ก็อย่างที่คุณ USARAIN กล่าวไว้แหละครับว่า ไตรภาค มังกรหยก มีทั้งหมดสามภาค คือ ก๊วยเจ๋ง ยอดวีรบุรุษ (หรือ มังกรหยก ภาคแรก) ต่อมาก็เป็น เอี้ยก้วย จอมยุทธเจ้าอินทรี (ลูกมังกรหยก) และปิดท้ายด้วย กระบี่อิงฟ้า ดาบพิฆาตมังกร ที่มี เตียบ่อกี้ เป็นพระเอก (ดาบมังกรหยก) ส่วนฉบับที่ท่านจำลอง พิศนาคะ เรียบเรียง จะมี มังกรหยก (ก๊วยเจ๋ง) ลูกมังกรหยก (เอี้ยก้วย) ส่วน ดาบมังกรหยก แบ่งเป็นสองภาค คือ ช่วงบิดาของเตียบ่อกี้หรือ เตียชุ่ยซัว จะอยู่ใน มังกรหยกภาคสาม และเรื่องราวของ เตียบ่อกี้ จะอยู่ในมังกรหยก ภาคสี่ และ มังกรหยก ภาคห้า ก็จะเป็นเรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า นั่นเองครับ

ในไตรภาคมังกรหยก ผมชอบเรื่อง เอี้ยก้วย มากที่สุดครับ เพราะชีวิตของ เอี้ยก้วย เต็มไปด้วยจุดพลิกผันในชีวิต หากแม้ท่านกิมย้งบิดปลายปากกาแม้เพียงสักเล็กน้อย ตัวละครอย่างเอี้ยก้วยที่ถูกผู้คนรังแกมาตั้งแต่เล็ก อาจจะกลายเป็นจอมมารได้ ด้วยนิสัยที่แข็งกร้าวและหยิ่งผยองแบบเอี้ยคังที่เป็นบิดา แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจและความเมตตาอย่างก๊วยเจ๋ง อีกทั้งแฝงด้วยความชาญฉลาดและเจ้าเล่ห์ไม่แพ้ อึ้งย้ง ทำให้ตัวละครนี้มีสีสันและเต็มเปี่ยมไปด้วยความขัดแย้ง เปลือกนอกแม้ดูเจ้าชู้กรุ้มกริ่มหากแต่มีรักเดียวใจเดียว (ในช่วงวัยรุ่นจะคึกคะนองตามประสา เที่ยวแจกเสน่ห์ให้สาว ๆ หลายคน แต่ก็รักมั่นใน เซียวเหล่งนึ่ง เพียงคนเดียว) ดูคล้ายคนกระล่อนและเจ้าเล่ห์แต่ก็มีน้ำใจไม่ว่ากับมิตรหรือศัตรู (ขนาดโดน ก๊วยพู้ ตัดแขนยังยอมให้อภัยได้ในภายหลัง) มาตรแม้นดูเหมือนมีโชควาสนาได้สำเร็จสุดยอดวิชาแต่ก็เกิดจากความมานะบากบั่นไม่ท้อถอ
ย ที่สำคัญรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีทั้งเรื่องแผ่นดินและเรื่องส่วนตัว

นอกจากเรื่อง บู๊ แล้ว ในเรื่องนี้ เรื่อง รัก ก็มีไม่น้อย จนไม่น่าเชื่อว่าท่านกิมย้งจะบรรจงแต่งเรื่องรักได้ประทับใจถึงเพียงนี้ ที่น่ากล่าวถึงก็คือตอนที่ เซียวเหล่งนึ่ง ที่บาดเจ็บสาหัสจนปางตายแต่ก็ยังห่วงใยตัวเอี้ยก้วย ในขณะที่ เอี้ยก้วย ที่ถูกพิษดอกรัก จนอาจถึงแก่ความตายได้ทุกขณะจิต และสุดท้ายก็สามารถพบยาแก้พิษ แต่ก็ไม่ยอมทานยาแก้ ด้วยมุ่งหวังตายตกตามกันไปกับนางอันเป็นที่รัก ความประทับใจเช่นนี้อยากให้เพื่อน ๆ ลองหาอ่านดูครับ แล้วจะพบว่าในนิยายกำลังภายในไม่ได้มีแต่คำว่า เฮี๊ยบ (ต่อสู้) แต่ก็ยังมีเรื่องราวของ ไอ่ (ความรัก) และ เช้ง (น้ำใจ) รอให้ผู้อ่านไปสัมผัสอยู่ครับ

ในส่วนปลีกย่อยเกี่ยวกับนิสัยและบุคคลิกของ เอี้ยก้วย ในเรื่องนี้ก็ยังมีให้น่าศึกษาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนหัวสมัยใหม่ที่ไม่ใส่ใจต่อ คำครหาที่ว่า อาจารย์กับศิษย์ จะมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวหรือเป็นสามีภรรยากัน หรือแม้แต่การที่ เซียวเหล่งนึ่ง เคยถูกข่มขืนเสียตัวให้ชายอื่น เอี้ยก้วยก็หาได้สนใจไม่ (ต้องเข้าใจว่าในยุคสมัยนั้น พรมจารีย์ ของผู้หญิงถือเป็นเรื่องใหญ่เทียมเท่าชีวิตครับ) ดังนั้นจึงอ่านเป็นนิยายกำลังภายในก็ได้หรือจะอ่านแบบนิยายรักก็ดีครับ
ป.ล. ตัวละครอย่าง เอี้ยก้วย จึงถูกท่าน อี้กวง (เหง่ยคัง) นำไปต่อยอดเป็น ฟางกัง (ที่ หวังอยู่ นำแสดง) ใน เดชไอ้ด้วน ภาคหนึ่งและภาคสอง