วขนลุก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของวัยรุ่นทั้งสองที่มีเป็นระยะในช่วงแรกก็ค่อย ๆ เงียบหายไป

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างสงบราบคาบ สองวัยรุ่นหายไปแล้ว เหลือเพียงร่างของเด็กหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผมและตาเขากลับเป็นปกติแล้ว แต่มือทั้งสองของเขายังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด

“บอกแล้วว่าอย่าเดินทางเปลี่ยว”

“ฉัน...” สาวน้อยยังพูดอะไรไม่ออก

“เป็นอะไรรึเปล่า?”

รุ่งอรุณส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“พวกนั้นไปไหนแล้ว?”

“ฉันโยนเข้าป่าไปแล้ว กลัวเธอดูไม่ไหว” เด็กหนุ่มบอก “ฉันชื่อเอก อัยการ”

“ฉันขอไม่บอกชื่อนายได้มั้ย?” สาวน้อยไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับคนตรงหน้าอีกแล้ว

“ไม่มีปัญหา มันชื่อเธอนี่ จะอยากบอกหรือไม่อยากบอก มันก็เรื่องของเธอ” เอก อัยการว่า หันไปฉีกใบไม้มาเช็ดคราบเลือดที่มือ สาวน้อยได้กลิ่นเลือดก็แทบจะอาเจียนออกมา “ไอ้เวรสองคนนั้นมันตามเธอมาตั้งแต่ร้านแฮมเบอร์เกอร์แล้ว เพราะฉันเดินตามเธอมา มันก็เลยไม่กล้าลงมือ”

“แล้วทำไมนายไม่ตามฉันให้ตลอดล่ะ?”

“ขืนทำอย่างนั้นฉันก็ไม่ทันนัดกับเพื่อนน่ะสิ ฉันก็เลยถอยไปเพื่อล่อพวกมัน เอาล่ะ ฉันต้องไปสักที ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว กลับบ้านไปเหอะ”

“นายจะไปหาใคร "ทมิฬ" หรือเปล่า?”

“อย่าถามดีกว่า ถ้าเธอไม่คิดจะทำความรู้จักฉัน ฉันจะเป็นมารหรืออะไรก็ช่าง มันไม่มีประโยชน์กับชีวิตเธอหรอก เธอรู้จักฉันว่าเป็นเอก อัยการก็พอ ฉันขอแค่นั้น”

เอก อัยการทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป รุ่งอรุณอยากจะร้องเรียกเขา แต่ก็คิดได้ จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ มารและทมิฬ คู่พิฆาตมีตัวจริง แต่ตราบใดที่คุณไม่คิดจะคบหาพวกเขา ปล่อยพวกเขาไปกับสายลมดีกว่า


Back to top
 
 
IP Logged
 
Loucipher
THAI-TOKU ADMINISTRATOR
*****
Offline


life goes on
Posts: 26592
ค่าพลัง: 177

Miami
Gender: male
Re: Heroes ตอนที่ 1 เอก อัยการออกโรง
Reply #1 - 22.08.08 at 20:26:07
 
รออ่านตอน2 เน้อSmiley
Back to top
 
WWW  
IP Logged
 
Maisinders
ULTIMATE SUPER HERO
*********
Offline


Go Go . .
Posts: 9920
ค่าพลัง: 398


Age: 45
Zodiac sign: Zodiac sign: Capricorn
Re: Heroes ตอนที่ 1 เอก อัยการออกโรง
Reply #2 - 27.08.08 at 14:55:08
 
เจ๋ง!! เรื่องนี้เจ๋ง  จะตามอ่านเรื่อยๆครับผมSmiley
Back to top
 
 
IP Logged
 
Page Index Toggle Pages: 1
Print


THAI-TOKU WEBBOARD » Powered by YaBB 2.2.2!
YaBB © 2000-2009. All Rights Reserved.


Valid RSS Valid XHTML Valid CSS Powered by Perl Source Forge